OpenAI ปิดดีลขายหุ้นตลาดรอง 6.6 พันล้านดอลลาร์ มูลค่าบริษัทแตะ 500 พันล้านดอลลาร์

หลายสื่อรายงานว่า OpenAI เพิ่งปิดการขายหุ้นในตลาดรอง ซึ่งประเมินมูลค่าองค์กรไว้ที่ 500 พันล้านดอลลาร์ ทำให้บริษัทกลายเป็นบริษัทเอกชนที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

CNBC อ้างแหล่งข่าวว่าผู้พัฒนา ChatGPT เริ่มติดต่อพนักงานปัจจุบันและอดีตพนักงานเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าวตั้งแต่ต้นเดือนที่แล้ว เดิมที OpenAI มีแผนจะนำหุ้นมูลค่า 10.3 พันล้านดอลลาร์ออกมาให้นักลงทุนซื้อผ่านดีลนี้ แต่ผู้เข้าร่วมได้ขายหุ้นออกไปเพียงประมาณ 6.6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่ง OpenAI ตีความว่าเป็น “สัญญาณความเชื่อมั่นของพนักงาน”

การทำธุรกรรมนี้เปิดให้พนักงานปัจจุบันและอดีตพนักงานที่ถือหุ้น OpenAI มานานอย่างน้อยสองปีเข้าร่วม กลุ่มนักลงทุนที่ซื้อหุ้นรวมถึง T. Rowe Price, Dragoneer Investment Group และ Thrive Capital โดย Thrive เคยลงทุนหุ้นมูลค่า 6.5 พันล้านดอลลาร์ใน OpenAI เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

การขายหุ้นรองครั้งล่าสุดของ OpenAI ยังมีการเข้าร่วมจาก SoftBank Group และ MGX ของอาบูดาบี ทั้งสองบริษัทกำลังสนับสนุนโครงการ Stargate ของ OpenAI ซึ่งเป็นการลงทุนมูลค่า 500 พันล้านดอลลาร์เพื่อสร้างเครือข่ายศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ในสหรัฐฯ โดยคาดว่าศูนย์ข้อมูลเหล่านี้จะมีพลังประมวลผลรวมเกินกว่า 10 กิกะวัตต์

นอกจากนี้ OpenAI กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ในต่างประเทศผ่านโครงการที่ชื่อว่า OpenAI for Countries ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทได้ประกาศแผนจะเปิดศูนย์ข้อมูลในนอร์เวย์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสหราชอาณาจักร และเมื่อวันพุธ OpenAI เปิดเผยว่าจะสำรวจโครงการศูนย์ข้อมูลในเกาหลีเพิ่มเติม

การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวประกาศควบคู่กับการเป็นพันธมิตรกับ Samsung Electronics และ SK hynix ของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นสองผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก OpenAI มีแผนจะซื้อเวเฟอร์มากถึง 900,000 แผ่นต่อเดือน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 40% ของอุปทานทั่วโลก

มีการคาดการณ์ว่า OpenAI จะใช้เงิน 350 พันล้านดอลลาร์ในการเช่าเซิร์ฟเวอร์จนถึงปี 2030 ซึ่งอาจทำให้บริษัทประสบความยากลำบากในการทำกำไรในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม การที่การขายหุ้นตลาดรองครั้งนี้ประเมินมูลค่า OpenAI ไว้ที่ 500 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าการประเมินในเดือนมีนาคมถึง 200 พันล้านดอลลาร์ บ่งชี้ว่านักลงทุนมีความมั่นใจในความสามารถของบริษัทที่จะจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

รายได้ที่เติบโตอย่างรวดเร็วของ OpenAI น่าจะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยผลักดันการประเมินมูลค่า รายงานระบุว่า OpenAI ทำรายได้ 4.3 พันล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ซึ่งมากกว่ารายได้ทั้งปี 2024

ทั้งนี้ การขายหุ้นตลาดรองไม่ได้สร้างทุนใหม่ให้กับบริษัทที่จัดการ แต่การประเมินมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากธุรกรรมนี้ยังคงสร้างประโยชน์ทางการเงินแก่ OpenAI โดยเฉพาะการทำให้ OpenAI สามารถเข้าซื้อกิจการใหม่ด้วยหุ้นได้ง่ายขึ้น มูลค่าหุ้นที่สูงขึ้นหมายความว่าบริษัทสามารถออกหุ้นจำนวนน้อยลงเพื่อใช้ในการซื้อกิจการ

เมื่อเดือนที่แล้ว OpenAI ซื้อกิจการ Statsig ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่สร้างแพลตฟอร์มคลาวด์สำหรับการจัดการโครงการพัฒนาแอปพลิเคชัน ในมูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ผ่านดีลหุ้นทั้งหมด ก่อนหน้านั้น OpenAI เคยจ่ายหุ้นมูลค่า 6.5 พันล้านดอลลาร์เพื่อเข้าซื้อ io Products บริษัทสตาร์ทอัพด้านอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคที่ก่อตั้งโดย Jony Ive อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายออกแบบของ Apple

ที่มา: https://siliconangle.com/2025/10/02/openai-reportedly-closes-new-6-6b-secondary-sale-500b-valuation/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้