Oracle เปิดตัว Solaris 11.3 เสริมความปลอดภัย, ความเร็ว และความง่ายสำหรับ Enterprise Cloud และ DevOps

oracle_logo

Oracle เปิดตัว Oracle Solaris 11.3 ซึ่งดึงประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผล SPARC M7 ออกมาใช้งานได้เต็มที่ และเสริมความสามารถทางด้านความปลอดภัย, ความเร็ว, ความง่ายในการบริหารจัดการ Cloud และ Virtualization ดังนี้

oracle_solaris_11_3

ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัย

Oracle Solaris 11.3 ทำงานร่วมกับความสามารถ Security in Silicon บนหน่วยประมวลผล SPARC M7 เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับ Application ทั้งหมด โดยความสามารถ Silicon Secured Memory จะช่วยป้องกันการโจมตีพื้นฐานอย่าง Buffer Overreads และ Buffer Overwrites รวมถึงใช้การเร่งประสิทธิภาพในการเข้ารหัสทั้งสำหรับ Database, Java, Application, ZFS, Network และ Hot Virtual Machine Migration โดยไม่ส่งผลกระทบทางด้านประสิทธิภาพของระบบ

 

ออกแบบมาสำหรับการทำ Lifecycle Management

การเสริมความปลอดภัยและการอัพเดตความปลอดภัยบน Oracle Solaris 11.3 ทำได้ง่ายขึ้นด้วยจุดเด่นสามประการ ดังนี้

  • รองรับการ Patch และ Update ได้แบบ Full Stack ทำให้สามารถพัฒนาซอฟต์แวร์บนระบบนี้ได้อย่างปลอดภัย
  • ระบบ Immutable Virtual Machine ทำให้สามารถป้องกันการติดตั้งซอฟต์แวร์หรือเปลี่ยนแปลงการกำหนดค่าบน VM ได้
  • ด้วยการทำ Automated Updates & Patches ได้บน Immutable Virtual Machine ซึ่งจะช่วยให้ VM ปลอดภัย พร้อมระบบรายงานสำหรับ Audit และ Compliance ได้

 

ทำงานร่วมกับ Oracle Database

Oracle Database In-memory และ Oracle Solaris 11.3 สามารถใช้ความสามารถ SQL in Silicon ของ SPARC M7 ซึ่งจะช่วยให้สามารถ Query ข้อมูลได้เร็วกว่าเดิมถึง 10 เท่า เพื่อช่วยให้ Application ในปัจจุบันเร็วขึ้น และรองรับ Next Generation Analytics Application ที่จะมาในอนาคตได้ และด้วยการสนับสนุนความสามารถสำคัญๆ อย่าง Dynamic Resource Management และ High Performance Lock Manager ที่ทำงานได้ดีขึ้นสำหรับ Oracle RAC ก็ทำให้ Oracle Solaris 11.3 พร้อมให้บริการ Database-as-a-Service รวมถึง DTrace ก็ช่วยให้การติดตามประสิทธิภาพการทำงานได้ตั้งแต่ระดับ Database ลงไปถึงระดับ Kernel ได้ในแบบ Real-time

 

OpenStack สำหรับการใช้งานระดับองค์กร

ความสามารถในการรักษาความปลอดภัยทั้งหมดของ Oracle Solaris 11.3 นี้ก็ยังส่งผลการใช้งานมาถึง OpenStack ด้วย รวมถึงยังมีระบบ Automated Upgrade และ Instant Roll-back ด้วยความสามารถของ ZFS ในขณะที่ OpenStack Heat ก็ทำให้สามารถบริหารจัดการ Application แบบ Multi-tier ได้ และทำ Bare Metal Provisioning ได้ด้วย Ironic อีกทั้งยังทำ Fault Tolerance ก็สามารถทำได้จากการใช้ Oracle Solaris Cluster นอกจากนี้ยังมี Oracle Murano Database-as-a-Service ที่จะช่วยให้การ Provisioning Database สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นมากกว่า 5 เท่า

 

DevOps สำหรับการใช้งานระดับองค์กร

ด้วย Java, Oracle Solaris Studio, Oracle SPARC M7 และ Oracle 11.3 ทำให้การทำ DevOps สำหรับองค์กรสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมระบบตรวจหา Coding Error และทำ Integrated Continuous Deployment ได้อย่างปลอดภัยได้บน OpenStack

สำหรับผู้ที่สนใจใช้งาน สามารถ Download หรือ Update เป็น Oracle Solaris 11.3 ได้ทันที

 

ที่มา: https://www.oracle.com/corporate/pressrelease/solaris-11-3-102615.html


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Microsoft Exchange Server 2013 จะสิ้นสุดการสนับสนุนปี 2023

ช่วงนี้มีแต่ข่าว ลด ละ เลิก บนผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ครานี้ถึงชะตาของ Exchange Server 2013 จากการประกาศล่าสุดเกี่ยวกับการสิ้นสุดการสนับสนุนซึ่งแจ้งไว้ล่วงหน้าเกือบปีในวันที่ 11 เมษายน 2023 ซึ่งจะเป็นวันสุดท้าย

รีวิว: TP-Link Omada EAP670 AX5400 – Wi-Fi 6 Access Point ระดับ High-end Business รุ่นใหม่

Wi-Fi เป็นหนึ่งในการเชื่อมต่อที่สำคัญที่สุดขององค์กร บทความนี้ TechTalkThai จะมารีวิว Omada EAP670 AX5400 ซึ่งเป็น Access Point มาตรฐาน Wi-Fi 6 รุ่นใหม่ล่าสุดจาก …