Breaking News

10 เทคโนโลยี ที่ชาวไอทีควรทำความรู้จัก

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

ทุกวันนี้เทคโนโลยีได้ก้าวไปไกลอย่างรวดเร็ว ทำให้คนในสายงานไอที ไม่ว่าจะเป็น ผู้ดูแลระบบ, โปรแกรมเมอร์ ตลอดจนผู้บริหารเองก็ตาม ต้องติดตามเทคโนโลยีให้ทันอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีนั้นๆจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับตนเองโดยตรงก็ตาม วันนี้เราจะมาติดตาม 10 เทคโนโลยีที่ชาวไอทีควรรู้จักว่ามีอะไรบ้าง

1.Internet of Things (IoT)

ttt_iot_9-a-image

ปัจจุบันอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้งานภายในบ้านหรือสำนักงานสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายได้ ไม่ว่าจะเป็น กล้องวงจรปิด, เครื่องตรวจจับควัน, ระบบรักษาความปลอดภัยในตัวอาคาร, ทีวี, ตู้เย็น หรือแม้กระทั่งรถยนต์ ก็สามารถเชื่อมต่อเข้าใช้เครือข่ายได้ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้สามารถเรียกรวมๆได้ว่า Internet of Things (IoT) โดยมีการคาดการณ์เอาไว้ว่า อุปกรณ์เหล่านี้จะเพิ่มขึ้นถึง 2 หมื่นล้านชิ้น ภายในปี 2020 ทำให้องค์กรต่างๆ และกลุ่มบริษัท Startup หันมาให้ความสนใจในเทคโนโลยีนี้มากขึ้น นอกจากนี้บางประเทศยังมีการพัฒนาโครงการ Smart City ขึ้นมา เพื่อนำเอาประโยชน์ของ IoT มาปรับใช้ภายในเมืองนั้นๆอีกด้วย

2.Software Defined Networking (SDN)

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

Traditional Networking หรือระบบเครือข่ายแบบเดิมค่อยๆถูกแทนที่ด้วย Software Defined Networking (SDN) เนื่องจากเป็นระบบที่ต้องใช้แรงงานคนในการติดตั้งหรือดูแลรักษาค่อนข้างเยอะ และ Data Center ขององค์กรต่างๆมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเข้ามาของเทคโนโลยี Cloud ทำให้ SDN สามารถเข้ามาแทนที่ระบบเครือข่ายแบบเดิมได้ โดยจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วการติดตั้งระบบใหม่ๆ ไม่จำเป็นต้องใช้งาน Command line แบบเดิมอีกต่อไป นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่ม Security ในระบบให้รัดกุมมากขึ้น โดยผู้ดูแลระบบสามารถควบคุมนโยบายขององค์กรทั้งหมดได้จากส่วนกลาง

สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเทคโนโลยี Software Defined Networking เพิ่มเติมสามารถอ่านเพิ่มได้จากหนังสือ “SDN for Dummies” ที่ทาง Cisco เขียนเอาไว้ให้โหลดได้ฟรีๆ ที่ : http://www.cisco.com/c/dam/en/us/solutions/collateral/data-center-virtualization/application-centric-infrastructure/sdnfordummies.pdf

3.Application Programming Interface (API)

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

คำว่า “Open API” เทียบเท่ากับคำว่า “Mobile First” ในช่วงปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการเปิด Software Platform ของตนเองให้ระบบอื่นๆสามารถเข้ามาเชื่อมต่อผ่าน API ได้ ระบบการให้บริการต่างๆขององค์กรจึงควรมีนโยบายนำเอา API มาใช้ร่วมด้วย เพราะจะช่วยเพิ่ม Business Value อีกทางหนึ่ง เนื่องจากผู้ใช้งานในปัจจุบันมองหาการทำงานร่วมกับของระบบต่างๆที่ตนเองใช้อยู่ ซึ่ง Facebook เป็นหนึ่งในตัวอย่างของการเปิด Open APIs ที่ดี โดย Facebook APIs จะเปิดให้นักพัฒนาจากภายนอกสามารถเชื่อมต่อระบบต่างๆของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นแอพพลิเคชันหรือเว็บไซท์มายัง Facebook ได้ ทำให้บางครั้งผู้ใช้งานสามารถนำเอา Account Facebook ของตนเองมาใช้งานกับแอพพลิเคชันนั้นๆได้ทันที ส่งผลให้ยอดผู้ใช้งานเติบโตอย่างรวดเร็ว

