Breaking News

Veeam กับเป้าหมายเบอร์ 1 ด้าน Cloud Data Management ในยุค Hybrid Cloud

เมื่อปริมาณข้อมูลเติบโตมากขึ้น และมีความต้องการในการใช้ข้อมูลมากขึ้น สิ่งที่เติบโตตามขึ้นมาคือความต้องการ Ecosystem ที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถมีระบบข้อมูลที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา มีการจัดการกับข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการรักษาความปลอดภัยที่ดี Veeam เป็นหนึ่งในธุรกิจที่อาสาเข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้

Veeam นั้นน่าจะเป็นชื่อที่หลายท่านคุ้นเคยกันดี ด้วยผลิตภัณฑ์ด้านการแบ็คอัพข้อมูลที่ใช้งานง่าย มีประสิทธิภาพ และมีความยืดหยุ่นสูง ซึ่ง Veeam นั้นมีการเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องตั้งแต่การก่อตั้ง ปัจจุบันมีลูกค้ากว่า 350,000 รายทั่วโลก และในประเทศไทยเอง ก็ได้ก้าวเข้าสู่การเป็นเวนเดอร์ Virtualisation Backup ที่ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจไทยเป็นอันดับ 3 กับอัตราการเติบโต 21% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

ตั้งแต่การก่อตั้งบริษัทขึ้นในปี 2006 Veeam ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการขึ้นเพื่อให้บริการกับลูกค้าใน Data Center เป็นหลัก โดยได้เน้นไปที่การจัดการและรักษาข้อมูลใน Virtualisation ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบในองค์กรจำนวนมาก แต่แม้จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ปัจจุบัน Veeam ก็ได้เริ่มมองหาโอกาสใหม่ๆในการดำเนินธุรกิจปัจจุบัน ที่มีการใช้เครื่องมือดิจิทัลและข้อมูลมากขึ้น

จาก Modern Data Center สู่ Hybrid Cloud

Veeam นั้นเป็นบริษัทที่ปรับตัวอย่างต่อเนื่องตามเทคโนโลยีของ Data Center และอาจเรียกได้ว่าเติบโตมาพร้อมกับความนิยมของคลาวด์เลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ Veeam จึงมองเห็นถึงวิวัฒนาการของระบบ IT ในธุรกิจ และแนวโน้มการใช้งานของตลาดได้เป็นอย่างดี และจากภาพที่พวกเขามองเห็น พวกเขาก็ได้ตัดสินใจเลือกเป้าหมายใหม่ของการเติบโตของธุรกิจไปที่ระบบ Multi Cloud และ Hybrid Cloud

คุณ Shaun McLagan รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น

คุณ Shaun McLagan รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น เล่าว่าสิ่งที่ Veeam เห็นในระยะหลังคือการใช้งาน Cloud ที่มากขึ้นขององค์กรในทุกขนาด และปริมาณข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้นและความต้องการในการดูแลข้อมูลเหล่านั้นให้มีประสิทธิภาพที่สุด โดยจากการศึกษา Veeam คาดว่าตลาดของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการจัดการข้อมูลบนคลาวด์จะเติบโตไปจนมีมูลค่า 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2020 ที่จะถึงนี้ จึงเป็นจังหวะเวลาอันดีที่ Veeam จะมองเป้าหมายใหม่ไปที่การให้บริการกับกลุ่มลูกค้า Cloud ด้วย

Veeam นั้นเกิดในยุคของคลาวด์ และเน้นการให้บริการ Virtualisation Backup มาโดยตลอด ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ Veeam นั้นเน้นหนักที่ซอฟต์แวร์การจัดการและ Backup ข้อมูล ซึ่งจุดนี้ก็ได้กลายมาเป็นหนึ่งข้อได้เปรียบของ Veeam ในการพัฒนาต่อไปข้างหน้าในโลกที่วิ่งไปในทิศทางของการใช้งาน Cloud และเช่าใช้ Software as a Service

Backup เปลี่ยนไปมาก

พฤติกรรมของผู้คนและการทำธุรกิจในปัจจุบันนั้นเปลี่ยนไปจากจุดที่ Veeam เริ่มต้นอยู่เป็นอย่างมาก ทุกวันนี้ผู้คนมีสมาร์ทโฟน สื่อสารกันผ่านช่องทางดิจิทัล ธุรกิจมีฐานข้อมูลที่ใหญ่ขึ้น จำนวนเยอะขึ้น และหลายแห่งมีการนำเทคโนโลยีอย่าง AI และ IoT เข้ามาใช้ ดังนั้นแม้จะขึ้นชื่อว่าการแบ็คอัพข้อมูลเหมือนกัน แต่รายละเอียดนั้นเปลี่ยนไปมากทีเดียว

ประการแรก ระบบข้อมูลนั้นได้กลายมาเป็นระบบที่สำคัญต่อธุรกิจในระดับที่ถ้าหากล่มหรือสูญหายไป อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้มาก โดยจากการสำรวจพบว่าโดยเฉลี่ยใน 1 ปี ธุรกิจนั้นสูญเสียรายได้จากระบบที่ล่มสูงถึง 20 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ การล่มและสูญหายของข้อมูล อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าได้อีก

ประการที่สองคือความซับซ้อนและประมาณของข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้การจัดการแบ็คอัพก็ซับซ้อนและมีราคาสูงตามขึ้นไป ต่างจากเดิมที่การแบ็คอัพอาจเป็นการก็อปปี้ไฟล์ไม่กี่ไฟล์ไปไว้ที่อื่น และหากมีปัญหาก็ดึงกลับมาใช้ ธุรกิจในปัจจุบันคาดหวังว่าหากระบบของพวกเขาล่ม หรือข้อมูลมีการสูญหาย พวกเขาจะสามารถเรียกคืนได้อย่างรวดเร็วโดยมีข้อมูลที่ใกล้เคียงกับข้อมูลในช่วงเวลาก่อนเกิดปัญหาที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

