[Guest Post] การนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ในธุรกิจธนาคาร ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไปในปี 2022

เทคโนโลยี Blockchain อาจฟังดูใหม่เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว แต่ ณ วันนี้ เมื่อกล่าวถึง Blockchain คงจะมีน้อยคนแล้วที่จะไม่รู้จัก และในปี 2022 การนำระบบนี้มาใช้งานจะไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป ซึ่งประโยชน์หลักของ Blockchain คือการเข้ามาช่วยให้การจัดเก็บข้อมูลมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่งต่อได้แบบไม่มีตัวกลาง (Decentralized) และมีความปลอดภัยสูงมาก และแน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเรื่องการจัดเก็บข้อมูล Transaction และความปลอดภัย ธุรกิจที่กำลังมาแรงในการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้คงหนีไม่พ้นธนาคาร

การนำ Blockchain เข้ามาใช้ในธุรกิจธนาคาร

ล่าสุดจากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ได้เปิดตัว SCBX ก้าวเข้าสู่โลกการเงินแบบ Decentralized อย่างเต็มตัว ด้วยเป้าหมาย 5 ปีต่อจากนี้คือ การเป็นผู้นำแพล็ตฟอร์มใน Southeast Asia เป็นผู้นำด้าน Digital Asset และ Blockchain ไปจนถึงการเป็นผู้นำในเทคโนโลยี AI สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของธนาคารในการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในธุรกิจ และหนีการ Disrupt ที่เกิดขึ้นในวงการธนาคารและการเงิน โดยประโยชน์ของการขับเคลื่อนธนาคารด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ สุดท้ายก็จะตกแก่กลุ่มผู้ใช้อย่างเราๆ ที่จะได้เข้าถึงบริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และปลอดภัยยิ่งขึ้น

เห็นได้ชัดเจนว่า Blockchain เป็นหนึ่งในสิ่งที่ขับเคลื่อนธนาคารยุคใหม่ บทความนี้เราเลยอยากแชร์เกี่ยวกับประโยชน์ที่ทางธนาคารและผู้ใช้จะได้รับจากการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้

4 ประโยชน์จากการที่ธนาคารใช้เทคโนโลยี Blockchain

  1. ตรวจสอบได้ มีความปลอดภัยสูง

อย่างที่ได้เกริ่นก่อนหน้านี้แล้วว่า Blockchain คือระบบ Decentralized หมายความว่าเป็นระบบที่ไม่ต้องพึ่งพาคนกลางมาคอยประสานงานซึ่งอาจมีความผิดพลาด โดยระบบ Blockchain จะเป็นการทำงานของคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ทุกครั้งที่เกิด Transaction หรือการแก้ไขข้อมูลใดๆ ระบบก็จะบันทึกไว้อย่างชัดเจนเป็นกล่องๆ ไป ซึ่งหากมีการแก้ไขข้อมูล จะไม่ได้เกิดขึ้นในรูปแบบที่เอากล่องเดิมมาแก้ แต่จะเป็นการสร้างกล่องใหม่ต่อไปเป็นเหมือนห่วงโซ่ และนี่คือเหตุผลที่ทำให้เทคโนโลยีนี้ถูกเรียกว่า Blockchain มาพร้อมกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยกว่าเดิม

  1. การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น

เมื่อเป็นระบบ Decentralized แล้ว การกระจายบริการไปยังพื้นที่ต่างๆ หรือต่างประเทศก็จะไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป เห็นได้ว่าเป้าหมายหนึ่งของ SCBx คือการเป็นผู้นำใน SEA หรือ Southeast Asia ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ที่ธนาคารจะขยายตลาดออกไปให้บริการนอกเหนือจากประเทศไทยเมื่อธนาคารนำระบบ Blockchain เข้ามาใช้

หรืออีกตัวอย่างหนึ่งคือ Digital Asset ที่สามารถซื้อขายกันได้ทั่วโลก อย่างเช่น Cryptocurrency ที่ซื้อขายได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางทำให้ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ที่เริ่มต้นการลงทุนอยู่ประเทศใดก็สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเอง

