CommScope พร้อมหนุน GigaREACH XL ทะลายขีดจำกัดสาย UTP ใช้งานยาวได้สูงสุด 250 เมตร

หนึ่งในข้อจำกัดของสายแลน (LAN) เคเบิล Cat 6 หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือสาย UTP (Unshielded Twisted Pair) ในการเชื่อมโยงเน็ตเวิร์กทำเป็นระบบเครือข่ายต่าง ๆ คือเรื่องระยะทางที่จะมีขีดจำกัดสูงสุดอยู่ที่ 100 เมตรเท่านั้น ซึ่งถ้าหากต้องเดินสายในระยะทางที่ยาวกว่านั้น ก็จะเริ่มทำให้การเดินสายเกิดความซับซ้อน เช่น ต้องตั้งจุดขยายสัญญาณเพิ่มเติมหรือใช้ระบบสายใยแก้วนำแสง ซึ่งอาจต้องมีค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นอย่างก้าวกระโดด

CommScope ผู้นำเทคโนโลยีเน็ตเวิร์กระดับโลกจึงได้สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ปลดล็อกทะลายข้อจำกัดดังกล่าวได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยโซลูชัน GigaREACH XL สาย UTP ใหม่ล่าสุดจาก CommScope ที่เปิดตัวออกมาเมื่อช่วงเดือนเมษายน สามารถใช้งานได้ยาวสูงสุดได้ถึง 250 เมตร รายละเอียดของสาย CommScope GigaREACH XL เป็นอย่างไร ติดตามได้ในบทความนี้

สายเคเบิล Cat 6 หรือ Category 6 คือมาตรฐานของสายเคเบิลคู่บิดเกลียวหรือสาย UTP แบบหนึ่งสำหรับการใช้งานใน Ethernet และ Network Physical Layer อื่น ๆ ซึ่งคนทั่วไปจะคุ้นเคยกันว่าเป็นสายแลน (LAN) ที่ใช้งานตามบ้านหรือองค์กรต่าง ๆ ในการเชื่อมโยงโครงข่ายภายในบ้านหรืออาคารสำนักงาน โดยเป็นการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต RJ45 หรือพอร์ตแลนที่คุ้นเคยกันนั่นเอง

Credit : CommScope

อย่างไรก็ดี มาตรฐานของสาย Cat 6 นั้นกำหนดไว้ว่าจะมีประสิทธิภาพรองรับแบนด์วิดท์ (Bandwidth) ได้สูงสุดอยู่ที่ 250 MHz ซึ่งแม้ว่าจะมีแบนด์วิดท์มากกว่าสาย Cat 5 และ Cat 5e ที่เป็นมาตรฐานก่อนหน้านี้ราว 2.5 เท่าแล้ว แต่ข้อจำกัดสำคัญในการใช้งานคือเรื่องระยะทางที่จะให้ความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 100 เมตรเท่านั้น 

และแม้ว่าปัจจุบันจะมีมาตรฐานสายเคเบิล Cat 6A (augmented Category 6) ที่รองรับ Bandwidth สูงได้ถึง 500 MHz แล้วก็ตาม แต่ระยะทางสูงสุดที่รองรับความเร็วสูงสุดนั้นก็ยังอยู่ที่ 100 เมตรตามมาตรฐาน ANSI/TIA-568 ซึ่งก็ยังคงเป็นข้อจำกัดในการใช้สายเคเบิลหากจำเป็นต้องเดินสายเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ไกลกว่า 100 เมตร ให้ได้ประสิทธิภาพและความเร็วสูงสุด

จากขีดจำกัดในการใช้งานของสาย Cat 6 จึงทำให้ CommScope ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันเทคโนโลยีโครงข่ายเน็ตเวิร์กโทรคมนาคมระดับโลก ได้พัฒนาโซลูชันใหม่ที่จะปลดล็อกให้องค์กรและผู้ใช้งานสามารถ เชื่อมต่อโครงข่ายหรือจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ (Power Over Ethernet หรือ PoE) ในระยะที่มากกว่า 100 เมตรภายในสายเคเบิลเดียว ด้วยโซลูชัน GigaREACH XL

