
ในช่วงปีที่ผ่านมา HPE Aruba Networking มีการออกอัปเดตใหม่ๆ ให้กับโซลูชันด้านระบบเครือข่ายมาอย่างมากมาย โดยเฉพาะ HPE Aruba Central ระบบบริหารจัดการเครือข่ายผ่าน Cloud ที่นอกจากจะมีการประกาศอัปเกรดเป็นรุ่น Next Generation มาเมื่อปี 2024 แล้ว ก็ยังมีการอัปเดตเพิ่มความสามารถและ AI ใหม่ๆ มาอย่างต่อเนื่อง นำเทรนด์ด้าน Enterprise Networking ให้ก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็ว
ในบทความนี้ เราจะสรุปถึงความสามารถที่น่าสนใจของ HPE Aruba Networking Central Next Generation พร้อมความสามารถและ AI ที่ถูกเสริมเข้ามาจนถึงปัจจุบัน เผื่อจะมีท่านใดสนใจสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ในการบริหารจัดการ Network ขององค์กรกันดังนี้ครับ

1. Network Operator-Centric: บริหารจัดการเครือข่ายในแนวทาง Data-Driven ด้วย AI
ในการเปิดตัว HPE Aruba Networking Central Next Generation ทาง HPE ได้เน้นย้ำให้เห็นถึงหัวใจหลักในการออกแบบระบบโดยผู้ดูแลระบบ Network เป็นศูนย์กลาง จากการรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นของ HPE Aruba Networking ทั่วโลก เพื่อออกแบบระบบให้มีกระบวนการในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายผ่าน Cloud ที่สอดคล้องกับกระบวนการในการทำงานของผู้ดูแลระบบ Network อย่างแท้จริง ครอบคลุมทั้งระบบเครือข่ายในแบบ Wired, Wireless และ WAN ในหนึ่งเดียว

Credit: HPE Aruba Networking
โจทย์สำคัญในการบรรลุเป้าหมายนี้ให้ได้ ทำให้ที่ผ่านมา HPE Aruba Networking มองว่าต้องเปลี่ยนการบริหารจัดการระบบเครือข่ายให้เป็น Data-Driven มากยิ่งขึ้น ดังที่จะเห็นได้จากวิวัฒนาการของโซลูชันที่มีความสามารถในการรวบรวมข้อมูลระบบเครือข่ายรูปแบบใหม่ๆ ที่เพิ่มเติมจากในอดีตอย่างเห็นได้ชัด และเสริมความสามารถด้าน Analytics ในหลากหลายแง่มุม จนเมื่อมีการเปิดตัว HPE Aruba Networking Central Next Generation ออกมา ก็จะเห็นได้ว่าภายใน Cloud ของ HPE Aruba Networking นั้นมีการรวบรวมข้อมูลในหลายมิติ และนำข้อมูลเหล่านั้นมาแสดงผลในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่าย พร้อมระบบ AI สำหรับช่วยบริหารจัดการเครือข่ายที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ดูแลระบบ Network จริงๆ
เบื้องหลังความสำเร็จในการเปิดตัวครั้งนี้ คือการที่ HPE Aruba Networking มีการรวบรวมข้อมูลผ่านการทำ Device Telemetry จากอุปกรณ์เครือข่ายของ HPE Aruba Networking เองกว่า 5.2 ล้านชุดทั่วโลก ซึ่งเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ในเครือข่ายมากกว่า 2,000 ล้านอุปกรณ์ ทำให้ HPE Aruba Networking มีระบบ Data Lake สำหรับจัดเก็บข้อมูลด้านระบบเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในวงการรายหนึ่ง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เองก็ช่วยให้ HPE Aruba Networking สามารถพัฒนาระบบ Data Analytics และ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Credit: HPE Aruba Networking
2. ยกเครื่อง GUI ครั้งใหญ่ ตอบโจทย์การบริหารจัดการเครือข่ายขนาดใหญ่ได้คล่องตัวยิ่งขึ้น
เมื่อ Data และ AI เบื้องหลังมีความพร้อมแล้ว HPE Aruba Networking ก็ไม่ลืมที่จะส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายดายซึ่งเป็น DNA สำคัญหนึ่งของแบรนด์ให้แก่ผู้ใช้งานทั่วโลกด้วย โดยภายใน HPE Aruba Networking Central Next Generation นี้ ก็จะใช้หน้า GUI ที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ที่จะทำให้การบริหารจัดการระบบเครือข่ายทั้งขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ง่ายดายยิ่งกว่าที่เคย เช่น

