APAC ยังคงมีอัตราโจมตีทางไซเบอร์บ่อยครั้งที่สุด

มีรายงานสถิติจาก Microsoft พบว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคยังคงมีอัตราการโจมตีทางไซเบอร์มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นรายบุคคลเองหรือระดับองค์กรก็ตาม

จากรายงาน ‘Security Endpoint Threat Report 2019’ ซึ่งเก็บข้อมูลมาตลอดทั้งปีก่อนพบว่า ถึงแม้การโจมตีมัลแวร์ในฝั่ง APAC จะลดลงกว่าปี 2018 ก็ตามแต่ก็ถือว่ายังสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกอยู่ 1.6 เท่า เลยทีเดียว

ประเด็นแรกที่น่าสนใจคือเชื่อว่าสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนานั้น ขาดกิจกรรมป้องกันทางไซเบอร์อย่างจริงจัง รวมถึงการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ว่ามาในรูปแบบซีดีหรือดาวน์โหลดมาก็ตาม แต่การที่ต้องระแวดระวัง ด้วยการลดการป้องกันของแอนตี้ไวรัสหรืออื่นๆ เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอัตราโจมตีจากแรนซัมแวร์สูงกว่า ซึ่งสถิติในประเทศที่มีอัตราละเมิดลิขสิทธิ์ต่ำและมีการปฏิบัติป้องกันด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ดีจะสถิติการโจมตีลดลง อย่างปัญหามัลแวร์และแรนซัมแวร์ในญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย มีค่าต่ำกว่าอัตราโจมตีในภูมิภาค 3 ถึง 6 เท่า

ประเด็นที่สองคือสิงค์โปร์กับฮ่องกงมีปริมาณของ Drive-by Attacks มากที่สุดหรือการดาวน์โหลดมัลแวร์เข้ามาเองผ่านการท่องเว็บไซต์หรือกรอกฟอร์มบางอย่าง หลังจากนั้นคนร้ายก็มุ่งขโมยข้อมูลทางการเงินและรหัสผ่าน ซึ่งทั้งสองประเทศมีความน่าสนใจคือเป็นตลาดที่พัฒนาแล้วและเป็น Hub ด้านการเงิน

ประเด็นสุดท้ายคือเรื่องของมัลแวร์ขุดเหมือง (Cryptomining) ที่ตกลงมามาก แต่ยังมีปริมาณมากกว่าใน ฮ่องกง สิงค์โปร์ และญี่ปุ่น คาดว่าเหตุผลเบื้องหลังคือการขุดเหมืองใช้เวลานานกว่าเดิม แถมยังมีเรื่องอื่นที่น่าจะได้รับประโยชน์ดีกว่าเช่นแรนซัมแวร์ ด้วยเหตุนี้เอง Cryptomining จึงไม่ใช่กระแสหลักอีกแล้ว

แม้ว่ารายงานจะมีสถิติก่อน Covid-19 ก็ตาม แต่ Microsoft ยังเผยว่าปัจจุบันทุกประเทศมีการโจมตีเกี่ยวกับ Covid-19 อย่างน้อย 1 แคมเปญ ซึ่งน่ากังวลถึงอัตราความสำเร็จที่ค่อยๆ ได้ผลมากขึ้น

ที่มา :  https://www.computerweekly.com/news/252484955/APAC-still-hotbed-for-cyber-attacks

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

เมื่อ Downtime ไม่ใช่ทางเลือก: สร้าง Hybrid Infrastructure ที่มั่นคงและยืดหยุ่นด้วย IBM Power, IBM PowerVS และอัจฉริยภาพจาก IBM Concert [Guest Post]

ในยุคที่ทุกวินาทีของธุรกิจหมายถึงโอกาสและรายได้ โครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (IT Infrastructure) จึงไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือรองรับการทำงานอีกต่อไป แต่คือ “กระดูกสันหลัง” ขององค์กรที่ต้องทั้งแข็งแกร่งและยืดหยุ่น เมื่อความพร้อมของระบบเชื่อมโยงโดยตรงกับรายได้และความเชื่อมั่นของลูกค้า องค์กรจึงไม่สามารถยอมรับ Downtime ได้อีกต่อไป ความท้าทายสำคัญคือการรักษาความเสถียรของระบบ Mission-Critical ควบคู่ไปกับการรองรับนวัตกรรมใหม่ๆ …

Gartner ชี้ปลดคนสังเวย AI ไม่ช่วยเพิ่ม ROI แนะภาคอุตสาหกรรมเร่งอัปสกิลมนุษย์คุมระบบแทน

ท่ามกลางกระแสการนำเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติขั้นสูงเข้ามาใช้งาน ผู้บริหารหลายองค์กรเลือกที่จะลดจำนวนพนักงานลงเพื่อประหยัดงบประมาณและหวัง ROI ในระยะสั้น แต่ข้อมูลล่าสุดจาก Gartner กลับชี้ให้เห็นความจริงที่สวนทางว่า การลดคนไม่ได้การันตีถึงผลกำไรหรือ ROI ที่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด