ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) คือหนึ่งในหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล เพราะภัยคุกคามจากผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อและรูปแบบการโจมตีก็มักจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งปัจจุบันมีองค์กร Cybersecurity ชั้นนำระดับโลกมากมายได้สร้างผลิตภัณฑ์โซลูชันหลากหลายรูปแบบเพื่อเฝ้าระวัง หรือตรวจจับภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้อยู่ตลอดเวลา

แต่ถ้าหากนึกถึงบริษัทสัญชาติไทยที่มีผลิตภัณฑ์ Cybersecurity เป็นของตัวเองแล้ว “Cynclair” คืออีกหนึ่งบริษัทสัญชาติไทยด้าน Cybersecurity ที่กำลังมาแรง เติบโตก้าวกระโดดด้วยการมีพาร์ตเนอร์มากกว่า 7 ประเทศได้ภายในระยะเวลาไม่ถึงปี ซึ่งล่าสุดบริษัทได้เปิดตัว “AZURITES OpenXDR” ที่มี 3 ฟีเจอร์ที่เทียบเท่ากับโซลูชันระดับโลก มารู้จักกับ Cynclair และโซลูชัน AZURITES กันให้มากขึ้นได้ ในบทความนี้
Cynclair บริษัท Security สัญชาติไทย ชูแนวคิด “ไทยต้องพึ่งพาตัวเองได้”
Cynclair เป็นบริษัทด้าน Cybersecurity สัญชาติไทยที่ก่อตั้งขึ้นมาในปี 2017 โดยเป็นบริษัทที่ Spin Off ออกมาจาก RV Connex องค์กรผู้นำในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในด้านความมั่นคงปลอดภัยและนวัตกรรมที่มีผลิตภัณฑ์โซลูชันหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะด้าน Cybersecurity ศูนย์ข้อมูล ชิ้นส่วนเครื่องกล และอากาศยาน หากแต่ Cynclair เพิ่งเริ่มเดินหน้าทำธุรกิจสร้างผลิตภัณฑ์จริง ๆ ในช่วงต้นปี 2024 ที่ผ่านมานี้เอง

โดยผู้ก่อตั้งบริษัท Cynclair ในตอนเริ่มต้นคือ คุณธนจักร วัฒนกิจ อดีต Chief Information Security Officer ของบริษัท RV Connex ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างเทคโนโลยีด้าน Cybersecurity ของไทยให้มีความทัดเทียมกับโซลูชันระดับโลก ผ่านปรัชญาที่ว่า “ประเทศไทยจะต้องมีผลิตภัณฑ์ Cybersecurity ของตัวเอง”

“ประเทศไทยเราต้องพัฒนาขึ้นมาเองเพื่อให้มีอธิปไตย (Sovereignty) เราต้องมีของตัวเอง ไม่ต้องขึ้นกับ Technology Stack ของคนอื่น ๆ” คุณธนจักร วัฒนกิจ Founder & Chief Technology Officer (CTO) แห่ง Cynclair กล่าว “ประเทศไทยจะต้องมีอธิปไตยเป็นของตัวเอง ต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้”
เป้าหมาย Cynclair สู่การเป็น Global Company ตั้งแต่เริ่มต้น
คุณธนจักรได้บอกเล่าถึงที่มาของชื่อ Cynclair นั้นมาจาก 2 คำ ได้แก่ “Sincerity” และคำว่า “Clarity” ซึ่งแปลว่า “ความจริงใจ” และ “ความชัดเจน” ซึ่งเป็น 2 คำที่สื่อถึงแนวทางการทำงานของ Cynclair ที่จะมีความเป็นไทย มีความนอบน้อมดูแลให้บริการอย่างอบอุ่น สามารถอธิบายในทุกกระบวนการทั้งภาพรวมและศัพท์เชิงเทคนิค (Technical Term) ต่าง ๆ ให้กับผู้ใช้งานได้อย่างชัดเจน
ด้วยเป้าหมายของ Cynclair คือการเป็นบริษัทระดับโลก (Global Company) มาตั้งแต่เริ่มต้น จึงทำให้ คุณธนจักรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีเป็นหลักนั้นเลือกดำรงตำแหน่ง CTO ของบริษัท และเฟ้นหาผู้นำที่มีประสบการณ์ระดับโลกมาแล้วอย่างคุณ Joel Wong มาดำรงตำแหน่ง CEO เพื่อนำทางให้กับบริษัทตั้งแต่ต้นปี 2024
และผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่ต้องการ โดยภายในเวลาไม่ถึงปีเท่านั้น Cynclair ก็ได้มีพาร์ตเนอร์มากกว่า 7 ประเทศ และกำลังขยายเพิ่มเติมในอีกหลาย ๆ ประเทศในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย

