ADPT

Facebook กำลังพัฒนาเทคโนโลยีพิมพ์ข้อความได้จากการคิด และฟังเสียงได้จากผิวหนัง

หลังจากที่เมื่อวาน Mark Zuckerberg ออกมาแย้มถึงเทคโนโลยีเกี่ยวกับ Brain Interface แล้วเมื่อวานในงาน F8 Developer Conference วันนี้ Facebook ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดด้วยกัน 2 โครงการ ได้แก่ การสั่งพิมพ์ข้อความได้โดยตรงจากความคิด และการฟังเสียงได้จากผิวหนัง

Credit: a-image/ShutterStock

 

งานวิจัยเหล่านี้ถูกพัฒนาโดยแผนก Buidling 8 โดยสำหรับงานแรกคือ Brain Interface ที่สั่งพิมพ์ข้อความต่างๆ ได้จากความคิด ซึ่ทาง Facebook มองว่าจะทำให้การพิมพ์ข้อความของมนุษย์นั้นเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 5 เท่า จนสามารถพิมพ์ได้ถึง 100 คำต่อนาที จากเดิมที่ต้องพิมพ์อย่างเชื่องช้าบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งทีม Building 8 นี่ก็ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยและศูนย์วิจัยหลากหลายแห่ง

เทคโนโลยีที่ใช้ใน Brain Interface จนกลายเป็น Brain-Typing ได้นี้คือการใช้ Machine LEarning เพื่อเรียนรู้การตอบสนองของสมองในขณะที่เรากำลังคิดถึงข้อความต่างๆ เพื่อใช้ในการพิมพ์ โดยตรวจสอบจากสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพูดเป็นหลัก ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะถูกพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปจากปัจจุบันที่ยังคงต้องมีการฝังเซ็นเซอร์ลงไปบนร่างกาย ให้กลายเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้ง่ายโดยคนทั่วไป

Brain Interface นี้ในอนาคตเองก็มีแนวโน้มที่จะถูกนำไปเชื่อมกับระบบ Augmented Reality และ Virtual Reality เพื่อใช้ควบคุมข้อมูลและคำสั่งต่างๆ แทน Interface แบบอื่นๆ ที่อาจไม่สะดวกเท่าอีกด้วย

สำหรับอีกงานวิจัยหรือ Skin-Hearing นั้น จะเป็นชุด Hardware และ Software ที่เลียนแบบส่วน Cochlea ในหูเพื่อใช้เปลี่ยนเสียงให้กลายเป็นคลื่นความถี่และส่งไปยังสมอง โดยชุดเครื่องมือนี้จะถูกติดตั้งบนผิวหนัง ทำให้คนที่หูหนวกก็สามารถได้ยินเสียงเหมือนคนปกติได้

Facebook ได้ทดสอบเทคโนโลยีนี้จนเริ่มฟังเสียงได้จริงแล้ว โดยปัจจุบันเทคโนโลยีนี้สามารถฟัง 9 คำได้แล้วผ่านทางผิวหนัง ถือเป็นอีก Interface ที่จะทำให้มนุษย์สามารถรับข้อมูลในช่องทางใหม่ๆ ได้ซึ่งน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

 

interface-ai-ar-f8-2017


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ผลสำรวจชี้องค์กรหลายที่จ่ายค่าไถ่แรนซัมแวร์ยังถูกโจมตีซ้ำสอง

Cybereason ได้จัดทำผลสำรวจเกี่ยวกับแรนซัมแวร์ โดยหนึ่งในเหตุการณ์ที่น่าโหดร้ายคือมีหลายองค์กรถูกโจมตีซ้ำสองหลังแม้จ่ายค่าไถ่ไปแล้ว

Google ปล่อยโอเพ่นซอร์สสำหรับทำ ‘Fully Homomorphic Encryption’

Fully Homomorphic Encryption เป็นวิธีการที่ช่วยให้เข้ารหัสได้โดยไม่เปิดเผยข้อมูล ซึ่งล่าสุด Google ก็เปิดตัวโอเพ่นซอร์สของตัวเองแล้ว ที่ก่อนหน้านี้ IBM ก็เคยแจกไว้เช่นกัน