Credit: HPE Aruba Networking
- NOC Dashboard หน้าจอที่สรุปรวมข้อมูลของทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในระบบเครือข่ายให้ติดตามภาพรวมได้ง่าย โดยครอบคลุมการติดตามข้อมูล Health, Usage, Event และ Properties
- Solar System View หน้าจอแสดงผลที่แบ่งกลุ่มข้อมูลออกเป็น Site, Network Device, Client และ Application เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบข้อมูลและแก้ไขปัญหาในแต่ละแง่มุมที่จำเป็นต่อการดูแลรักษาระบบเครือข่ายได้โดยง่าย
- Time Travel ระบบสำหรับจัดเก็บและแสดงผลข้อมูลในอดีตย้อนหลังที่สามารถตรวจสอบได้เป็นรายนาที เพื่อให้การตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลาภายในระบบเครือข่ายสามารถเป็นไปได้อย่างแม่นยำ ด้วยข้อมูลที่ครบถ้วน ณ ช่วงเวลานั้นๆ
- Sunburst Topology แสดงผลข้อมูลลำดับชั้นในการเชื่อมต่อเครือข่ายทั้งหมดภายในองค์กร โดยสามารถเลือกตรวจสอบได้ทั้งการเชื่อมต่อเครือข่ายในระดับ Physical และ Logical พร้อมตัวช่วยในการกรองเฉพาะข้อมูลที่สนใจในแต่ละส่วนจากข้อมูลปริมาณมหาศาลที่มีอยู่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาหรือการปรับแต่งการตั้งค่าของระบบเครือข่ายสามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว แม้ระบบเครือข่ายจะมีขนาดใหญ่มากก็ตาม
- AI-Driven Assurance & Alerts ใช้ AI ในการทำ Root Cause Analysis อย่างแม่นยำ พร้อมให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหา ช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาได้เร็วกว่าเดิม 80%
- Application Visibility & Security สามารถจำแนกและตรวจสอบการใช้งาน App ต่างๆ ผ่านระบบเครือข่ายได้มากกว่า 3,700 รายการ พร้อมหน้า Dashboard แสดงแนวโน้มการเข้าถึง App, Website และความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัย
- Hierarchical Configuration ระบบสำหรับการตั้งค่าเครือข่ายโดยแบ่งเป็นระดับชั้น โดยแยกเป็นระดับ Global, Site, Device Group และ Device Level ทำให้สามารถวางมาตรฐานการตั้งค่าระบบเครือข่ายได้ง่าย และยังคงปรับแต่งเชิงลึกสำหรับระบบเครือข่ายในแต่ละส่วนเพิ่มเติมได้ เหมาะสำหรับระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มีหลายสาขา
อีกความโดดเด่นหนึ่งของ HPE Aruba Networking Central Next Generation นี้ก็คือการเพิ่มความสามารถในการใช้งาน AI ภายในระบบบริหารจัดการเครือข่าย ที่ถูกเพิ่มเข้ามาด้วยกันหลายประการ ได้แก่