  1. ลดขั้นตอนการทำงาน

ด้วยความซับซ้อนของระบบต่างๆ ในธนาคาร ที่ส่งผลให้ใช้เวลาในการทำงาน จนบางครั้งอาจทำให้เกิดต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงมีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้ แต่หากนำ Blockchain มาใช้ ขั้นตอนการทำงานบางส่วนจะถูกลดลง เนื่องจากความโปร่งใสของระบบที่ตรวจสอบได้ง่าย และความสามารถในการปรับบางขั้นตอนให้ทำงานโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ อย่างที่ได้กล่าวก่อนหน้านี้ว่าการแก้ไขข้อมูลในระบบ Blockchain จะไม่สามารถทำได้โดยการนำข้อมูลเก่ามาแก้ แต่เป็นการสร้างข้อมูลใหม่ต่อๆ ไป ทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิด Error จากการแก้ไขข้อมูลผิดจุด หรือความผิดพลาดที่เกิดจากพนักงาน รวมไปถึงการรั่วไหลของข้อมูล ซึ่งการลดลงของขั้นตอนการทำงาน และความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ส่งผลให้ Flow ของการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความปลอดภัยในระบบมากขึ้น และลดต้นทุนได้มากยิ่งขึ้น

  1. การทำสัญญาและเงื่อนไขการใช้งานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เดิมทีเวลาเราจะทำสัญญา หรือลงชื่อยอมรับเงื่อนไขต่างๆ ก็จะเป็นการลงชื่อในเอกสารที่เป็นกระดาษ และทางธนาคารก็ต้องจัดเก็บเอกสารเหล่านั้น ซึ่งทางผู้ใช้เองบางทีก็ลืมไปแล้วว่าเคยลงชื่อยอมรับเงื่อนไขอะไรไปบ้าง แต่การใช้ Blockchain ทำให้เกิดการทำสัญญาแบบ Smart Contract ซึ่งเป็นการทำสัญญาผ่านระบบของ Blockchain

โดยระบบจะสามารถ Track ได้หมดว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง และการใช้งานนั้นตรงกับเงื่อนไขหรือเปล่า หรือมีอะไรที่ผิดเงื่อนไขไหม ซึ่งจะสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องไปเปิดเอกสารเก่า ส่งผลให้ผู้ใช้งานไม่สามารถแอบทำอะไรที่ผิดนโยบายของธนาคาร ที่จะส่งผลเสียต่อระบบของธนาคารหรือผู้ใช้อื่นๆ เพราะหากมีการใช้งานอะไรที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไร ระบบจะตรวจจับได้ทันที

จริงๆ แล้วประโยชน์จากการนำเทคโนโลยี Blockchain เข้ามาใช้ในธุรกิจธนาคารนั้นมีอีกมากมาย แต่ 4 อย่างนี้ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ระบบการทำงานของธนาคารเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยจากการปรับโครงสร้างองค์กรของธนาคารไทยพาณิชย์เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ซึ่งก็ต้องลองดูกันต่อไป เพราะเชื่อว่าสิ้นปีนี้ และปี 2022 น่าจะมีอะไรใหม่ๆ ในธุรกิจธนาคารออกมาให้เราได้เห็นกันอีกแน่นอน


About Maylada

Check Also

[Guest Post] MFEC จับมือ Bitkub ร่วมเป็น Technical Partner เพื่อสนับสนุนและพัฒนาธุรกิจบนเครือข่ายบล็อกเชน

บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ “MFEC” ประกาศจับมือบริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด หรือ …

ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ฟรี TTT Virtual Summit  2021: Blockchain Use Cases & Kubernetes Trends [15-16 ก.ย. 2021]

TechTalkThai ขอเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT ทุกระดับ, ผู้จัดการและผู้บริหารทุกฝ่าย, Software Tech Lead, Software Engineer, DevOps Engineer และผู้ที่สนใจทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ฟรี TTT Virtual Summit  2021: Blockchain Use Cases & Kubernetes Trends