เครื่องมือตรวจจับ Phishing ของ Facebook สามารถทราบถึงการโจมตีแบบ Homograph ได้แล้ว

เมื่อ 2 ปีก่อน Facebook ได้ออกเครื่องมือตรวจจับการ Phishing โดยตอนนี้ได้อัปเดตความสามารถใหม่ให้เจ้าของเว็บไซต์ต่างๆ สามารถเข้ามาลงทะเบียนใช้งานเครื่องมือเพื่อใช้ตรวจสอบโดเมนที่มีชื่อคล้ายกับโดเมนเว็บไซต์ของตนเองได้

Credit: Tashatuvango/ShutterStock

หลักการก็ไม่มีอะไรมากคือเครื่องมือที่ชื่อ Certificate Transparency Monitoring ของ Facebook จะเปิดให้เจ้าของเว็บไปเพิ่มโดเมนของตนบน Dashboard ส่วนเครื่องมือนั้นก็จะไปอ่านข้อมูลใน Certificate Transparency Log (คือ มีองค์กรที่ทำ Log กลางเพื่อเก็บข้อมูลของโดเมนที่เกิดใหม่และได้รับ SSL Certificate ซึ่งเปิดให้มาเรียกตรวจสอบข้อมูลได้) จากนั้นก็จะแจ้งเตือนเจ้าของเว็บหากพบเว็บไซต์ที่มีชื่อคล้ายกัน โดยสิ่งที่เกิดขึ้นที่เรียกว่า IDN homograph attack นั้นคืออาจจะมีการจดชื่อโดเมนโดยใช้ Unicode Character ตัวอย่างเช่น ‘coịnbạse.com’ เราจะสังเกตได้ยากว่ามีจุดอยู่ใต้ i และ a หรือ ‘helpdesk-facebook[.]com’ ก็สลับเล็กน้อยเป็น ‘helpdesk-faecbook[.]com’ เป็นต้น

เครื่องมือนี้จะมีการแจ้งเตือนเจ้าของโดเมนผ่านทางอีเมลเมื่อพบโดเมนเลียนแบบ ด้วยความช่วยเหลือของเครื่องมือน่าจะช่วยป้องกัน Phishing ได้ดีขึ้นเพราะมีรายงานและผลสำรวจว่าการโจมตีแบบ Phishing จะมีประสิทธิภาพในช่วงแรกๆ เท่านั้น ดังนั้นหากรู้ตัวเร็วก็สามารถแจ้งผู้เกี่ยวข้องอย่าง Certificate Authority, Browser Vendor เพื่อทำบัญชีดำโดเมน, ผู้รับจดโดเมนนั้นเพื่อหยุดโดเมนดังกล่าว และแจ้งทีมงาน หรือ ผู้ใช้งานเพื่อคอยระวังเหตุการณ์ที่จะตามมา อย่างไรก็ตามเจ้าของเว็บที่สนใจต้องลงทะเบียนด้วยบัญชี Facebook เท่านั้น หรือทางเลือกอื่นอย่าง Certstreamcatcher หรือ Cert Spotter

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/facebooks-phishing-detection-tool-now-recognizes-homograph-attacks/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

งานวิจัยใหม่เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน AI ท่ามกลางปริมาณข้อมูลที่ถูกจัดเก็บและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง [PR]

ที่ผ่านมาบทสนทนาเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน AI มักให้ความสำคัญกับพลังการประมวลผล (Compute) เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม งานวิจัยทั่วโลกล่าสุดจาก IDC เผยให้เห็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่องค์กรจำเป็นต้องให้ความสำคัญเมื่อขยายการใช้งาน AI นั่นคือข้อมูลที่ยังคงถูกจัดเก็บและสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารอบการประมวลผลแต่ละรอบจะเสร็จสิ้นไปนานแล้วก็ตาม

Var Group ก่อตั้ง Yarix APAC ในประเทศไทย เพื่อขยายขีดความสามารถการให้บริการด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในประเทศและการขยายบริการในระดับภูมิภาค [PR]

Var Group ผู้นำด้านการบูรณาการบริการและโซลูชันดิจิทัล ได้ก่อตั้ง Yarix APAC (Yarix Asia Pacific) ขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ผ่านการร่วมทุนที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างการให้บริการด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในประเทศไทย ในขณะเดียวกันก็ขยายขีดความสามารถด้านการจัดการความมั่นคงปลอดภัยของ Var Group ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก