Palo Alto Networks โดยทีม Unit 42 ออกรายงาน 2026 Global Incident Response Report ชี้ให้เห็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เมื่อแฮกเกอร์หันมาใช้ AI เร่งสปีดการโจมตี ควบคู่กับการเจาะจงใช้ช่องโหว่ด้าน Identity และความซับซ้อนของโครงสร้างไอทีในระดับ Enterprise เป็นอาวุธ โดยรายงานดังกล่าวมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้

- ความเร็วระดับนาที: ระยะเวลาเฉลี่ยตั้งแต่เริ่มเจาะระบบจนถึงการขโมยข้อมูลสำเร็จลดลงเหลือเพียง 72 นาที ในเคสที่เร็วที่สุด ซึ่งถือว่าเร็วกว่าปีที่ผ่านมาถึง 4 เท่า ผลจากการนำ AI และระบบอัตโนมัติมาใช้
- Identity คือเป้าหมายหลัก: 89% ของการสืบสวนพบการใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนด้านอัตลักษณ์ และ 65% ของการเข้าถึงระบบครั้งแรกเกิดจากการใช้ Social Engineering และการขโมย Credential
- ความซับซ้อนคือโอกาสของแฮกเกอร์: 87% ของการโจมตีมีการขยายขอบเขตพื้นที่การโจมตีตั้งแต่ 2 ส่วนขึ้นไป เช่น Cloud, SaaS และ Identity Systems โดยบางกรณีมีการโจมตีพร้อมกันถึง 10 ช่องทาง
- ภัยคุกคามผ่าน Browser และ SaaS: 48% ของการโจมตีใช้ Browser เป็นช่องทางเก็บข้อมูลรหัสผ่าน ขณะที่การโจมตีผ่าน Third-party SaaS พุ่งสูงขึ้น 3.8 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2022
Sam Rubin รองประธานบริหารของ Unit 42 ระบุว่าความซับซ้อนของระบบคือ พันธมิตรที่ดีที่สุดของแฮกเกอร์ องค์กรจึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ เช่น ใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อตรวจจับและตอบโต้การโจมตีความเร็วสูงในระดับนาที และใช้การจัดการ Identity แบบรวมศูนย์ ครอบคลุมทั้งอัตลักษณ์ของมนุษย์ เครื่องจักร และ AI Agent เพื่อปิดช่องว่างการปกครองข้อมูล
ที่สำคัญคือเลิกใช้ความไว้วางใจทุกสิ่ง และยึดหลัก Zero Trust อย่างเคร่งครัดเพื่อสกัดกั้นการบุกรุกของแฮกเกอร์ เพราะในยุคที่การโจมตีรวดเร็วและซับซ้อน การป้องกันแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรต้องลดความซับซ้อนและมุ่งสู่แนวทาง Unified Platform เพื่อสร้างความได้เปรียบในการป้องกันเชิงรุก
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






