AWS จับมือสถาบัน Jane Goodall แปลงงานวิจัยด้านวานรวิทยากว่า 6 ทศวรรษสู่รูปแบบดิจิทัล [PR]

เทคโนโลยี AI ขั้นสูงจะแปลงบันทึกที่เขียนด้วยลายมือและภาพวิดีโอแบบอนาล็อกให้กลายเป็นฐานข้อมูลที่สามารถค้นหาได้ เพื่อช่วยให้นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ข้อมูลได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น


ประเด็นสำคัญ

  • AWS ประกาศให้งบสนับสนุน 1 ล้านเหรียญสหรัฐผ่านกองทุน Generative AI Innovation Fund เพื่อแปลงข้อมูลงานวิจัยจำนวนมากของสถาบัน Jane Goodall ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล
  • โครงการนี้จะเปลี่ยนบันทึกที่เขียนด้วยลายมือ ฟิล์ม และข้อมูลการสังเกตการณ์เกี่ยวกับลิงชิมแปนซีและลิงบาบูนจากรูปแบบอนาล็อกให้เป็นดิจิทัล โดยใช้ Amazon Bedrock และ Amazon SageMaker
  • เครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะช่วยให้นักวิจัยทั่วโลกสามารถค้นหาและเข้าถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่มีคุณค่าเหล่านี้ได้เป็นครั้งแรก

เป็นเวลา 65 ปีที่สถาบัน Jane Goodall ได้บันทึกข้อมูลงานวิจัยด้านวานรศึกษาที่สำคัญเกี่ยวกับลิงชิมแปนซีและลิงบาบูนอย่างละเอียด ผ่านการจดบันทึกภาคสนาม ภาพยนตร์บันทึกเหตุการณ์พิเศษ และข้อมูลจากการสังเกตการณ์ที่เก็บไว้ในฐานข้อมูลหลายแห่ง ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่มีค่าเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในรูปแบบอนาล็อก ซึ่งทำให้การเข้าถึงมีข้อจำกัดและเสี่ยงต่อการสูญหายเมื่อเวลาผ่านไป

AWS ได้ประกาศให้งบสนับสนุนมูลค่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ผ่านกองทุน Generative AI Innovation Fund เพื่อช่วยอนุรักษ์และแปลงข้อมูลเหล่านี้ให้เป็นดิจิทัล

งบประมาณนี้จะนำไปสนับสนุนการแปลงข้อมูลงานวิจัยของสถาบัน Jane Goodall Institute (JGI) ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลอย่างครบถ้วน สนับสนุนด้านบุคลากร และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการดำเนินงานของสถาบัน

Taimur Rashid ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรม Generative AI ที่ AWS กล่าวว่า “AWS รู้สึกภูมิใจที่ได้มอบงบสนับสนุน 1 ล้านเหรียญสหรัฐให้แก่สถาบัน Jane Goodall เพื่อการปฏิรูปสู่ระบบดิจิทัลครั้งสำคัญนี้ เป้าหมายของเราคือการอนุรักษ์งานวิจัยอันทรงคุณค่าเกี่ยวกับลิงชิมแปนซีและลิงบาบูนที่สั่งสมมายาวนานกว่า 65 ปี โดยใช้เทคโนโลยี AI ขั้นสูงผ่าน Amazon Bedrock และ Amazon SageMaker ซึ่งรวมถึงโมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบผสมผสาน (multimodal large language models) และระบบประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อน การพัฒนานี้จะเปิดมิติใหม่ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากบันทึกลายมือและวิดีโอในคลังของสถาบัน JGI ด้วยเทคโนโลยี AI”

การเปลี่ยนแปลงงานวิจัยหลายทศวรรษผ่านระบบคลาวด์และ AI

AWS จะร่วมมือกับ Ode บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญและได้รับรางวัลด้านการวิจัย การอนุรักษ์ และการออกแบบ เพื่อพัฒนาระบบที่ใช้งานง่ายและตอบโจทย์ผู้ใช้ ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้สถาบัน JGI สามารถนำ AI มาใช้ยกระดับงานวิจัยและเปิดโอกาสใหม่ ๆ ในการพัฒนาสถาบัน

