ผู้เชี่ยวชาญเตือนระวังช่องโหว่บนเซิร์ฟเวอร์ที่รันแอป ASP.NET คาดมีเหยื่อแล้วหลายพันราย

Red Canary ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ออกมาเตือนถึงการที่แฮ็กเกอร์ใช้ช่องโหว่เพื่อเข้าโจมตีเซิร์ฟเวอร์ที่เข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เน็ตและมีการรันแอป ASP.NET ที่มีช่องโหว่ CVE-2019-18935 ทั้งนี้คาดว่ามีเหยื่อถูกโจมตีแล้วถึงหลายพันราย

กลุ่มคนร้ายผู้อยู่เบื้องหลังแคมเปญการโจมตีชื่อว่า Blue Mockingbird ซึ่งเคลื่อนไหวตั้งแต่เมื่อปลายปีก่อน โดยช่องโหว่ CVE-2019-18935 เกิดขึ้นกับเฟรมเวิร์กที่ชื่อ Telerik ซึ่งถูกใช้ในส่วนประกอบของ UI ความน่ากลัวก็คือหลายบริษัทหรือนักพัฒนาหลายคนไม่ทราบถึงการมีอยู่ของ Telerik ในแอปพลิเคชันตัวเองเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงยากมากที่จะทราบว่าสิ่งที่ใช้งานอยู่นั้นอัปเดตหรือยัง โดยช่องโหว่นี้ทาง NSA (US) และ ASCS (Australia) ได้ขึ้นบัญชีไว้ว่าพบการโจมตีมากในปี 2019 และปีนี้ 

สำหรับพฤติกรรมของคนร้ายเมื่อเจาะเข้าไปด้วยช่องโหว่แล้วก็จะมีการวาง Web Shell และใช้เทคนิค Juicy Potato เพื่อยกระดับสิทธิ์และแก้ไขให้พฤติกรรมอันตรายของคนรอดผ่านการรีบูตได้ ทั้งนี้หลังจากได้สิทธิ์ระดับสูงแล้ว Blue Mockingbird ได้สนใจไปที่เรื่องของการติดตั้งแอปขุดเหมือง Monero หรือ XMRRig เข้ามาทำงาน

ด้วยเหตุนี้เองผู้ใช้งานอาจจะใช้ Firewall เพื่อุดช่องโหว่หรือสามารถดู Indicator of compromise จาก Red Canary

ที่มา :  https://www.zdnet.com/article/thousands-of-enterprise-systems-infected-by-new-blue-mockingbird-malware-gang/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

LiteLLM โดนโจมตี Supply Chain ซ้ำ แฮกเกอร์ปล่อยเวอร์ชันฝังมัลแวร์ขโมย Credential บน PyPI และ Docker

LiteLLM ถูกโจมตี Supply Chain เป็นครั้งที่สองของปี หลังผู้โจมตีเข้าควบคุม release pipeline แล้วปล่อยเวอร์ชัน 1.107.0 ที่ฝังมัลแวร์ขโมย credential ขึ้น PyPI และ …

PHP ปล่อยแพตช์ฉุกเฉินแก้ช่องโหว่ Critical PHP2Shell เสี่ยงถูกรันโค้ด พบความพยายามโจมตีแล้ว

PHP ปล่อยอัปเดตฉุกเฉินแก้ช่องโหว่ Critical 2 รายการในตัว PHP runtime ที่ถูกเรียกรวมกันว่า PHP2Shell ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่ไม่มีบัญชีผู้ใช้งานสามารถรันโค้ดบนเว็บเซิร์ฟเวอร์ได้ ขณะที่ watchTowr และ Cloudflare เริ่มพบความพยายามโจมตีแล้ว