“Cynclair เราไม่ได้ขายผลิตภัณฑ์กับองค์กรเองโดยตรง เราให้บริการผ่านพาร์เนอร์ทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันมี 7 ประเทศแล้ว ได้แก่ ประเทศไทย มาเลเซีย พม่า สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไน และอินเดีย” คุณธนจักร กล่าว
ที่สำคัญ คุณธนจักรยังบอกด้วยว่าโซลูชัน Cybersecurity ของ Cynclair นั้นมีขีดความสามารถทัดเทียมกับโซลูชันชั้นนำของโลกแล้ว โดยได้รับการรีวิวจาก Gartner เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นบริษัทแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้าน Cybersecurity ที่ได้รับการนำเสนอใน Gartner Peer Insights อีกทั้งยังเป็นบริษัทที่ได้ดำเนินการตามแนวทาง NIST Cybersecurity Framework 2.0 หรือแนวทางปฏิบัติของการบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกด้วย

“ผู้ใช้บริการของ Cynclair ส่วนใหญ่อยู่ในไทย พม่า และสิงคโปร์ ซึ่งจะเห็นว่าแม้แต่บริษัทสิงคโปร์ยังเลือกใช้ Cynclair เพราะเทคนิคและราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพ ที่สามารถทำได้เหมือนเจ้าดังระดับโลกในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า” คุณธนจักร กล่าวเสริม “การทำให้องค์กรเชื่อมั่นในเทคนิคได้ก็จะต้องมีการทดสอบเชิงเทคนิค (Proof Of Concept) ซึ่ง Big 4 ได้ทดสอบระบบของเราแล้ว เราไม่เคยแพ้ในการทดสอบดังกล่าว”
ผลิตภัณฑ์โดย Cynclair พร้อมสนับสนุนในหลากหลายอุตสาหกรรม
จากเว็บไซต์ Cynclair บริษัทมีผลิตภัณฑ์ด้าน Security หลากหลายรูปแบบ ที่ได้ให้บริการกับองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการเงิน ธนาคาร น้ำมันและแก๊ส สาธารณสุข ภาครัฐ ไปจนถึงโซลูชันสำหรับ Data Center ได้แก่
- Managed Detection & Response (MDR) บริการตรวจสอบติดตามภัยคุกคาม Cybersecurity และตอบสนองแบบครบวงจร ที่ได้รับรีวิวจาก Gartner อันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
- Digital Risk Protection (DRP) ปกป้องความเสี่ยงในโลกดิจิทัลแบบ 360 องศา เพื่อให้มั่นใจว่าทุกสิ่งอยู่ภายใต้การควบคุม
- Cynclair SOC ศูนย์เฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยที่ให้ความสำคัญในทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นทีมงาน กระบวนการ หรือเทคโนโลยีที่จะช่วยสนับสนุนอย่างมืออาชีพ
- Mobile SOC แพลตฟอร์ม SOC ที่ช่วยปกป้องอุปกรณ์พกพาให้เข้าสู่โลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยในทุกที่ทุกเวลา
สำหรับรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์และโซลูชัน สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้บนเว็บไซต์ Cynclair
เปิดตัว AZURITES บริการ OpenXDR ของไทยอย่างเป็นทางการ
ช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Cynclair ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อ “AZURITES OpenXDR” โซลูชัน Extended Detection and Response (XDR) แบบเปิดสัญชาติไทยแท้ที่มีขีดความสามารถในระดับสากล พร้อมช่วยยกระดับการตรวจจับภัยคุกคามและตอบสนองต่อเหตุการณ์โจมตีบนโลกดิจิทัลให้กับองค์กรมากยิ่งขึ้นได้ในราคาที่คุ้มค่า