Credit: HPE Aruba Networking
- AI Search มี Large Language Model เฉพาะสำหรับการบริหารจัดการเครือข่าย ที่จะช่วยสรุปข้อมูลและค้นหาสิ่งต่างๆ ได้ด้วยข้อความที่ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น
- AI Insights ระบบ AIOps สำหรับช่วยแนะนำการอัปเดต Firmware, การปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบเครือข่าย, การปรับปรุงด้านการประหยัดพลังงานของเครือข่าย และอื่นๆ อีกมากมาย
- Client Profiling จำแนกประเภทของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายด้วย AI โดยไม่ต้องติดตั้ง Agent Software ที่อุปกรณ์ ทำงานได้ด้วยความแม่นยำระดับ 99% จากการวิเคราะห์ข้อมูลแวดล้อมและพฤติกรรมการเชื่อมต่อเครือข่ายของแต่ละอุปกรณ์
- Advanced IoT Policy Optimization ใช้ AI แนะนำแนวทางในการกำหนด Policy เพื่อปกป้องอุปกรณ์ IoT แต่ละประเภทให้มีความมั่นคงปลอดภัยสูงขึ้น และเหมาะสมต่อการทำงานของแต่ละอุปกรณ์ ทำให้ธุรกิจสามารถใช้งานอุปกรณ์ IoT หลากหลายประเภทได้อย่างมั่นใจ
3. ใช้สถาปัตยกรรม Cloud-Native และเพิ่มทางเลือกในการใช้ HPE Aruba Networking Central ในแบบ On-Premises และ Virtual Private Cloud ได้
HPE Aruba Networking Central Next Generation ได้เพิ่มความยืดหยุ่นด้านสถาปัตยกรรมในการบริหารจัดการเครือข่ายให้สูงยิ่งขึ้น โดยจากเดิมในการเปิดตัวครั้งแรกจะรองรับการบริหารจัดการเครือข่ายผ่าน Cloud และการเลือกใช้งานระบบเครือข่ายในแบบ Network-as-a-Service หรือ NaaS เท่านั้น แต่ล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน 2025 ที่ผ่านมา ทาง HPE Aruba Networking ก็ได้ออกมาประกาศถึงวิธีการบริหารจัดการเครือข่ายใหม่อีก 2 รูปแบบ ได้แก่ On-Premises และ Virtual Private Cloud ซึ่งแต่ละแนวทางจะมีวิธีการและความเหมาะสมในการเลือกใช้งาน ดังนี้
- SaaS สำหรับธุรกิจองค์กรทั่วไปที่ต้องการความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายผ่าน Cloud ที่ง่ายดาย เป็นรูปแบบพื้นฐานที่สุดในการใช้งาน HPE Aruba Networking Central
- On-Premises สำหรับธุรกิจองค์กรที่มีประเด็นด้าน Compliance หรือหน่วยงานภาครัฐที่มีความละเอียดอ่อนสูง และไม่ต้องการเชื่อมต่ออุปกรณ์เครือข่ายไปยัง Cloud ก็สามารถทำการติดตั้ง HPE Aruba Networking Central ในแบบ On-Premises ภายในองค์กร และบริหารจัดการอุปกรณ์เครือข่ายทั้งหมดจากภายในองค์กรได้โดยตรง
- Virtual Private Cloud (VPC) สำหรับองค์กรที่ยังคงต้องการบริหารจัดการเครือข่ายผ่าน Cloud แต่ไม่ต้องการให้ข้อมูลเหล่านี้เชื่อมต่อออกไปยังนอกประเทศ หรือไปยังประเทศที่อาจอยู่ห่างไกล ก็สามารถเลือกใช้ HPE Aruba Networking Central บน HPE GreenLake Cloud ภายในประเทศของตนเองหรือพื้นที่ใกล้เคียงได้ หรือจะเลือกใช้งานบนบริการ Cloud ชั้นนำที่ต้องการก็ได้เช่นกัน
- NaaS สำหรับธุรกิจองค์กรที่ต้องการใช้งานทั้ง Cloud และ Hardware ทั้งหมดในแบบ OpEx ก็สามารถเลือกใช้งานโซลูชันของ HPE Aruba Networking ในแบบ NaaS ได้
4. Security
HPE Aruba Networking Central Next Generation ยังรองรับการทำ ZTNA ได้ในตัว รวมถึงยังมีโซลูชัน Network Detection and Response ในแบบ Behavioral Analytics-Based ที่อาศัย AI Model จากการวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมหาศาลใน Data Lake เพื่อตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในระบบเครือข่ายและอุปกรณ์ IoT ได้ ช่วยให้การปกป้องระบบเครือข่ายโดยรวมให้มีความมั่นคงปลอดภัยนั้น ง่ายดายยิ่งขึ้นกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก
5. ตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์เครือข่ายและผู้ใช้งานในระบบ 3rd Party ได้ผ่าน OpsRam
สำหรับองค์กรที่มีระบบเครือข่ายซึ่งใช้เทคโนโลยีจากผู้ผลิตหลายรายร่วมกัน HPE Aruba Networking ก็สามารถช่วยตรวจสอบระบบเครือข่ายที่มีองค์ประกอบหลากหลายนี้ได้ด้วยโซลูชันจาก OpsRamp ที่ HPE เพิ่งเข้าซื้อกิจการไปเมื่อก่อนหน้านี้ เพื่อใช้ในการรวบรวมข้อมูลจากระบบเครือข่ายของแต่ละผู้ผลิตผ่านการ Integration มากกว่า 2,500 รายการ และตรวจสอบการทำงานของระบบเครือข่ายทุกค่ายได้จากหน้าจอเดียวบน Cloud

Credit: HPE Aruba Networking

กว่า 30 ปี ที่ Zenith Comp เป็นผู้นำด้านโซลูชัน IT ครบวงจร ทั้ง Infrastructure และ Security ที่องค์กรชั้นนำทั่วประเทศให้ความไว้วางใจ ด้วยการเป็น พันธมิตร HPE Aruba Networking ระดับ Platinum ยาวนานกว่า 10 ปี เราพร้อมมอบโซลูชันเครือข่ายที่ทันสมัย ครอบคลุมตั้งแต่ Wi-Fi, Switching, Security, SD-WAN, SASE จนถึง Network Management อย่างครบวงจร
-
ทีมวิศวกรมืออาชีพระดับ Expert ที่ได้รับการรับรองจาก HPE Aruba Networking
-
บริการครบวงจร: ให้คำปรึกษา – ออกแบบ – ติดตั้ง – ดูแลระบบ
-
รองรับการใช้งานจริงทั้ง ภาครัฐ, ธุรกิจเอกชน, และ สถาบันการศึกษา
-
2024 – Best SEATH HPE Networking SaaS Reseller Award ครอบคลุม Southeast Asia, Taiwan, Hong Kong สะท้อนศักยภาพและความสำเร็จในการผลักดันโซลูชัน HPE Aruba Networking อย่างมีประสิทธิภาพ
-
2022 – ได้รับการรับรองระดับสูงสุด Aruba Certified Expert เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย และมีผู้ถือ Certificate มากที่สุดในภูมิภาค SEATH
-
ระบบเครือข่ายไร้สาย
-
โซลูชันเครือข่ายความปลอดภัย (Security, SASE)
-
การบริหารจัดการเครือข่ายที่ชาญฉลาด
-
การบริการและการดูแลอย่างมืออาชีพ
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






