Synnex แนะนำ SonicWall NSA Series ไฟร์วอลล์ยุคใหม่สำหรับทุกองค์กร

บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) Value Added Distributor ชั้นนำของประเทศไทย ประกาศเปิดตัว SonicWall Network Security Appliance Series ผลิตภัณฑ์ Next-generation Firewall ประสิทธิภาพสูงที่มาพร้อมกับขุมพลัง Reassembly-Free Deep Packet Inspection (RFDPI) สำหรับปกป้ององค์กรจากภัยคุกคามไซเบอร์ที่นับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

เร่งประสิทธิภาพการทำงานให้ถึงขีดสุดด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Single-pass RFDPI

NGFW ทั่วไปในท้องตลาดตรวจสอบทราฟฟิกแบบ Packet Assembly-based ซึ่งต้องประกอบ Packet ให้กลับมาเป็นไฟล์ดังเดิมก่อน แล้วค่อยตรวจสอบว่ามีภัยคุกคามแอบแฝงมาหรือไม่ ทำให้ประมวลผลได้ช้าและเกิดปัญหาคอขวดที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัย กล่าวคือ ในกรณีที่ Proxy/Buffer เต็มหรือข้อมูลมีขนาดใหญ่เกินไป ทราฟฟิกเหล่านั้นจะบายพาสอุปกรณ์ NGFW ไปได้ทันที ทำให้มีการโจมตีหรือมัลแวร์หลุดรอดเข้ามายังระบบขององค์กรได้

Network Security Appliance (NSA) Series เป็น NGFW ที่ถูกออกแบบมาด้วยสถาปัตยกรมแบบ Single-pass Reassembly-Free Deep Packet Inspection (RFDPI) ซึ่งต่างจาก NGFW ทั่วไปตรงที่สามารถตรวจสอบทราฟฟิกได้แบบ Stream-based ซึ่งเร็วกว่าและขจัดปัญหาเรื่อง Proxy/Buffer เต็ม นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบทราฟฟิคทั้งขาเข้าและขาออกได้ในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบแอพพลิเคชัน การตรวจสอบภัยคุกคาม และการตรวจสอบมัลแวร์ ประกอบกับการใช้ระบบฮาร์ดแวร์แบบ Multi-core CPU ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ ทำให้ NSA Series สามารถกำจัดปัญหาคอขวดและประสิทธิภาพการทำงานที่ลดต่ำลงเมื่อเปิดใช้ฟังก์ชันด้านความมั่นคงปลอดภัยหลายรายการพร้อมกันได้เป็นอย่างดี

มาพร้อมกับคุณสมบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยแบบจัดเต็ม

จุดเด่นที่สำคัญของ SonicWall NSA Series คือ มีฟังก์ชันด้านความมั่นคงปลอดภัยให้เลือกใช้งานได้หลากหลายภายในอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เพียงเครื่องเดียว ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรที่ต้องรับมือกับภัยคุกคามหลากหลายประเภทในขณะที่มีทรัพยากรด้านบุคคลและการเงินจำกัด โดยฟังก์ชันสำคัญด้านความมั่นคงปลอดภัยของ NSA Series ประกอบด้วย

  • Web Filtering – บังคับการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้เป็นไปตามนโยบายที่องค์กรกำหนด โดยสามารถกรองทราฟฟิกได้ทั้งขาเข้าและขาออก
  • Intrusion Prevention Service (IPS) – ตรวจจับและป้องกันการบุกรุกโจมตี รวมไปถึงบล็อกหมายเลข IP อันตรายและ Botnet ก่อนที่จะเข้ามาทำอันตรายระบบเครือข่ายอันแสนสำคัญขององค์กร
  • Malware Protection – มาพร้อมกับเทคโนโลยี Anti-evasion สำหรับตรวจจับมัลแวร์ประเภทต่างๆ
  • Application Intelligence and Control – กำหนดนโยบายเพื่อควบคุมการเข้าถึงแอพพลิเคชันต่างๆ ได้ถึงระดับผู้ใช้หรือกลุ่มผู้ใช้ โดยไม่ต้องขึ้นกับหมายเลข IP และพอร์ตอีกต่อไป รวมไปถึงสามารถกำหนดความสำคัญและจองแบนด์วิดท์ไว้สำหรับแอพพลิเคชันประเภท Mission Critical ได้
  • Deep Packet Inspection of SSL-encrypted Sessions (DPI-SSL) – ถอดรหัสข้อมูลเพื่อตรวจสอบภัยคุกคามที่แอบแฝงมากับทราฟฟิกได้แบบเรียลไทม์
  • Virtual Private Networking (VPN) – รองรับการเชื่อมต่อ VPN ระหว่างสำนักงานและจากผู้ใช้งานภายนอก เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเข้าถึงระบบเครือข่ายขององค์กรจากที่ไหน เวลาใดก็ได้
  • Realtime Monitoring and Virtualization – ติดตามการใช้งานแอพพลิเคชัน พฤติกรรมของผู้ใช้ และแบนด์วิดท์ได้แบบเรียลไทม์ รวมไปถึงแสดงผลในรูปแบบกราฟิกที่เข้าใจได้ง่าย
  • Wireless Security – ทำหน้าที่เป็น Wireless LAN Controller สำหรับใช้งานร่วมกับ SonicPoint AP มาตรฐาน 802.11ac เพื่อให้พนักงานสามารถเชื่อมต่อระบบ Wi-Fi ประสิทธิภาพสูงได้อย่างมั่นคงปลอดภัย