Dr. Lilian Pintea รองประธานฝ่ายวิทยาศาสตร์การอนุรักษ์ของ JGI-USA กล่าวว่า “เราขอขอบคุณ AWS และ Ode ที่สนับสนุนทรัพยากรในการแปลงข้อมูลสู่ระบบดิจิทัลและพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการสานต่อวิสัยทัศน์ของ Dr. Jane Goodall ที่มุ่งเน้นการวิจัยแบบเปิด การอนุรักษ์โดยชุมชน และการศึกษาอย่างครบวงจร การนำ Generative AI และเทคโนโลยี Agentic AI มาใช้กับคลังข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยขยายขอบเขตการทำงานของ JGI และสร้างมรดกดิจิทัลที่จะทำให้ผลงานบุกเบิกของ Dr. Goodall ยังคงสร้างแรงบันดาลใจและเป็นแนวทางสำหรับคนรุ่นต่อไป”

โครงการนี้พัฒนาต่อยอดจากต้นแบบที่ได้ร่วมพัฒนากับ AWS Generative AI Innovation Center โดยแบ่งการดำเนินงานเป็นระยะ ดังนี้

แปลงบันทึกงานวิจัยจากลายมือสู่ระบบดิจิทัล

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะแปลงบันทึกงานวิจัยชิมแปนซีที่เขียนด้วยลายมือที่สะสมมากว่า 6 ปี ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลที่เป็นระบบและสืบค้นได้ง่าย รวมถึงการแปลงบันทึกงานวิจัยเกี่ยวกับลิงบาบูนให้เป็นดิจิทัล เพื่อให้นักวิจัยและพันธมิตรของสถาบัน Jane Goodall สามารถเข้าถึงและจัดการข้อมูลได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ โครงการยังจะอนุรักษ์และแปลงภาพยนตร์และสื่อทางประวัติศาสตร์ให้เป็นดิจิทัล ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี 1960 เมื่อครั้งที่ Dr. Jane Goodall เดินทางมาถึงอุทยานแห่งชาติกอมเบในแทนซาเนียเป็นครั้งแรก

ยกระดับงานวิจัยด้านการอนุรักษ์สู่ยุคดิจิทัลด้วยระบบ AI

ข้อมูลการวิจัยของ JGI จะถูกย้ายไปยังโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ปลอดภัยและขยายขนาดได้ของ AWS โครงการนี้จะสนับสนุนการผสานข้อมูลจากหลายแหล่งเข้าด้วยกัน รวมถึงระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information Systems: GIS) ภาพถ่ายดาวเทียม บันทึกการวิจัยทางประวัติศาสตร์ วิดีโอ และเสียงบรรยากาศ ลงในแพลตฟอร์มวิจัยแบบรวมศูนย์ ช่วยให้นักวิจัยสามารถค้นหาข้อมูลที่ถูกบันทึกในรูปแบบต่าง ๆ ตลอดหลายทศวรรษได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

ทีมงานจะพัฒนาระบบ AI ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของ JGI โดยระบบนี้จะช่วยให้สามารถค้นหาข้อมูลงานวิจัยย้อนหลังหลายทศวรรษได้ด้วยการใช้ภาษาธรรมชาติ นอกจากนี้ จะมีการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับนักวิจัยทั่วโลก เพื่อให้สามารถสืบค้น วิเคราะห์ และอ้างอิงข้อมูลได้ในรูปแบบที่ทันสมัย

โครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการอนุรักษ์มรดกทางวิชาการของ Dr. Goodall พร้อมทั้งสนับสนุนนักวิจัยและนักอนุรักษ์รุ่นใหม่ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อสานต่อภารกิจอันสำคัญของเธอ

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ AI ของ AWS ในการแก้ไขปัญหาที่ท้าทายและเร่งด่วนระดับโลกได้ที่เว็บไซต์ AWS Impact และศึกษาโครงการ AI for Good ของ AWS เพิ่มเติมได้บนเว็บไซต์

About saranya

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Stripe ยกระดับระบบชำระเงินสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Machine-to-Machine รับยุค Agentic AI

Stripe เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 288 รายการ พร้อมส่งแผนพลิกโฉมระบบชำระเงินจากเดิมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกรรมสำหรับมนุษย์ ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถตั้งโปรแกรมได้และทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับธุรกกรรมแบบ Machine-to-Machine ถือเป็นการปูทางเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