ประสารที่สาม คือการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และการปฏิบัติตามข้อกฎหมายด้านข้อมูลที่มีอยู่ ปัจจุบันการจารกรรมข้อมูล การเจาะระบบ และการโจมตีไซเบอร์มีให้เห็นกันบ่อยครั้งขึ้น การโจมตีมีความซับซ้อนขึ้น และสร้างความเสียหายกับธุรกิจได้มหาศาล นอกจากนี้ยังมีประเด็นของการจัดเก็บข้อมูลให้เป็นไปตามกฎหมายด้านข้อมูลและความเป็นส่วนตัวซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ที่หลายประเทศเริ่มนำมาใช้กันแล้ว

Veeam Availability Suite

ด้วยการวิเคราะห์ปัญหา และประสบการณ์การให้บริการด้านการจัดการข้อมูลมาอย่างยาวนาน Veeam จึงได้พัฒนาโซลูชัน Veeam Availability Suite ขึ้น เพื่อช่วยธุรกิจในการสำรองและจัดการข้อมูลบนระบบคลาวด์ได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในผลงานจากการลงทุนด้าน R&D อย่างต่อเนื่องของ Veeam

Veeam Availability Suite นั้นประกอบไปด้วยความสามารถ 4 ด้านหลัก ได้แก่

  1. Cloud Tier – โซลูชันสำรองข้อมูลที่เหมาะกับข้อมูลที่ต้องการเก็บในระยะยาว ไม่จำกัดพื้นที่การจัดเก็บ และรองรับการทำงานร่วมกับ Object Storage
  2. Cloud Mobility – ช่วยเรื่องการย้ายข้อมูลขึ้นไปสำรองไว้บนคลาวด์ โดยธุรกิจสามารถกู้คืนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
  3. Enterprise Application Support – ส่วนที่จะช่วยเชื่อมต่อแอปพลิเคชันธุรกิจอย่าง Oracle RMAN และ SAP HANA เข้ากับระบบของ Veeam เพื่อสำรองข้อมูลจากแอปพลิเคชันได้โดยตรง
  4. Data Governance – ดูแลด้านความปลอดภัยของข้อมูล และการจัดการข้อมูลให้เป็นไปตามกฎหมายอย่าง GDPR

นอกจากนี้ หากธุรกิจต้องการนำข้อมูลที่สำรองอยู่ในระบบไปใช้ ก็สามารถทำได้ผ่านแอปพลิเคชันวิเคราะห์ข้อมูลของ DataLabs ที่จะเปลี่ยน Backup Site เป็นระบบที่ธุรกิจใช้งานได้จริงทันที

การสำรองข้อมูลอยู่ในทุกอุตสาหกรรม

ลูกค้าของ Veeam นั้นมีตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ และกระจายตัวอยู่ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ในประเทศไทย Veeam ให้บริการลูกค้าในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โรงพยาบาล ธุรกิจอาหาร และอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งทาง Veeam ได้เล่าว่าธุรกิจไทยมีความตื่นตัวกันเรื่องข้อมูลมากขึ้น และในบางครั้งก็ได้ทำการหาข้อมูลและเป็นผู้เริ่มติดต่อเข้ามาสอบถามด้วยตัวเอง และในปี 2019 นี้พวกเขาก็จะมุ่งเป้าไปที่กลุ่มที่มีความตื่นตัวด้านความเสี่ยงของข้อมูล และกลุ่มธุรกิจที่มีการแข่งขันด้านข้อมูลสูง

ในประเทศไทย Veeam ทำงานผ่านพาร์ทเนอร์เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทเนอร์สำหรับติดตั้งโซลูชันของ Veeam ตรงๆ หรือพาร์ทเนอร์ร่วมกับผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล เช่น คลาวด์ของ AIS ที่มีผลิตภัณฑ์แบ็คอัพข้อมูลของ Veeam พ่วงไปในแพคเกจด้วย

โซลูชันของ Veeam นั้นสามารถทำงานร่วมกับ Cloud ของผู้ให้บริการที่หลากหลาย ได้แก่ AWS, Google Cloud, Azure, และ IBM ซึ่งทำให้ธุรกิจมีตัวเลือกในการใช้บริการมากขึ้น

สำหรับท่านใดที่สนใจผลิตภัณฑ์ของ Veeam สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.veeam.com



Check Also

[รีวิว] ASUS ExpertPC D6414SFF เครื่อง PC ทำงานเล็กกะทัดรัด ที่รองรับการ์ดจอสำหรับงานกราฟฟิกเบื้องต้นได้

กลับมาอีกครั้งกับรีวิว ASUS ในรุ่น Commercial PC ของปี 2020 กับ ASUS ExpertPC D6414SFF ที่ทางทีมงาน ASUS ส่งมาให้ TechTalkThai ได้ทดลองใช้งานจริงเพื่อรีวิวกันครับ

ผู้เชี่ยวชาญเผยกลุ่มแฮ็กเกอร์อิหร่านใช้ช่องโหว่เซิร์ฟเวอร์ VPN ลอบเข้าฝัง Backdoor

ClearSky บริษัทด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จากอิสราเอลได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มแฮ็กเกอร์จากอิหร่านว่าที่ผ่านมาได้มุ่งโจมตีเซิร์ฟเวอร์ VPN ด้วยช่องโหว่ที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะเช่นที่เกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ Fortinet, Palo Alto Networks, Pulse Secure และ Citrix