ด้วยขีดความสามารถของ AZURITES OpenXDR จะสามารถจัดเก็บข้อมูลอย่างเช่น Log จากอุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์ EDR ต่าง ๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใดหรือระบบปฏิบัติการใดก็ตาม เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ตรวจจับรูปแบบการโจมตีในเชิงลึก และสามารถตอบสนองเพื่อจัดการนำเอามัลแวร์หรือว่าแรนซัมแวร์ที่ฝังตัวอยู่ให้ออกไปจากโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรได้ทันก่อนที่จะลุกลามไปโจมตีส่วนอื่น ๆ ต่อได้
“เรามีประสบการณ์เรื่อง Pain Point มากมายในหลากหลายส่วน เราจึงแปลง Pain Point เหล่านั้นมาพัฒนาและต่อยอดโซลูชันเดิม จนกลายเป็นให้กลายเป็น AZURITES แพลตฟอร์ม OpenXDR สัญชาติไทย” คุณธนจักร กล่าว “AZURITES OpenXDR จะช่วยสำรวจตรวจจับและตอบสนองได้เร็วยิ่งขึ้น อันส่งผลให้แฮกเกอร์จะไม่สามารถโจมตีส่งผลกระทบต่อองค์กรได้”
3 ขีดความสามารถเด่นของ AZURITES OpenXDR โดย Cynclair
ภายในงานแถลงข่าวช่วงกลางเดือนตุลาคม 2024 ที่ผ่านมา คุณธนจักร ได้ยก 3 จุดเด่นของ AZURITES OpenXDR สัญชาติไทยที่มีขีดความสามารถทัดเทียมหรือเหนือกว่าโซลูชันระดับโลก พร้อมเสริมแกร่งด้าน Cybersecurity ให้กับองค์กรแล้ววันนี้ ได้แก่
1. Krystal AI โซลูชัน Generative AI เฉพาะทางด้าน Cybersecurity
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งในไม่กี่บริษัทในโลก ณ ปัจจุบัน ที่มีการใส่ Generative AI เข้าไปในแพลตฟอร์มเป็นที่เรียบร้อย โดย Cynclair ได้ใส่ Generative AI เข้าไปในแพลตฟอร์ม AZURITES OpenXDR เพื่อช่วยกลั่นกรอง ประมวลผลและอธิบายเรื่องราวเหตุการณ์โจมตีที่เกิดขึ้นให้เป็นไปตามบริบทขององค์กรมากขึ้น ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นได้แบบ Real-Time
โดย Krystal AI สามารถผสานกับองค์ความรู้ (Knowledge-based) ขององค์กร เพื่อประกอบการอธิบายเหตุการณ์โจมตีที่เกิดขึ้นตามบริบทของเทคโนโลยีที่องค์กรใช้งาน จึงทำให้คำอธิบายเป็นภาษาที่องค์กรเข้าใจได้ง่ายและทำให้เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และช่วยแนะนำสิ่งที่ควรดำเนินการ (Action) เพื่อให้การตอบสนองต่อภัยคุกคามองค์กรดำเนินไปในแนวทางที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้นด้วย

