Breaking News

Alibaba เปิดบริการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 2 ในอินโดนีเซีย

ด้วยความต้องการ Cloud ที่มีมากในอินโดนีเซีย เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาทาง Alibaba จึงได้ประกาศเปิดบริการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 2 เพิ่มหลังจากที่เพิ่งประกาศเปิดตัวดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกไปแค่ 10 เดือน

Credit: Alibaba Cloud

การประกาศเปิดบริการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 2 ของ Alibaba ทำให้ผู้ใช้งานในอินโดนีเซียได้ประโยชน์ในเรื่องของความมั่นคงในการให้บริการและ Disaster Recovery ซึ่งทำให้ตอนนี้บริษัท Cloud ยักษ์ใหญ่จากจีนมีดาต้าเซ็นเตอร์ถึง 55 แห่งแล้วใน 19 ภูมิภาคทั่วโลก โดยบริการที่ Alibaba นำเสนอมีตั้งแต่ Database, Network, Storage, Security และ Middleware เพื่อช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมของอินโดนีเซียได้หลากหลาย รวมไปถึงมีบริการด้าน Machine Learning, Smart Access Gateway และ SD-wan เช่นกัน

ในงานเดียวกันนี้ทางบริษัทยังมีการประกาศเปิดโครงการ “Alibaba Cloud Internet Champion Global Accelerator” เพื่อตอบสนองนโยบายทางรัฐบาลอินโดนีเซียด้านดิจิทัลเพื่อสร้าง ให้คำปรึกษาและส่งเสริมให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชนและผู้สนใจอื่นๆ โดยบริษัทเองมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของ e-commerce อยู่แล้วจึงจะเป็นประโยชน์กับบริษัทของอินโดนีเซียอย่างมาก นอกจากนี้ยังได้ประกาศความร่วมมือกับ PT Indointernet เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการ Cloud จาก Alibaba อย่างเป็นทางการ

ที่มา : https://www.alibabagroup.com/en/news/article?news=p190109



About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Palo Alto Networks อัปเดตความสามารถให้ Prisma เน้น Security สำหรับ DevOps โดยเฉพาะ

Palo Alto Networks ได้ประกาศเพิ่มความสามารถหลายประการให้แก่ Cloud Native Security Platform (Prisma) ของตน ที่ตอบโจทย์ทีม DevOps ขององค์กรโดยเฉพาะ

ใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานจากที่บ้านแทน PC ทำอย่างไรได้บ้าง?

ในภาวะที่หลายๆ ธุรกิจกำลังพิจารณาหาทางออกในการใช้นโยบาย Work from Home ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่พนักงานยังคงทำงานได้เต็มที่เสมือนมาทำงานที่ออฟฟิศอยู่ และเกิดการสั่งซื้อ PC/Notebook เพิ่มท่ามกลางภาวะที่ผู้ผลิตยังไม่สามารถเดินกำลังการผลิตได้ดีนักจนบางแบรนด์สินค้าเริ่มขาด Stock กันไปแล้ว ทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากการให้พนักงานทำงานผ่าน Notebook ที่สามารถพกพาไปทำงานที่บ้านนั้น ก็คือการใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานแทน Notebook อย่างเต็มที่ 100% ไปเลยนั่นเอง ในบทความนี้เราจะพาไปพิจารณาทางเลือกแต่ละทางที่เป็นไปได้กันครับ