Aruba Webinar: Maximize network security with aruba zero trust ESP 30 ก.ค. 2020 – 10.00

ถือเป็น New normal เลยก็ว่าได้ สำหรับอุตสาหกรรม ITในยุคปัจจุบัน ที่ใช้ความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ร่วมเข้ากับแพลตฟอร์ม cloud-native ซึ่งทาง Aruba เองก็มี platform ที่เรียกว่า Aruba ESP ซึ่งความสามารถในการคาดการณ์ วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหา ให้กับระบบเครือข่ายที่ปลายทาง (Network Edge) ก่อนที่ปัญหานั้นจะเกิดขึ้น (proactive) และยังช่วยลดความซับซ้อนให้กับงานของ IT Operation ช่วยให้เป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้น ขณะเดียวกัน การรักษาความมั่นคงความปลอดภัยให้กับระบบและข้อมูล ก็เป็นปัจจัยหลักตามมาติดๆ ที่จะต้องคำนึงถึง ซึ่ง Aruba เองก็มีการพัฒนาในส่วนนี้และรวมเข้ากับแพลตฟอร์ม ESP ด้วย ที่เรียกว่า Zero Trust network security

เข้าร่วม Webinar กับเราในหัวข้อ “Maximize network security with aruba zero trust ESP” เพื่อดูว่า Zero Trust ทำงานอย่างไร จากผู้เชี่ยวชาญจาก Aruba Thailand และ บริษัท Zenithcomp ในวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฏาคม 2563 เวลา 10.00 – 11.00 น.

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Maximize network security with Aruba Zero-Trust ESP
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฏาคม 2563 เวลา 10.00 – 11.00 น.
ผู้บรรยาย: คุณอนุสิทธิ์ รัชดาเลิศณรงค์ HPE Aruba และ Zenithcomp
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 1,000 คน
ภาษา: ไทย

ถือเป็น New normal เลยก็ว่าได้ สำหรับอุตสาหกรรม ITในยุคปัจจุบัน ที่ใช้ความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ร่วมเข้ากับแพลตฟอร์ม cloud-native ซึ่งทาง Aruba เองก็มี platform ที่เรียกว่า Aruba ESP

Aruba Edge Services Platform (ESP) มีความสามารถในการคาดการณ์ วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหา ให้กับระบบเครือข่ายที่ปลายทาง (Network Edge) ก่อนที่ปัญหานั้นจะเกิดขึ้น (proactive) และยังช่วยลดความซับซ้อนให้กับงานของ IT Operation ช่วยให้เป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน การรักษาความมั่นคงความปลอดภัยให้กับระบบและข้อมูล ก็เป็นปัจจัยหลักตามมาติดๆ ที่จะต้องคำนึงถึง ซึ่ง Aruba เองก็มีการพัฒนาในส่วนนี้และรวมเข้ากับแพลตฟอร์ม ESP ด้วย ที่เรียกว่า Zero Trust network security

Zero Trust network security หรือก็คือ การรักษาความมั่นคงความปลอดภัยของระบบเครือข่ายแบบ Zero Trust เป็นการผนึกรวมความสามารถทางด้าน Securities ของ Aruba เข้าด้วยกัน ดังนี้

  • การให้สิทธิการเข้าถึงตามบทบาท (Role-Based Access)
  • การแยกส่วนระบบเครือข่ายแบบอัจฉริยะ (Dynamic Segmentation)
  • การตรวจจับการบุกรุกโดยระบุตัวตน (Identity-Based Intrusion Detection)

แล้วยังสามารถเข้ามาทดแทนการทำ Segmentation ในระบบเครือข่ายแบบเดิมๆ ที่มีช่องโหว่ได้ อีกทั้งยังสามารถ ทำการตรวจจับ, ป้องกัน, แยกแยะและหยุดการโจมตี ระบบเครือข่ายก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเราได้

ร่วมสัมผัสบรรยากาศการชม Webinar ในหัวข้องาน Maximize network security with Aruba Zero-Trust ESP เพื่อดูว่า Zero Trust ทำงานอย่างไร จากผู้เชี่ยวชาญจาก Aruba Thailand และ บริษัท Zenithcomp โดยท่านสามารถลงทะเบียนเพื่อร่วมเข้างานได้ตามลิ้งค์ที่อยู่ข้างล่างนี้

มาทำความรู้จัก Zero-Trust Security by Aruba ESP ด้วยกัน โดยการเข้าร่วมรับฟัง Webinar ซึ่งนำเสนอเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน HPE Aruba และ Zenithcomp ที่พร้อมจะตอบทุกคำถามและข้อสงสัย

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรี!! ที่
https://arubanetworks.zoom.us/webinar/register/7215922047820/WN_ricabni-Qa-hRz5IW61XgA โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

รู้จัก Zero-Touch และ One-Touch Provisioning สองสิ่งที่ทำให้ Aruba SD-Branch ติดตั้งใช้งานได้ง่าย

จุดเด่นหนึ่งของโซลูชัน SD-WAN ที่เป็นสากลนั้นก็คือความง่ายดายในการติดตั้งใช้งาน เพื่อให้การขึ้นระบบ SD-WAN ที่มักกระจายอยู่หลายสาขาในพื้นที่ที่ห่างไกลกันและกันนั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และไม่ต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้เชิงเทคนิคในการติดตั้งอุปกรณ์ที่แต่ละสาขา ซึ่ง Aruba SD-Branch ที่ครอบคลุมความสามารถ SD-WAN เองก็สามารถตอบโจทย์เรื่องความง่ายดายนี้ได้ด้วยสองเทคนิคที่มีชื่อว่า Zero-Touch Provisioning (ZTP) และ One-Touch Provisioning (OTP) นั่นเอง

Facebook เผยเริ่มใช้ QUIC และ HTTP/3 กับผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 75% แล้ว

Facebook ได้ออกมาเขียน Technical Blog ถึงการเปลี่ยนการเชื่อมต่อจากผู้ใช้งาน Facebook ให้กลายเป็น QUIC และ HTTP/3 สำเร็จไปแล้วกว่า 75% ของทราฟฟิกที่เชื่อมต่อเข้ามายัง Facebook ทั้งหมดในเวลานี้ และพบว่า QUIC สามารถช่วยให้ประสบการณ์ของผู้ใช้งานดีขึ้นได้เป็นอย่างมาก