ฟีเจอร์ใหม่ใน Vinchin Backup & Recovery 7.0

หนี่งในโซลูชันสำรองและกู้คืนข้อมูลระดับองค์กรหรือ Vinchin Backup & Recover ซึ่งหลายท่านอาจเคยใช้งานอยู่แล้ว โดยล่าสุดได้ก้าวเข้าสู่เวอร์ชัน 7.0 ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่มากมาย วันนี้เราจะขอพาทุกท่านมารู้จักกับฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้

ฟีเจอร์ใหม่ใน Vinchin Backup & Recovery 7.0

1.) VMware Backup Verification

แม้องค์กรจะมีโซลูชันสำรองข้อมูลก็จริง แต่สิ่งสำคัญคือจะแน่ใจได้อย่างไรว่าข้อมูลที่สำรองอยู่นั้นถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่กลายเป็นระเบิดเวลาที่จะทราบก็ต่อเมื่อเกิดเหตุจำเป็น ด้วยเหตุนี้เองในเวอร์ชันล่าสุดผู้ดูแลระบบจะสามารถตรวจสอบความถูกต้องของไฟล์ข้อมูลสำรองใน Virtual Lab ว่าข้อมูลเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์หรือไม่อย่างอัตโนมัติ ด้วยฟีเจอร์ VMware Backup Verification เพื่อจำลองสภาพแวดล้อมเดียวกันกับการใช้งานจริง เพิ่มความมั่นใจการันตีความถูกต้อง

2.) NAS Backup

ความยืดหยุ่นและการขยายปริมาณของ NAS ทำให้แนวทางนี้ได้รับความนิยมในภาคองค์กรเป็นอย่างมาก โดยจะเห็นได้ว่ามีการใช้ NAS เพื่อจัดเก็บไฟล์รูป วีดีโอ ไฟล์เอกสาร และอื่นๆอยู่ทั่วไป อย่างไรก็ดี NAS ยังสามารถถูกใช้เป็นพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสำรองได้เช่นกัน เพื่อเป็นพื้นที่สำรองหรือใช้เป็น Offsite Storage ตามหลักการ 3-2-1 ได้ โดยผู้ใช้งาน Vinchin เวอร์ชันล่าสุด ท่านจะสามารถใช้ประโยชน์จาก NAS เป็นแหล่งสำรองข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยสามารถ ตั้งตารางงานที่ยืดหยุ่น และบีบอัดไฟล์เพื่อลดพื้นที่จัดเก็บ

3.) Linux & Windows Server Backup

ความสามารถของ Vinchin Backup & Recover 7.0 ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การสำรองข้อมูลของ VM, NAS และ Database เท่านั้น แต่แน่นอนว่า Physical Server ยังคงอยู่ต่อไปเนื่องจากเหตุผลด้านต้นทุนเช่น เซิร์ฟเวอร์เพื่อแชร์ไฟล์ หรืออื่นๆ ซึ่งในเวอร์ชันล่าสุดโซลูชันสามารถครอบคลุมถึงเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้ โดยผู้ดูแลสามารถคอนฟิคการจัดการได้ง่ายๆผ่านหน้า Web UI เฉกเช่นเดียวกับการปฏิบัติการกับ Virtual Machine นอกจากนี้โซลูชันของ Vinchin ยังตอบโจทย์ด้านความมั่นคงปลอดภัยด้วยการเข้ารหัส AES-256 พร้อมทั้งปกป้องการกู้คืนด้วยรหัสผ่าน รวมถึงถ่ายโอนข้อมูลอย่างปลอดภัยด้วย SSL 

4.) Advanced Hyper-V Protection

ยกระดับความสามารถใหม่ให้แก่การใช้งานกับ Hyper-V ดังนี้

  • Forever Incremental Backup – ช่วยลดเวลาและแบนวิดธ์สำหรับการทำ Full Backup 
  • Multi-threaded Transmission – เพิ่มจำนวน Thread เพื่อให้เกิดการทำงานพร้อมกัน เพิ่มความรวดเร็วในการประมวลผล
  • Advanced Configuration – สามารถกำหนดทรัพยากรให้ VM ที่รอการกู้คืนได้ทั้ง ชื่อ VM, CPU, RAM และคุณสมบัติอื่นของ VM
  • Data Archiving to Public Cloud – สำหรับการเก็บข้อมูลระยะยาวบนคลาวด์เพื่อเหตุผลด้านการตรวจสอบจากข้อบังคับหรือกฏหมายในการประกอบธุรกิจ

5.) MariaDB Database Protection

รองรับการสำรองข้อมูลใน MariaDB ทั้งในรูปแบบของ Phisical หรือ VM โดยการคอนฟิคสามารถทำได้ง่ายๆผ่าน Web UI ซึ่งผู้ใช้งานสามารถกำหนดคาบการทำงานได้ตามต้องการ อีกทั้งสามารถกู้คืนข้อมูลกลับมาเป็นฐานข้อมูลเดิมหรือสร้างใหม่ก็ได้เช่นกัน ทำให้เอาตัวรอดจากนาทีฉุกเฉินของแรนซัมแวร์หรือกรณีไซต์ล่มได้อย่างปลอดภัย

ไม่เพียงเท่านั้นใน Vinchin Backup & Recover 7.0 ยังมาพร้อมกันหน้าอินเทอร์เฟสใหม่ที่แสดงผลข้อมูลสถิติการปฏิบัติการรายวันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ท่านสามารถใช้วางแผนการทำงาน ตัดสินใจ หรือมีข้อมูลที่เข้าใจง่ายเพื่อเสนอต่อที่ประชุม

ผู้สนใจสามารถทดลองใช้งาน รายละเอียดเพิ่มเติมที่ Vinchin Backup & Recovery 7.0 หรือดาวน์โหลดเวอร์ชันทดลองใช้งานได้ฟรีเป็นเวลา 60 วันที่นี่

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

เมื่อ Downtime ไม่ใช่ทางเลือก: สร้าง Hybrid Infrastructure ที่มั่นคงและยืดหยุ่นด้วย IBM Power, IBM PowerVS และอัจฉริยภาพจาก IBM Concert [Guest Post]

ในยุคที่ทุกวินาทีของธุรกิจหมายถึงโอกาสและรายได้ โครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (IT Infrastructure) จึงไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือรองรับการทำงานอีกต่อไป แต่คือ “กระดูกสันหลัง” ขององค์กรที่ต้องทั้งแข็งแกร่งและยืดหยุ่น เมื่อความพร้อมของระบบเชื่อมโยงโดยตรงกับรายได้และความเชื่อมั่นของลูกค้า องค์กรจึงไม่สามารถยอมรับ Downtime ได้อีกต่อไป ความท้าทายสำคัญคือการรักษาความเสถียรของระบบ Mission-Critical ควบคู่ไปกับการรองรับนวัตกรรมใหม่ๆ …

Gartner เผย Hype Cycle for Agentic AI แนะ 3 เทรนด์หลักที่ธุรกิจองค์กรต้องเผชิญในปี 2026

Gartner ได้ออกมาเผยถึง Hype Cycle for Agentic AI ปี 2026 หลังจากที่เทคโนโลยีด้าน Agentic AI ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงระดับที่ธุรกิจองค์กรสามารถนำไปใช้งานได้จริงแล้ว สำหรับ 3 เทรนด์หลักที่ Gartner ระบุว่าถูกพบเห็นมากที่สุดในภาคธุรกิจองค์กร ได้แก่