ซึ่ง Cisco เคยเข้าซื้อกิจการ Tropo ผู้สร้าง API Platform สำหรับ Voice และ Messaging โดยเฉพาะ ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเชื่อมต่อแอพพลิเคชันหรือเว็บไซท์เข้ากับบริการของ Tropo เพื่อสั่งโทรออก, ส่งข้อความ, เริ่มการประชุม หรือใช้งาน Speech Recognition ได้ทันที ด้วยการใช้คำสั่งไม่กี่บรรทัด แต่อย่างไรก็ตาม การพัฒนา API ในองค์กรนั้น นักพัฒนาควรมีการศึกษาและออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยของแพลตฟอร์มให้ดี เพื่อไม่ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีใช้ช่องโหว่ของ Open API ในการขโมยข้อมูล

4.Insightful Data

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

ปัจจุบันองค์กรต่างๆมีการผลิตข้อมูลในระบบออกมาจำนวนมาก เช่น ข้อมูลการใช้บริการ, ความพึงพอใจของลูกค้า และอื่นๆ บางองค์กรข้อมูลเหล่านั้นมีจำนวนมาก อาจถึงหลัก Petabytes (เทียบเท่า 1024 TB) อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์กับทางธุรกิจค่อนข้างมาก ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรใดจะนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้งานให้เกิดประโยชน์มากกว่ากัน ทำให้เกิดอาชีพหนึ่งที่มีความสำคัญมากในปัจจุบัน เรียกว่า “Data Scientist” เป็นผู้ที่สามารถนำเอาข้อมูลในระบบต่างๆมาแปลงเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อองค์กร (Insightful Data) ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ขององค์กรได้ในท้ายที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในองค์กรขนาดเล็กอาจไม่จำเป็นต้องมี Data Scientist ก็ได้ เนื่องจากมีระบบต่างๆมากมายที่ทำการ Analyze Data ให้ใช้งานอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น บางบริษัทมีการนำเอา Analytic Software เข้ามาติดตามการใช้งานเว็บไซท์ของตนเอง ช่วยให้สามารถเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าได้มากขึ้น ส่งผลให้สามารถออกโปรโมชั่นหรือบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้จริงในอนาคต

5.Digital Business

uber_1

หากพูดถึง Digital Business ในภาพรวมนั้นจะมีขนาดใหญ่มาก เป็นการ Disruption ธุรกิจเดิมๆให้แตกต่างออกไป และมีการนำเทคโนโลยีอื่นๆมาใช้ร่วมด้วย เช่น Big Data, Insightful Data, IoT, Open API ที่ได้กล่าวถึงในข้อแรกๆ ส่งผลให้บริษัทเหล่านี้สามารถเสนอบริการที่แตกต่างเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น เช่น Uber, Airbnb ทำให้องค์กรในปัจจุบันควรคิดค้นที่จะนำเอาบริการเดิมของตนเองมาสร้างเป็น Digital Bussiness ให้มากขึ้น

6.Security

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

ปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆก้าวไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่ CIO หรือชาวไอทีทุกคนควรตระหนักและทำความเข้าใจ เนื่องจากเทคโนโลยีใหม่ๆก็นำมาซึ่งการโจมตีแบบใหม่ๆ ในปัจจุบันมีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยต่างๆมากมายอยู่ภายใต้ Data Center ขององค์กร ไม่ว่าจะเป็น Malware Protection, Email Security, Firewall, Network Access Control, Intrusion Prevention System และอื่นๆ ซึ่งการนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาใช้งาน ผู้ดูแลระบบควรศึกษาทำความเข้าในอุปกรณ์และออกนโยบายขององค์กรที่ชัดเจน เพื่อให้อุปกรณ์เหล่านี้ใช้งานได้เกิดประโยชน์สูงสุด

7.Team Messaging Applications

cisco_collaboration_banner

การสื่อสารเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งในการทำงานร่วมกันภายในองค์กร ซึ่งช่วยให้พนักงานต่างๆสามารถสื่อสารและทำงานร่วมกันได้อย่างรวดเร็วมากขี้น อย่างไรก็ตามหลายๆองค์กรยังอนุญาตให้พนักงานนำเอาแอพพลิเคชันภายนอกจากที่มีความปลอดภัยต่ำมาใช้งาน ส่งผลให้ข้อมูลขององค์กร เช่น ไฟล์งานสำคัญ หรือข้อความต่างๆ หลุดออกไปภายนอกองค์กรได้ ทำให้ Team Messaging Application เป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถละเลยได้

ในปัจจุบัน Team Messaging Application นั้นมีความสามารถมากมาย เช่น เป็น Unified Communications (UC) สามารถใช้งานได้ในแบบโทรศัพท์ หรือ Online Meeting, มี Project Management, Security Keys, Voice Messaging, Single sign-on กับระบบขององค์กร, รองรับรับ File Sharing ในตัว ทำให้ผู้ดูผลระบบควรศึกษาและนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาปรับใช้ในองค์กรของตนเอง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีความปลอดภัยมากที่สุด

