[PR] ผลวิจัยล่าสุดย้ำให้เห็นถึงโอกาสทำธุรกิจดิจิทัลของประเทศไทย ที่มีมูลค่าถึง $37 พันล้านเหรียญ

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย 19 ธันวาคม 2559 – Google และ Temasek เปิดเผยผลวิจัยล่าสุดที่แสดงให้เห็น ศักยภาพและโอกาสต่างๆ ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้ง 6 ประเทศ จัดทำขึ้นโดย Google และ Temasek ในชื่อว่า “e-conomy SEA: Unlocking the $200 billion opportunity in Southeast Asia.”

ผลวิจัยเน้นย้ำให้เห็นว่าประเทศไทยมีการเติบโตของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว โดยเติบโตอยู่ที่ 9% ต่อปี และจะคิดเป็น 59 ล้านคน ในปี 2020 เพิ่มจาก 38 ล้านคน ในปี 2015 ซึ่งแนวโน้มนี้เป็นเรื่องที่ดีสำหรับธุรกิจในประเทศ โดยคาดว่าในสิบปีข้างหน้าตลาดออนไลน์ในประเทศไทยจะเติบโตไปถึง 37,000 ล้านเหรียญ (หรือราว 1.3 ล้านล้านบาท) ในปี 2025 ซึ่งธุรกิจอีคอมเมิร์ซและท่องเที่ยวจะมีมูลค่ารวมกันแล้วคิดเป็น 88% ของมูลค่าตลาดโดยรวมทั้งหมด

มีหลายปัจจัยที่ขับเคลื่อนตลาดให้เติบโต ได้แก่ ประเทศไทยคือตลาดใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตด้านรายได้สูง โดย 58% ของประชากรมีอายุต่ำกว่า 40 ปี และในปี 2011 ธนาคารโลกได้ปรับฐานะให้ไทยเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูง และยังเป็นประเทศที่มีอัตราการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ในระดับสูงด้วยเช่นกัน 57% ของประชากรเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและมีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่มากกว่า 85 ล้านเลขหมาย (หรือคิดเป็น 125% ของจำนวนเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อประชากรรวม) ทั้งบนเครือข่าย 3G และ LTE การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเหล่านี้มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว สูงเป็นอันดับสองในกลุ่มประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความเร็วการดาวน์โหลดอยู่ที่ 19.82 Mbps

ข้อมูลสำคัญอื่นๆ จากผลวิจัย:

  1. โอกาสของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ: ตลาดอีคอมเมิร์ซจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 29% จากมูลค่าราว 900 ล้านเหรียญ เมื่อปี 2015 เพิ่มขึ้นเป็น 11,000 ล้านเหรียญในปี 2025
  2. โอกาสของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวออนไลน์: คาดการณ์ตลาดท่องเที่ยวออนไลน์ของไทยจะเติบโตราว 5.2 เท่า ภายในปี 2025 หรือคิดเป็นมูลค่าราว 21,700 ล้านเหรียญ เติบโตเฉลี่ยต่อปีประมาณ 18%)
    1. โดยเฉพาะธุรกิจออนไลน์อย่างโรงเเรมและการบินต่างๆ ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตจะเติบโตถึง 5 เท่าภายในปี 2025 จะมีมูลค่าแตะ 76,000 ล้านเหรียญ (อัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี 15%) ซึ่งคิดเป็น 85% ของมูลค่าตลาดการท่องเที่ยวโดยรวม 
  3. โอกาสของแอปร่วมเดินทาง: มีการคาดการณ์ธุรกิจการเดินทางออนไลน์จะเติบโตมีมูลค่าราว 1,900 ล้านเหรียญในปี 2025

จากข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้ จึงไม่แปลกใจเลยว่าการใช้จ่ายของโฆษณาดิจิทัลมีแนวโน้มเติบโตถึง 6.2 เท่า มีมูลค่าราว 4.35 พันล้านเหรียญ ในปี 2025 (อัตราเติบโตเฉลี่ย 20% ต่อปี) โดยข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นแหล่งรวมธุรกิจสตาร์ทอัพสำคัญ โดยมีจำนวนธุรกิจสตาร์ทอัพอยู่ราว 358 ราย

ประเทศไทยต้องทำอย่างไรบ้าง เพื่อคว้าโอกาสนี้

รายงานนี้แสดงให้เห็นว่ามีโอกาสที่ดีสำหรับประเทศไทยมากมายในขณะนี้ ด้วยการเอาชนะความท้าทายต่างๆ ทั้งด้านการขนส่งและการติดต่อระหว่างประเทศ การพัฒนาระบบการชำระเงิน การพัฒนาศักยภาพของตลาด การป้องกันภัยคุกคามและความมั่นคงปลอดภัยด้านไซเบอร์ ที่มีความจำเป็นต้องได้รับการลงทุนอย่างเร่งด่วน

มร. เบน คิง หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ Google ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า “ไม่เคยมีช่วงเวลาใดที่ดีที่สุดในการเริ่มทำธุรกิจเท่าช่วงเวลานี้ในประเทศไทย ด้วยประโยชน์ทั้งหมดทั้งมวลที่อินเทอร์เน็ตมอบให้พวกเรา มันเต็มไปด้วยโอกาสที่ประเทศไทยจะได้รับอย่างมหาศาลจากดิจิทัล ด้วยมูลค่าถึง $37 พันล้านเหรียญ  (ราว 1.3 ล้านล้านบาท) ผมมั่นใจว่าเราสามารถเอาชนะความท้าทายต่างๆ และตอนนี้ก็มีธุรกิจไทยที่เป็นตัวอย่างของความสำเร็จ รวมถึงธุรกิจสตาร์ทอัพที่กลายเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคอื่นๆ อยู่จำนวนมาก Google มีความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือธุรกิจทุกระดับไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่หรือเป็นธุรกิจท้องถิ่นขนาดเล็ก ให้สามารถเชื่อมต่อลูกค้าใหม่ๆ ทั้งในเมืองไทยและในต่างประเทศทั่วโลกเพื่อเข้าถึงธุรกิจเหล่านี้ได้”


About TechTalkThai PR 2

Check Also

[Press Release] Westcon Group (Thailand) พร้อมจัดจำหน่ายโซลูชั่นของ EfficientIP

5 กรกฎาคม 2565 กรุงเทพฯ : Westcon-Comstor ผู้ให้บริการเทคโนโลยีและตัวแทนจำหน่ายระดับโลก เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามข้อตกลงการเป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับ บริษัท เอฟฟิเชียนต์ไอพี (EfficientIP) โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้โซลูชั่นการจัดการ DNS, …

[Guest Post] งานแถลงข่าวกลุ่มย่อย ในหัวข้อ “The Culture of Innovation” การสร้างวัฒนธรรมของสตาร์ทอัพ กุญแจสู่การสร้างวัฒนธรรมด้านนวัตกรรม ของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย)

วันที่ 28 มิถุนายน 2565 : Amazon เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จระดับโลกมากมาย เช่น Netflix, Stripe และ Airbnb ไปจนถึงสตาร์ทอัพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ไม่ว่าจะเป็น Grab, …