Cisco เตรียมสนับสนุน Cisco ACI ใน AWS, Microsoft Azure และ Google Cloud Platform

หลังจากที่ Cisco Application Centric Infrastructure (ACI) ได้กลายเป็นเทคโนโลยี Software-defined Networking (SDN) ที่มีลูกค้าองค์กรกว่า 4,000 แห่งเลือกใช้งาน ทาง Cisco ก็ได้ออกมาประกาศเตรียมสนับสนุน Cisco ACI ใน 3 บริการ Cloud ยักษ์ใหญ่ ได้แก่ Amazon Web Services (AWS), Microsoft Azure และ Google Cloud Platform (GCP)

Credit: Cisco

 

การประกาศครั้งนี้จะทำให้ในอนาคต Cisco ACI จะมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในการตอบโจทย์ด้านระบบเครือข่ายให้กับสถาปัตยกรรม Hybrid Cloud และ Multi-Cloud เพื่อให้การกำหนดค่าด้านระบบเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยในระบบเครือข่ายยังคงติดตามไปกับเหล่า Virtual Machine (VM) หรือ Application ที่ทำการโยกย้ายไปมาระหว่าง Cloud ได้อย่างอิสระ และในทางกลับกันเหล่าผู้ให้บริการ Cloud ทั้ง 3 นี้ก็จะสามารถตอบรับต่อตลาดขององค์กรได้อย่างดียิ่งขึ้นไปด้วยพร้อมๆ กัน

Cisco ACI ในอนาคตจะรองรับการบริหารจัดการ ACI Policy และ Workflow บน Public Cloud ได้ผ่าน Cisco APIC ซึ่งเป็น SDN Controller ของ Cisco โดยตรง และทำงานร่วมกับ Public Cloud Software ได้หลากหลายยิ่งขึ้น รวมถึง Cisco จะยังทำงานร่วมกับเหล่า Cloud Provider เพื่อสนับสนุนเครื่องมือบริหารจัดการระบบ Cloud ให้มากขึ้นด้วย โดยมีตัวอย่างคือการสนับสนุน Kubernetes ให้สามารถทำงานร่วมกับ Cisco ACI 3.0 ได้นั่นเอง

 

ที่มา: https://blogs.cisco.com/news/aci-anywhere



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Epicor แจกฟรี Whitepaper แนะแนวทางการทำ Digital Transformation สำหรับธุรกิจโรงงานโดยเฉพาะ

สำหรับเหล่าธุรกิจโรงงานและภาคการผลิตที่กำลังมองหาแนวทางการทำ Digital Transformation ด้วยการต่อยอดจากระบบ ERP เพื่อนำเทคโนโลยีใหม่ๆ และข้อมูลเข้ามาใช้เสริมประสิทธิภาพและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในการผลิต ทาง Epicor ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ ERP และ MES สำหรับโรงงาน …

Linux เริ่มแก้ไขปัญหา Y2038 ปัญหาคล้ายคลึงกับ Y2K ใน Linux Kernel 4.15 เพิ่มเติม

หากใครทันกับสมัยปัญหา Y2K ที่บรรดาซอฟต์แวร์ต่างๆ นั้นถูกพัฒนาด้วยการระบุจำนวนปีจากการใช้เลขท้าย 2 หลักของค.ศ. เพื่อรองรับการระบุเวลาในช่วง 1900 – 2000 นั้น ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2038 จากการระบุเวลาด้วย Signed …