8.Shadow IT

cisco_shadow_it_1

Shadow IT คือซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์มต่างๆที่พนักงานนำมาใช้งาน โดยไม่ผ่านการอนุญาตจากฝ่ายไอที เช่น ระบบ File Sharing นอกองค์กร, Virtual Computing, Database Platform และแอพพลิเคชันส่งข้อความต่างๆ ที่พนักงานนำมาใช้เอง ซึ่งช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานมากขึ้น อย่างไรก็ตามฝ่ายไอทีอาจไม่รู้ว่าพนักงานในองค์กรมีการใช้งานแอพพลิเคชันเหล่านี้อยู่ ส่งผลให้ Shadow IT เริ่มขยายขนาดอย่างรวดเร็วไปในแผนกต่างๆ เนื่องจากแอพลิเคชันเหล่านี้สามารถจัดหาได้ง่าย จนมีการใช้งานอย่างกว้างขวางในองค์กร และท้ายที่สุดเมื่อฝ่ายไอทีต้องเข้ามาดูแล Shadow IT ก็ยากที่จะควบคุมไปเสียแล้ว

พนักงานท่านใดที่ใช้งานแอพพลิเคชันที่จัดว่าเป็น Shadow IT ก็ควรที่จะรีบเข้าไปปรึกษากับฝ่ายไอที เพื่อให้สามารถคิดหาวิธีการป้องกันความปลอดภัยหรือหาโซลูชันมาแทนที่ได้โดยเร็วที่สุด

9.Hybrid Services

cisco_intercloud

Hybrid Services เข้ามามีบทบาทในองค์กรมากขึ้น โดยสามารถแบ่งเป็น Service ที่ทำงานอยู่บน Cloud และ On-premise ภายในองค์กร โดยระบบบางอย่างนั้นยังจำเป็นที่ต้องทำงานแบบ On-premise ในองค์กรอยู่ ซึ่งขัดกับความเชื่อในปัจจุบันที่ว่าทุกระบบควรจะขึ้นไปทำงานบน Cloud แล้ว ยกตัวอย่างเช่น ทีม Cisco IT UCV นั้นรองรับการทำงานแบบ Hybrid โดยในระบบแบบ On-premises นั้นจะมีระบบ Voice, Video และ Contact Center ให้บริการอยู่ และสามารถเชื่อมต่อไปยังระบบ Cloud ที่ให้บริการ Conferencing, Messaging และ Video Streaming ได้ ขึ้นอยู่กับประเภทของบริการนั่นเอง

องค์กรต่างๆควรมีความเข้าใจในบริการ Hybrid Service และวางทิศทางการใช้งานเทคโนโลยี Cloud ภายในองค์กรให้เหมาะสมมากขึ้น

10.Advanced Analytics

cisco-tetration-analytics

การทำ Data Analytic เริ่มแพร่หลายมากขึ้นในองค์กรต่างๆ ทำให้ได้ Insightful Data มาเพิ่มประโยชน์ทางธุรกิจให้กับองค์กร แต่ในทางด้านความปลอดภัย มีเทคโนโลยีใหม่อย่าง Advanced Analytics เข้ามาช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบเครือข่ายขององค์กรมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น Cisco มีระบบ Cisco Tetration Analytics ที่มีความสามารถในการมองเห็นทุกสิ่งใน Data Center ขององค์กร โดยจะมี Sensor ต่างๆคอยตรวจจับการทำงานของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ช่วยในการทำ Analytics ในเชิงลึกได้ สามารถต่อยอดไปในเชิงของการทำ Forensics และช่วยเพิ่มความปลอดภัยแบบสูงสุดด้วยการใช้งาน Zero-trust Model

ที่มา : http://blogs.cisco.com/ciscoit/b-boit-09222016-five-technologies


About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนมือใหม่ผู้หลงใหลใน Enterprise IT และซูชิ

Check Also

Salesforce ประกาศใช้ Azure ขยายฐานการให้บริการ Marketing Cloud

เมื่อวานนี้ Salesforce ผู้นำตลาด Cloud CRM ได้ประกาศว่ากำลังจะใช้ Azure เพื่อให้บริการ Marketing Cloud

Fortinet เปิดตัว FortiGate 60F พร้อมชิปประมวลผล SOC4 เพิ่มสมรรถนะ SD-WAN ให้ถึงขีดสุด

Fortinet ผู้ให้บริการโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยประสิทธิภาพสูง ประกาศเปิดตัว FortiGate 60F ที่มาพร้อมกับชิปประมวลผล SOC4 สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อ SD-WAN ไปอีกขั้น ในขณะที่ Throughput การใช้งานสูงกว่าคู่แข่งอื่นในท้องตลาดถึง 17 เท่า