ดูรายละเอียดคุณสมบัติทั้งหมดของ SonicWall NSA Series ได้ที่ Data Sheet [PDF]

ระบบตรวจจับภัยคุกคามระดับสูงอันแข็งแกร่ง

SonicWall Threat Research Team เป็นทีมนักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยที่เฝ้าติดตามภัยคุกคามไซเบอร์มานานกว่า 15 ปี ซึ่งคอยตรวจสอบและค้นหาภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ จากเซ็นเซอร์ที่วางอยู่ทั่วโลกกว่า 1,000,000 จุด เพื่อสร้างเป็นฐานข้อมูล Threat Intelligence สำหรับอัปเดตไปยังอุปกรณ์ NGFW ที่วางอยู่ทั่วโลก เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรจะพร้อมรับมือกับการโจมตีและมัลแวร์ประเภทใหม่ๆ อยู่เสมอ

SonicWall ให้บริการฐานข้อมูลภัยคุกคามบนระบบ Cloud หรือที่เรียกว่า CloudAV ที่มี Signatures มากกว่า 30 ล้านรายการ ซึ่งช่วยตรวจจับมัลแวร์สายพันธุ์ต่างๆ จากทั่วโลกได้อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Multi-engine Sandboxing ซึ่งประกอบด้วยเทคโนโลยี Sandboxing หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Virutalized Sandboxing, Emulation และ Hypervisor Level Analysis ทำให้มั่นใจได้ว่าแม้แต่ Zero-day Malware ที่มีเทคนิคหลบหลีกขั้นสูงก็ไม่สามารถเล็ดลอดผ่านเข้าไปยังระบบเครือข่ายขององค์กรได้

ออกแบบมาสำหรับบริษัทขนาดกลางและสำนักงานสาขาโดยเฉพาะ

NSA Series เป็น NGFW รุ่นรองของ SonicWall ซึ่งใช้สถาปัตยกรรมและมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับ NGFW รุ่นเรือธงอย่าง SuperMassive Series แต่ถูกออกแบบมาสำหรับบริษัทขนาดกลางและสำนักงานสาขาโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ห้างร้าน และหน่วยงานรัฐบาลต่างๆ ที่ต้องการระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพสูงและครอบคลุมการตรวจจับภัยคุกคามประเภทต่างๆ

NSA Series ประกอบด้วย 5 รุ่น มี Firewall Throughput ตั้งแต่ 1.9 Gbps ไปจนถึง 12 Gbps รองรับการเชื่อมต่อระดับ 10 GbE สูงสุด 4 พอร์ต และ 1 GbE สูงสุด 16 พอร์ต ดังรูปด้านล่าง

Synnex จับมือเป็นพันธมิตรกับ SonicWall พร้อมให้บริการโซลูชันในประเทศไทย

Synnex ประกาศเป็นพันธมิตรร่วมกับ SonicWall พร้อมให้บริการผลิตภัณฑ์ SonicWall Network Security Appliance Series แก่พาร์ทเนอร์ในประเทศไทยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการยืมอุปกรณ์ทดสอบ การทำ POC (Proof Of Concept) การให้คำปรึกษาและสนับสนุน ตลอดจนการจัดอบรมโซลูชันให้ทีม Sales และทีมวิศวกร รวมไปถึงช่วยเหลือพาร์ทเนอร์ในการออกแบบ ติดตั้ง และดูแลรักษาแบบครบวงจร เพื่อให้พาร์ทเนอร์มั่นใจได้ถึงการบริการแบบ Exclusive เพื่อความต่อเนื่องในธุรกิจของพาร์ทเนอร์

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ SonicWall และขอทดสอบ POC ได้ที่ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือติดต่อคุณณัฐ เวสชัชวาล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ เบอร์โทร 094-479-9441, 090-980-5195 หรืออีเมล nat_w@synnex.co.th หรือ salessonicwall@synnex.co.th



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

คอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คกว่า 900 รุ่นได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ Intel ME

หลังจากที่ Intel ออกมายอมรับอย่างเป็นทางการว่า มีช่องโหว่ร้ายแรง 8 รายการบนชิป Intel Management Engine (ME) เมื่อ 3 วันก่อน ล่าสุด ทางเจ้าของผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ชื่อดังทั้ง …

กระจาย Enterprise แอปพลิเคชันอย่างรวดเร็วปลอดภัยด้วย Google Play

Google ได้พัฒนา Managed Google Play ที่เป็นฟีเจอร์เดิมซึ่งทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถซื้อขายและกำหนดลิสต์ของแอปพลิเคชันเพื่ออนุญาตใช้งานภายในกลุ่มทีมงานได้ โดยเพิ่มความสามารถให้รองรับการบริหารจัดการแอปพลิเคชันที่เขียนขึ้นเองภายในองค์กรได้