Credit : CommScope

โดย CommScope ได้เปิดตัว GigaREACH XL นวัตกรรมสายเคเบิล UTP ล่าสุดภายใต้พอร์ตโฟลิโอ SYSTIMAX เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน 2024 ที่ผ่านมา ที่จะทำให้การเชื่อมโยงอุปกรณ์ไปได้ในระยะที่ไกลขึ้น สูงสุดถึง 250 เมตรภายในสายเคเบิลเส้นเดียว 

เพราะปัจจุบันอุปกรณ์เน็ตเวิร์กหรือดิจิทัลที่ใช้งานตามสำนักงานหรือบ้านเรือนนั้นมีความหลากหลาย และอาจจำเป็นต้องใช้งานในระยะทางที่ไกลขึ้น เช่น กล้องวงจรปิด ระบบควบคุมการเปิดประตูเข้าออกพื้นที่ หรือว่า Access Point ไร้สายต่าง ๆ ซึ่งถ้าหากสามารถลากสายเคเบิลไปในระยะที่ยาวขึ้นได้กว่าเท่าตัวด้วยสายเส้นเดียว ก็จะทำให้การจัดการสายหรือวางโครงข่ายเน็ตเวิร์กทำได้สะดวกขึ้นและไม่ซับซ้อนในการดูแลบำรุงรักษาต่อในอนาคต

CommScope GigaREACH XL นี้เป็นโซลูชันสาย UTP ที่จะทำให้องค์กรผู้ใช้งานสามารถเชื่อมโยงหรือจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ได้ในระยะที่ไกลสุดถึง 250 เมตรได้ภายในสายเคเบิลเส้นเดียว และทำให้ลดความซับซ้อนในการวางโครงข่ายเน็ตเวิร์ก การลากสาย และลดความเสี่ยงของโครงสร้างพื้นฐานอีกด้วย

Credit : CommScope

โดย CommScope GigaREACH XL มีขีดความสามารถในการใช้งานสาย UTP ตามระยะทางที่ใช้งาน เป็นดังต่อไปนี้

  • ความเร็ว 1 Gbps/90W PoE สูงสุดถึงระยะทาง 150 เมตร
  • ความเร็ว 100 Mbps/90W PoE สูงสุดถึงระยะทาง 200 เมตร
  • ความเร็ว 10 Mbps/90W PoE สูงสุดถึงระยะทาง 250 เมตร

ที่สำคัญ ด้วยการใช้งานสายเคเบิลที่ยาวขึ้นกว่า 2 เท่า จึงทำให้ลดความจำเป็นในการสร้างห้องโทรคมนาคมเพิ่มเติม หรือว่าการเสริมอุปกรณ์ PoE Extender หรืออุปกรณ์ Optical ใด ๆ เข้ามาใช้งานได้อย่างมาก ซึ่งนอกจากจะทำให้จุดบกพร่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยลงไปแล้ว ยังทำให้ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งลดลง และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission) เสริมเรื่องความยั่งยืนให้กับองค์กรได้อีกด้วย

การใช้งานสาย CommScope GigaREACH XL นั้น สามารถเชื่อมโยงไปยัง Structured Cabling แบบเดียวกับโซลูชัน GigaSPEED ที่ใช้งานอยู่ได้ง่ายดาย โดยสามารถใช้เครื่องมือติดตั้งตามขั้นตอนกระบวนการต่าง ๆ แบบเดียวกับอุปกรณ์และแจ็ค (RJ45 Modular Jack) GigaSPEED XL ได้ตามเดิม พร้อมทั้งมี 3 จุดเด่นที่ควรพิจารณา ดังต่อไปนี้

