พบช่องโหว่บน Facebook ทำให้ผู้ใช้งานสามารถลบ Video ใดๆก็ได้ตามต้องการ

Credit: Nicescene/ShutterStock
Credit: Nicescene/ShutterStock

นักวิจัยทางด้านความปลอดภัยจากอินเดีย Pranav Hivarekar ได้ค้นพบวิธีที่ทำให้ตนเองสามารถลบ Video ใดๆก็ได้บน Facebook ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นเจ้าของ Video นั้นก็ตาม

ช่องโหว่นี้เกิดขึ้นจากฟีเจอร์ Videos in Comments ที่อนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถทำการ Comment เป็น Video ได้ ซึ่ง Facebook เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน โดย Pranav ได้ทดลองเล่นกับ Facebook API และได้ค้นพบว่าเขาสามารถทำการลบ Video ใดๆก็ได้ จากการใช้ API เพื่อลบ Video ซึ่งแนวคิดก็คือ เมื่อผู้ใช้งานทำการอัพโหลด Video แล้ว จะได้ Video ID เป็นเลขชุดหนึ่งกลับมา ซึ่งสามารถใช้อ้างอิงในการลบ Video ได้ โดยเริ่มจากทำการ Post Comment แบบปกติ หลังจากนั้นทำการ Edit Comment เปลี่ยน Comment นั้นเป็นการแนบ Video ID ที่ต้องการลบผ่านทาง API แทน หลังจากนั้นก็ส่ง API request สำหรับ Delete Comment นั้น แต่เนื่องจาก Facebook ไม่ได้ทำการตรวจสอบสิทธิของการลบ Video ทำให้สามารถลบ Video ใดๆก็ได้บน Facebook ได้ทันที

Pranav ได้ทำการแจ้ง Facebook ผ่านโครงการ Bug Bounty ไปเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน เพียง 2 วันหลังจากฟีเจอร์ Videos in Comments ได้เริ่มเปิดใช้งาน ซึ่ง Facebook ก็ใช้เวลาเพียงแค่ 23 นาทีในการแก้ไขเท่านั้น โดย Pranav ได้รับรางวัลจาก Facebook จำนวนเงินเป็นตัวเลขถึง 5 หลัก สำหรับการรายงานช่องโหว่นี้

ที่มา : http://www.techworm.net/2016/06/facebook-vulnerability-allows-hackers-delete-video-fb.html

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

DCSS ชู Integration Platform ผสาน Observability และ Zero Trust ขับเคลื่อน Modern Enterprise [Guest Post]

สรุปงาน “Future-Ready Integration Platform for Modern Enterprise” โดย บริษัท ดีซีเอสเอส (ประเทศไทย) จำกัด ที่มาพร้อมการบริการด้านIT พลัง Centralized …

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …