Breaking News
เอาเครื่องเก่ามาแลก แล้วรับเงินคืนไปเลย!!

[CDIC 2019] สรุป Keynote งาน CDIC 2019 ปลัดกระทรวง DE ชี้ทรัพยากรบุคคลสำคัญสุดในการขับเคลื่อนประเทศสู่ยุคดิจิทัล

คุณอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ได้ให้เกียรติมาเป็นหนึ่งในประธานกล่าวเปิดงาน Cyber Defense Initiative Conference (CDIC) ครั้งที่ 18 ประจำปี 2019 รวมไปถึงได้ขึ้นบรรยายในเซสชัน Keynote พร้อมอัปเดตประเด็นความท้าทายใหม่สำหรับการบริหารจัดการเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับองค์กรให้สอดคล้องกับกฎหมายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

คุณอัจฉรินทร์เริ่มต้นด้วยการอัปเดตแนวโน้มการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทยในยุคดิจิทัล ระบุว่า ปัจจุบันนี้คนไทยใช้อุปกรณ์พกพามากถึง 180% หรือก็คือ โดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละคนจะมีอุปกรณ์ถึง 1.8 เครื่อง ในขณะที่มีการใช้อินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์พกพาถึง 100% ที่สำคัญคือ ไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีการใช้งาน Mobile Banking สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลก คิดเป็น 74% ของผู้ใช้งานอุปกรณ์พกพาทั้งหมด ซึ่งแน่นอนว่าการใช้อุปกรณ์พกพาปริมาณมหาศาลแบบนี้ย่อมก่อให้เกิดช่องทางหรือแรงกระตุ้นให้อาชญากรไซเบอร์พุ่งเป้าโจมตีอุปกรณ์พกพามากขึ้น ผู้ให้บริการจึงควรตระหนักและให้ความสำคัญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นคงปลอดภัย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกกฎหมายใหม่ 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและสร้างความเข้มแข็งให้โครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (Critical Information Infrastructure: CII) ส่งผลให้สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคงปลอดภัย พร้อมรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้จะบังคับใช้เฉพาะผู้ให้บริการ CII 7 กลุ่ม ได้แก่ ความมั่นคงของรัฐ บริการภาครัฐที่สำคัญ การเงินการธนาคาร เทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม การขนส่งและโลจิสติกส์ พลังงานและสาธารณูปโภค และสาธารณสุข เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการทั่วไป ในขณะที่ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างมาตรฐานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้เทียบเท่ากับกฎหมายและข้อบังคับของต่างประเทศ เช่น GDPR โดย พ.ร.บ. ฉบับนี้จะบังคับใช้กับทุกหน่วยงาน ทุกผู้ประกอบการ เพื่อปกป้องความเป็นส่วนบุคคลของประชาชนทั่วไป จะเริ่มบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคม 2020 ที่จะถึงนี้

นอกจากนี้ คุณอัจฉรินทร์ยังได้กล่าวถึงภารกิจของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในการสนับสนุนให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่ยุค Thailand 4.0 ดังนี้

  • National Broadband – การวางโครงข่ายอิเนทอร์เน็ตไปยังทุกหมู่บ้านทั่วไทย ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง รวมไปถึงสอนชาวบ้านให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตและตระหนักถึงภัยคุกคามไซเบอร์
  • พัฒนาบุคลากร – สร้าง Digital Workforce ให้รองรับความต้องการของตลาดดิจิทัล
  • Digital Park – สร้างเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน
  • Anti-Fake News – จัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมโดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 200 แห่ง รวมไปถึงสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย โดยเน้นการแก้ไขข่าวที่มีผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง เช่น ภัยพิบัติ สุขภาพ และเศรษฐกิจ

“การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลและการสร้างความมั่นคงปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คนหรือทรัพยากรมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรด้าน IT หรือผู้รับบริการเองก็ตาม บทบาทขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนคือการพัฒนาบุคลากรทางด้าน IT เพื่อให้มีผู้ปฏิบัติงานที่มีคุณสมบัติและมีความพร้อมเพียงพอต่อการทำภารกิจขององค์กรให้ประสบผลสำเร็จ” — คุณอัจฉรินทร์กล่าวปิดท้าย



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ก้าวใหม่ของอุตสาหกรรมการผลิตในยุค New Normal และการก้าวไปสู่ Adaptive Manufacturing Enterprise โดยมี ERP เป็นปัจจัยสำคัญ

หลังจากที่อุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลกเผชิญกับการหยุดชะงักอย่างไม่ทันตั้งตัว จากวิกฤต COVID-19 จะเห็นได้ว่าส่งผลกระทบไปยังอุตสาหกรรมต่างๆ ในแง่ที่ทำให้การผลิตเกิดการหยุดชะงัก การทำงานของคนในองค์กรกลายเป็นแบบ Work From Home ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ผู้ผลิตบางรายประสบปัญหาที่ต้องปิดตัวลง ด้วยเหตุผลแตกต่างกัน ในขณะที่บางแห่งกลับต้องเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมงเนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบโดยรวมต่อการวางแผนการผลิต

8 แนวทางรับมือ Ransomware เบื้องต้นที่ทุกธุรกิจองค์กรควรทำ พร้อมบริการจาก AIS Cyber Secure ช่วยปกป้องธุรกิจจากภัยคุกคาม

Ransomware นั้นได้กลายเป็นภัยคุกคามสามัญที่ทุกธุรกิจองค์กรต้องเผชิญในทุกวันนี้ ในขณะที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก Ransomware เองก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง การวางแผนเพื่อรับมือกับ Ransomware อย่างเป็นระบบนั้นจึงถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงให้กับธุรกิจองค์กรได้อย่างคุ้มค่า และในบทความนี้เราก็จะพาทุกท่านไปรู้จักกับแนวทางเบื้องต้นที่ทุกธุรกิจองค์กรควรทำ 8 ประการ ดังนี้ครับ