1. การันตีประสิทธิภาพตามระยะทาง

CommScope GigaREACH XL นั้นรับประกันอัตราการสูญเสียเนื่องจากสัญญาณรบกวน (Insertion Loss) 20% ตามมาตรฐาน Cat 6 และสามารถจ่ายไฟผ่านสายได้ 90W เท่าเดิมแม้ว่าจะใช้งานยาวถึง 250 เมตรก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีการเกลียว UTP ที่เป็นเอกสิทธิ์ของ CommScope จึงช่วยให้สามารถใช้ตัวนำขนาด 21 AWG (American Wire Guage) ลดการสูญเสียและตัดความต้านทานไฟกระแสตรงต่อเมตรลงได้ถึงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับสายเคเบิล Cat 6 มาตรฐานทั่วไป จึงทำให้ CommScope สามารถการันตีประสิทธิภาพทั้งการส่งข้อมูลและ PoE ได้ดังหัวข้อก่อนหน้านี้ 

2. บริหารจัดการโครงสร้างเครือข่ายได้ง่ายขึ้น

เพราะความยาวสายที่รองรับการใช้งานได้ถึง 250 เมตร จึงทำให้จำนวนการใช้อุปกรณ์น้อยลงไปได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะช่วยลด Point of Failure ที่อาจเกิดความผิดพลาด ลดค่าใช้จ่ายทั้งการจัดซื้อและการบำรุงรักษาลงไปได้มาก ที่สำคัญยังทำให้การบริหารจัดการวางโครงข่ายเน็ตเวิร์กเชื่อมโยงอุปกรณ์ได้ง่ายขึ้น แถมตัวสาย GigaREACH XL ยังการันตีประสิทธิภาพภายใต้ CommScope Application Assurance อีกด้วย

3. หนุนความยั่งยืน (Sustainability) ได้มากขึ้น

สาย CommScope GigaREACH XL นั้นสอดคล้องกับคุณลักษณะการส่งข้อมูล Cat 6 ตามมาตรฐาน TIA 568.2-D กำหนดทั้งหมด ซึ่งจะมีค่าสูญเสียพลังงานในการส่งผ่าน (Power Transmission Loss) ลดลงไปถึง 50% รวมทั้งลดการใช้พลังงาน ลดการสร้างห้องโทรคมนาคมเพิ่มเติม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดจุดที่มีโอกาสผิดพลาด ทั้งหมดนี้ จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนในหลากหลายแง่มุมกับผู้ที่ใช้งานได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งหมดนี้คือ GigaREACH XL โซลูชันสาย UTP ล่าสุดจาก CommScope ที่ได้ทะลายขีดจำกัดของสายเคเบิลตามมาตรฐานที่ระยะ 100 เมตรเป็นที่เรียบร้อย ด้วยขีดความสามารถที่รองรับในระยะทางสูงสุด 250 เมตร จึงทำให้ผู้ที่เลือกใช้งานโซลูชันนี้จะสามารถบริหารจัดการโครงข่ายเน็ตเวิร์กได้ง่ายขึ้น ค่าใช้จ่ายลดลง สร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรได้มากขึ้น ซึ่ง CommScope จะมีให้การรับประกัน SYSTIMAX Assurance หากเลือกใช้ GigaREACH XL อีกด้วย มั่นใจในการใช้งานได้อย่างแน่นอน

CommScope ประเทศไทยพร้อมให้บริการ GigaREACH XL แล้ว สำหรับองค์กรหรือผู้ใช้งานที่สนใจโซลูชัน สามารถติดต่อคุณพงศ์ภวัน พูนประชา System Engineer, CommScope Thailand ผ่านทางอีเมล pongpawan.poonprachar@commscope.com

About chatchai

Tech Writer แห่ง TechTalk Thai ที่สนใจในทุกนวัตกรรมและเทคโนโลยี

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