2. Proactive Threat Hunting ลาดตระเวนภัยคุกคามเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง
โดยทั่วไปการติดตามภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์มักจะเป็นการทำงานในลักษณะ Reactive หรือรอการแจ้งเตือน (Alert) จึงค่อยดำเนินการตรวจสอบหรือแก้ไขเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากแต่การไม่มี Alert เข้ามาก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ได้มีการโจมตีเกิดขึ้นอยู่ โดยเฉพาะกรณีถ้าเป็นแฮกเกอร์ที่ได้รับการว่าจ้างจากหน่วยงานของรัฐ (Nation-state hacker) ที่จะสามารถหลบหลีกการแจ้งเตือนในอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
ด้วยเหตุนี้ AZURITES OpenXDR จึงมีขีดความสามารถที่เหนือกว่าในอีกหลาย ๆ โซลูชัน ผ่านการดำเนินการในลักษณะเชิงรุก (Proactive) ที่จะดำเนินการตรวจสอบ ลาดตระเวนภัยคุกคามที่อาจมีอยู่อย่างต่อเนื่องโดยต้องไม่รอให้เกิดการแจ้งเตือนก่อนจึงค่อยดำเนินการ ซึ่งโซลูชันจะตรวจจับความเคลื่อนไหวด้วยข้อมูลจาก Threat Intellignece ที่มีร่วมกับ AI ในการสแกนหาความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากพบเจอเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ก็จะจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นทันที

3. Automated IR based on External Threats
หลายองค์กรมักจะใช้โซลูชัน Cybersecurity หลากหลายเครื่องมือ จนทำให้มี Dashboard ใช้งานจำนวนมาก หากแต่ AZURITES OpenXDR นี้จะเป็น Singular Platform โดยมี Dashboard เดียวแบบรวมศูนย์ ที่สามารถมองเห็นภัยคุกคามทั้งภายในและภายนอกได้ในที่เดียว อันส่งผลทำให้มีความสะดวกและทำให้เห็นมุมมององค์รวมทั้งหมด อีกทั้งยังทำให้สะดวกต่อการบำรุงรักษา (Maintenance) อีกด้วย
ที่สำคัญ AZURITES OpenXDR ยังสามารถตั้งค่า Playbook เพื่อตอบสนองได้อัตโนมัติเมื่อพบเจอเหตุการณ์ที่เข้าเงื่อนไขตามที่กำหนด โดยถ้าหากพบเจอภัยคุกคามตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ โซลูชันจะดำเนินการตามกระบวนการที่ตั้งค่าไว้ทันที อันส่งผลให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้ตาม Playbook รวดเร็วยิ่งขึ้น และช่วยลดเวลา Mean Time To Detect (MTTD) และ Mean Time To Response (MTTR) ลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จากหลักวันอาจเหลือเพียงหลักนาทีหรือวินาทีได้เลย โดยซินแคลร์ เป็นที่รู้จักในด้านการตอบสนองต่อภัยคุกคามดังนี้
- Mean Time to Detect (MTTD) น้อยกว่า 2 นาที
- Mean Time to Triage (MTTT) น้อยกว่า 3 นาที
- Mean Time to Investigate (MTTI) น้อยกว่า 10 นาที
- Mean Time to Response (MTTR) น้อยกว่า 20 นาที

