Alibaba Cloud ได้รับการจัดให้เป็นผู้นำในรายงาน Gartner® Magic Quadrant™ ประจำปี 2025 ควบสองรายงาน [PR]

กรุงเทพฯ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 –  อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ปได้รับเลือกให้อยู่ในกลุ่มผู้นำในรายงาน Gartner 2025 Magic Quadrant for Container Management และ 2025 Magic Quadrant for Cloud-Native Application Platforms

Alibaba Cloud เชื่อว่าการได้รับการคัดเลือกในครั้งนี้คือการตอกย้ำความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ที่เป็นผู้นำในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อใช้เสริมศักยภาพให้กับองค์กรทั่วโลก และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล

นายเจียงเว่ย เจียง นักวิจัยอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐานของอาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ กล่าวว่า “การได้รับการยอมรับจาก Gartner ให้เป็นผู้นำทั้งด้านการจัดการคอนเทนเนอร์และแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันแบบคลาวด์เนทีฟสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ของเราในการนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการทางเทคโนโลยีของธุรกิจในปัจจุบันที่พัฒนาอย่างรวดเร็วการที่ศักยภาพด้านดิจิทัลกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่อาจละเลยได้ทำให้เรามุ่งมั่นอย่างเต็มกำลังที่จะทำให้การใช้งานเครื่องมือดิจิทัลเป็นเรื่องง่าย มีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในขณะเดียวกันก็สำรวจและขยายความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่เทคโนโลยีเหล่านี้จะเปิดโอกาสให้”

ตามรายงานของ Gartner “ผู้นำด้านต่างๆ มีความโดดเด่นในการนำเสนอบริการที่เหมาะสมสำหรับการนำไปใช้เชิงกลยุทธ์และมีแผนงานที่มุ่งเป้าสูง”

สำหรับด้านการจัดการคอนเทนเนอร์นั้น Alibaba Cloud มีพอร์ตโฟลิโอของบริการด้านคอนเทนเนอร์ที่ครอบคลุม ซึ่งมอบความคล่องตัวเชิงกลยุทธ์บนสภาพแวดล้อมทั้งที่เป็นพับลิค ไฮบริด และมัลติคลาวด์

รายงาน Gartner ระบุว่า ตลาดการจัดการคอนเทนเนอร์มีมูลค่าเกินกว่า 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2024 และภายในปี 2028 การใช้ AI ใหม่ ๆ 95% จะใช้ Kubernetes ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสัดส่วนปัจจุบันที่น้อยกว่า 30%

สำหรับด้านแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันแบบคลาวด์เนทีฟที่ Alibaba Cloud ได้รับการจัดให้อยู่ในตำแหน่งผู้นำนั้น
เป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมการพัฒนาที่ทันสมัยและมีฟีเจอร์ครบครันซึ่งผสานรวมประสิทธิภาพการทำงานของนักพัฒนา, AI, และการประมวลผลแบบไร้เซิร์ฟเวอร์ (serverless compute) เข้าไว้ด้วยกัน บริการ Serverless App Engine (SAE), Function Compute และ Container Compute Service (ACS) ของบริษัทฯ ช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง ปรับใช้ และขยายขนาดการใช้แอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

ตามรายงานของ Gartner ตลาดแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันแบบคลาวด์เนทีฟ มีรายได้สูงกว่า 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2024 โดยการใช้จ่ายทั่วโลกเติบโตในอัตราร้อยละสองหลักต่อปีที่ 16.4% และคาดการณ์ว่าตลาดนี้จะทำรายได้เกินกว่า 7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2029 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) อยู่ที่ 15.1% ในช่วงห้าปี ตั้งแต่ปี 2024 จนถึงปี 2029 โดยใช้ค่าเงินคงที่

Alibaba Cloud มั่นใจว่าบริษัทฯ อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบในการคว้าโอกาสต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เนื่องจากจุดแข็งหลักของบริษัทฯ ประกอบด้วย การเสริมศักยภาพนักพัฒนาด้วยชุดเครื่องมือ (toolchains) ประสิทธิภาพสูงและการจัดการประสานการทำงานแบบไม่ต้องใช้เซิร์ฟเวอร์ (serverless orchestration); การขับเคลื่อนนวัตกรรม AI ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น AI model, AI Gateway, และเทมเพลตสำหรับสร้างแอปพลิเคชัน AI แบบคลิกเดียว;
และการสร้างการรับรู้ในตลาดที่แข็งแกร่ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นทำให้โซลูชันปรับขนาดได้ มีความยืดหยุ่น และปลอดภัย

ระหว่างงาน Apsara Conference ซึ่งเป็นงานประชุมทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญประจำปีของ Alibaba Cloud ปีนี้ Alibaba Cloud ได้อัปเกรดบริการ ACS (Alibaba Cloud Container Service) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปรับขนาดอัตโนมัติ (auto-scaling) ผ่านการปรับปรุงการจัดสรรเวลาและทรัพยากร รวมถึงเทคโนโลยีในการเร่งความเร็วแคชอิมเมจคอนเทนเนอร์ (container image cache) ซึ่งช่วยให้ระบบสามารถปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น รองรับการขยายได้สูงสุดถึง 15,000 พ็อด (pods) ต่อนาที เพื่อจัดการกับคำขอจากเอเจนต์จำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นพร้อมกันในระดับสูง

About Suphasin Sueklab

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