OpenAI ได้เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ เพื่อเน้นย้ำถึงความพยายามที่เพิ่มขึ้นของบริษัทในการตรวจจับ เปิดโปง และยับยั้งการใช้โมเดลของตนในทางที่ผิด เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ การหลอกลวง และปฏิบัติการชักจูงความคิดเห็นที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐ

รายงานชื่อ “Disrupting Malicious Uses of AI” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายงานประจำเดือนจาก OpenAI อธิบายถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของผู้ไม่ประสงค์ดีที่นำปัญญาประดิษฐ์มาเสริมในเครื่องมือที่มีอยู่แล้ว แทนที่จะสร้างกระบวนการทำงานด้วย AI ขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้น พร้อมยกตัวอย่างหลากหลายกรณี
มีการพบว่ากลุ่มผู้ก่อภัยคุกคามที่ใช้ภาษารัสเซียพยายามปรับปรุงส่วนประกอบของมัลแวร์ เช่น โทรจันควบคุมจากระยะไกลและเครื่องมือขโมยข้อมูลประจำตัว ขณะที่ผู้ปฏิบัติการที่ใช้ภาษาเกาหลีถูกพบว่ากำลังพัฒนาระบบสั่งการและควบคุม และกลุ่มที่เชื่อมโยงกับจีนถูกกล่าวหาว่ากำลังสร้างเนื้อหาฟิชชิ่งและแก้จุดบกพร่องของมัลแวร์ที่มุ่งเป้าโจมตีภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ และกลุ่มการเมืองต่าง ๆ
ในทุกกรณี ระบบป้องกันของ OpenAI ได้ปฏิเสธคำขอที่เป็นอันตรายโดยตรง และผลการตรวจสอบถูกแบ่งปันให้กับพันธมิตรในอุตสาหกรรมเพื่อเสริมสร้างการป้องกันร่วมกัน
ส่วนสำคัญของรายงานมุ่งเน้นไปที่กลุ่มอาชญากรรมจัดตั้งจากกัมพูชา เมียนมา และไนจีเรีย โดยทั้งกลุ่มจากกัมพูชาและเมียนมาได้เป็นข่าวระดับโลกในปีที่ผ่านมาเนื่องจากขนาดของการดำเนินงาน บางฝ่ายเชื่อว่าความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาในปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกับปฏิบัติการเหล่านี้ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของกัมพูชา
กลุ่มในสามประเทศนี้ถูกพบว่ามีการใช้ ChatGPT เพื่อแปลข้อความ สร้างเนื้อหาสำหรับโซเชียลมีเดีย และสร้างตัวตนปลอมสำหรับการหลอกลวงการลงทุน บางกลุ่มถึงขั้นขอให้โมเดลช่วยลบเครื่องหมายขีดยาว (em dash) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ข้อความที่สร้างด้วย AI เพื่อปกปิดการใช้งานดังกล่าว
OpenAI ระบุว่าถึงแม้จะมีความพยายามใช้ในทางที่ผิด โมเดลของบริษัทกลับถูกใช้เพื่อ ตรวจจับการหลอกลวงมากกว่าสามเท่า เมื่อเทียบกับการสร้างการหลอกลวงเอง โดยมีผู้ใช้หลายล้านคนขอความช่วยเหลือในการระบุพฤติกรรมฉ้อโกง
รายงานยังเปิดเผยถึงการใช้ AI ในทางที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอำนาจเผด็จการ โดยเฉพาะผู้ใช้ที่เชื่อมโยงกับจีน ซึ่งพยายามใช้โมเดลเพื่อออกแบบเครื่องมือตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์ จัดทำโปรไฟล์ผู้เห็นต่าง และสร้างข้อเสนอด้านโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งทั้งหมดนี้ละเมิดนโยบายด้าน ความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ ของ OpenAI
OpenAI ได้ระงับบัญชีเหล่านี้ และย้ำถึงพันธกิจในการสร้าง “AI เพื่อประชาธิปไตย” โดยให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความปลอดภัย และการปกป้องจากการนำไปใช้ในลักษณะรัฐสอดแนม
รายงานระบุว่า “เมื่อภูมิทัศน์ของภัยคุกคามพัฒนาไป เราคาดว่าจะเห็นการปรับตัวและนวัตกรรมจากฝ่ายตรงข้ามมากขึ้น แต่เราก็จะยังคงสร้างเครื่องมือและโมเดลที่ช่วยปกป้องผู้คนได้ — ไม่เพียงในห้องปฏิบัติการ AI เท่านั้น แต่ทั่วทั้งสังคม”
ที่มา: https://siliconangle.com/2025/10/07/openai-details-expanding-efforts-disrupt-malicious-use-ai-new-report/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