AZURITES OpenXDR คุณภาพระดับโลกในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ Cynclair ได้รับความไว้วางใจจากหลากหลายองค์กรในเวทีโลก คือประสิทธิภาพเชิงเทคนิคและราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า จึงทำให้มีพาร์ตเนอร์จากหลายหลายประเทศภายในเวลาไม่ถึงปี และทำให้ได้รับการรีวิวจาก Gartner Peer Insights เป็นที่แรกในภูมิภาคสำหรับด้าน Cybersecurity
โดยในเซสชัน Q&A คุณธนจักรเผยว่าโซลูชันของ Cynclair นั้นสามารถดำเนินการได้ดีเทียบเท่ากับมาตรฐานระดับโลก ซึ่งมักจะชี้วัดกันที่ Service-Level Agreement (SLA) โดยวัดเวลาตั้งแต่การตรวจจับภัยคุกคาม วิเคราะห์ จนกระทั่งจัดการนำเอาแฮกเกอร์ออกจากระบบนั้นดำเนินการเสร็จสิ้นภายในกี่นาที ซึ่ง คุณธนจักร เผยว่าด้วยเทคนิคของ AZURITES OpenXDR สามารถดำเนินการได้เฉลี่ยภายใน 20 นาทีเท่านั้น
“เจ้าอื่นที่มีชื่อเสียงในโซลูชัน MDR ของอเมริกาใช้เวลาราว 22 นาที ดังนั้น ถ้าหากอยากจะแข่งกับระดับโลก เราจึงต้องทำให้ได้น้อยกว่า 22 นาที” คุณธนจักร กล่าว “AZURITES OpenXDR ดำเนินการตั้งแต่ตรวจจับ วิเคราะห์ และนำแฮกเกอร์ออกไปจากระบบ สามารถดำเนินการได้ภายในไม่เกิน 20 นาที ซึ่งถ้าหากทำจริง อาจเหลือเพียงแค่ 5-10 นาที แล้วแต่กรณี”
เตรียมพบกับ EDR สัญชาติไทยโดย Cynclair ในอนาคต
ภายในเซสชัน Q&A คุณธนจักร ยังเปิดเผยด้วยว่า Cynclair กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ Endpoint Detection and Response (EDR) สัญชาติไทย ซึ่งเปรียบเสมือนกับระบบ Antivirus บนเครื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะคอยตรวจจับภัยคุกคามอยู่ตลอดเวลา โดยคาดว่าน่าจะเปิดตัวภายในช่วงปลายปี 2025 นี้
“AZURITES เป็นเหมือนยานแม่ เป็น Control Server ตรงกลาง แต่สิ่งที่ Cynclair ยังขาดไปคือเซ็นเซอร์ (Sensor)” คุณธนจักร กล่าว “ใน Roadmap เราจึงกำลังพัฒนา EDR ที่เป็นเหมือนเซ็นเซอร์ให้กับยานแม่ และ EDR ของ Cynclair นี้จะทำให้ประเทศไทยมีซอฟต์แวร์ Antivirus ของไทยเอง ที่ป้องกันการโจมตีได้ และการส่ง Log มาหา AZURITES OpenXDR ได้ โดยคาดว่าจะเสร็จภายในปลายปีหน้านี้”

นอกจากนี้ Cynclair เองยังมีแผนที่จะให้บริการกับผู้ใช้งานทั่วไปอีกด้วย โดยคุณธนจักรมองเห็นเหตุการณ์ที่ชาวบ้านยังคงได้รับสายจากสแกม (Scam) ที่หลอกลวงให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ Cynclair มองหาแนวทางในการพัฒนาโซลูชันเพื่อแก้ไข หากแต่ก็ยังคงมีความท้าทายอีกมากมาย ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไปว่า Cynclair จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวออกมาในรูปแบบใดต่อไป
สนใจแพลตฟอร์ม AZURITES OpenXDR ติดต่อ Cynclair ได้ทันที
ทั้งหมดนี้ คือ Cynclair บริษัทระดับโลกด้าน Cybersecurity สัญชาติไทย ที่ได้เปิดตัวโซลูชัน AZURITES OpenXDR พร้อมยกระดับการตรวจจับภัยคุกคามและความมั่นคงปลอดภัยให้กับองค์กรได้ในระดับสากลในราคาที่ยอมเยาว์ ด้วย 3 ขีดความสามารถที่ทัดเทียมโซลูชันชั้นนำ อีกทั้งในอนาคตคนไทยยังอาจจะได้ใช้งาน EDR สัญชาติไทยในอนาคตอีกด้วย รอติดตามความคืบหน้าจากทาง Cynclair ได้เลย
หากต้องการรู้จัก Cynclair ให้มากขึ้น สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ Cynclair.com และถ้าหากองค์กรใดสนใจใช้ AZURITES OpenXDR ระดับโลกสัญชาติไทยจากทาง Cynclair สามารถติดต่อทีมงานได้ทางอีเมล info@cynclair.com หรือโทร 02-090-9507
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย







