Dropbox เผยแผนเข้าซื้อกิจการ DocSend 4,950 ล้านบาท เสริมความสามารถในการส่งไฟล์อย่างปลอดภัยและควบคุมได้

Dropbox ได้ออกมาเผยถึงแผนการเข้าซื้อกิจการของ DocSend ผู้พัฒนา Secure Document Sharing & Tracking Platform ที่มูลค่า 165 ล้านเหรียญหรือราวๆ 4,950 ล้านบาท

Credit: DocSend

DocSend ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2013 เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการแก้ไขปัญหาที่น่ารำคาญในการส่ง Email Attachment ด้วยการนำ Link-Based Document Sharing มาใช้แทน ทำให้เจ้าของไฟล์นั้นสามารถควบคุมการโหลดไฟล์และปิดการเข้าถึงไฟล์ได้ทันทีที่ต้องการ พร้อมมีข้อมูลสถิติการเข้าถึงไฟล์เหล่านั้นอย่างครบถ้วน ในขณะที่ยังสามารถควบคุมได้ด้วยว่าไฟล์เวอร์ชันที่จะเปิดให้ดาวน์โหลดนั้นจะเป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ รวมถึงยังมีความสามารถในการทำ E-Signature ในตัวได้อีกด้วย

ที่ผ่านมา DocSend นั้นมีลูกค้าทั่วโลกกว่า 17,000 ราย โดยมีลูกค้าธุรกิจองค์กรอยู่พอสมควร อย่างเช่น Airtable และ Gartner

Dropbox นั้นมีแผนที่จะนำโซลูชันของ DocSend มาผสานกับ HelloSign ซึ่งเป็นบริษัท Startup ทางด้าน E-Signature ที่ Dropbox เพิ่งเข้าซื้อกิจการมา รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Dropbox และนำเสนอโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรแบบครบวงจร

อย่างไรก็ดี Dropbox ยังไม่ได้ออกมาเผยว่าหลังจากนี้จะยังคงมี DocSend ในแบบ Standalone ให้บริการต่อไปหรือไม่

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DocSend สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.docsend.com/

ที่มา: https://venturebeat.com/2021/03/09/dropbox-to-acquire-document-sharing-platform-docsend-for-165m/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

6 เทรนด์โลจิสติกส์ที่น่าจับตามองในปี 2023

โควิด-19 ทั่วโลก ทิ้งความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ และภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ณ ปัจจุบันที่ยังส่งผลต่อเนื่องในปีถัดไป 6 เทรนด์ที่จะถูกกล่าวถึงคือสิ่งที่ถูกคาดว่าจะได้เห็นในปี 2023  

Microsoft แจกฟรี เอกสารภาษาไทย “เตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานแบบ Hybrid Work ไม่ยากอย่างที่คิด”

Hybrid Work เป็นหัวข้อที่ถูกปฏิบัติใช้จริงภาคบังคับให้อย่างแพร่หลายจากสถานการณ์ของการแพร่ระบบจากโคโรน่าไวรัส แม้ว่าปัจจุบันผู้คนจะกลับมาใช้ชีวิตเข้าออฟฟิศกันเกือบปกติแล้วก็ตาม ที่สิ่งที่ต่างออกไปคือความรู้สึกและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เพราะมีผู้คนมากมายได้สัมผัสถึงคุณภาพชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่งและหลายคนก็ชอบเสียด้วย เมื่อพฤติกรรมการทำงานเปลี่ยนไปตัวองค์กรเองก็ต้องมองหากลยุทธ์เพื่อรับมือกับวิธีการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้นด้วย ซึ่งแต่ละคนก็ตีความบริบทการทำ Hybrid Work ต่างกัน อนึ่ง Microsoft เองที่เป็นผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ระดับองค์กรมาอย่างยาวนานที่มีประสบการณ์ช่วยเหลือธุรกิจมากมาย จึงได้แจกเอกสารฟรีเพื่อเป็นแนวทางเชิงความคิด …