OpenAI ยื่นเอกสาร IPO แบบลับ เข้าใกล้ตลาดหุ้นอีกก้าว

OpenAI Group ผู้พัฒนา ChatGPT ได้ยื่นขอเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก (IPO) ซึ่งแน่นอนว่าจะกลายเป็นการเปิดตัวในตลาดหลักทรัพย์ที่ผู้คนตั้งตารอคอยมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ และเป็นการสร้างผลตอบแทนมหาศาลให้แก่นักลงทุนในยุคแรกเริ่ม

Credit: OpenAI

บริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ยักษ์ใหญ่รายนี้ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าประเมินอยู่ที่ประมาณ 8.52 แสนล้านดอลลาร์ ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาระยะหนึ่งแล้ว โดยการยื่นเอกสารแบบลับในครั้งนี้ เป็นการส่งรายละเอียดทางการเงินให้แก่หน่วยงานกำกับดูแลเพื่อตรวจสอบ ก่อนที่จะมีการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะให้นักลงทุนที่สนใจได้พิจารณา ทั้งนี้ OpenAI ยังไม่ได้กำหนดช่วงเวลาที่แน่นอนสำหรับการเปิดตัว และเนื่องจากเอกสารดังกล่าวยังคงเป็นความลับ จึงยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนหุ้นที่จะเสนอขายหรือราคาเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้

ในบล็อกโพสต์ของบริษัทระบุว่า การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อาจจะต้องใช้เวลาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า “เนื่องจากมีหลายสิ่งที่เราต้องการดำเนินการ ซึ่งน่าจะทำได้ง่ายกว่าในฐานะบริษัทเอกชน” อย่างไรก็ตาม การยื่นเอกสารในตอนนี้ บริษัทอธิบายว่าเป็นการเปิด “ทางเลือกที่จะนำบริษัทเข้าสู่สาธารณะได้เร็วขึ้นหากนั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด”

IPO ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ หมายความว่าข้อมูลทางการเงินที่เป็นความลับของ OpenAI จะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในที่สุด ซึ่งที่ผ่านมามีข้อกังวลมากมายเกี่ยวกับความสามารถของบริษัทในการเปลี่ยนความนิยมระดับโลกให้กลายเป็นผลกำไร ในขณะที่บริษัทยังคงต้องเทเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์เข้าสู่โครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักลงทุนเพิ่งจะเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเนื่องจากความกังวลว่าตลาดกำลังร้อนแรงเกินไป

นอกจากนี้ OpenAI จะจัดให้มีการเสนอซื้อหุ้นคืนเพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถขายหุ้นของตนเองในมูลค่าประเมินปัจจุบันของบริษัทได้ ซึ่งแหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนามกล่าวกับสำนักข่าว CNN ว่า การดำเนินการนี้จะช่วยบรรเทาความกดดันด้านสภาพคล่องในระยะสั้นของบริษัทได้บางส่วน

มีรายงานว่าผู้พัฒนา ChatGPT กำลังร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง Morgan Stanley และ Goldman Sachs ในการเตรียมการจดทะเบียน ซึ่งธนาคารเหล่านี้เป็นกลุ่มเดียวกันกับที่มีชื่อปรากฏในเอกสารการจดทะเบียน IPO ของ SpaceX ที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

OpenAI แตะระดับมูลค่าประเมิน 8.52 แสนล้านดอลลาร์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตามหลังการระดมทุนรอบมูลค่า 1.22 แสนล้านดอลลาร์ แต่บริษัทก็ต้องเผชิญกับความกดดันในการพิสูจน์ว่าสามารถสร้างรายได้ได้มากพอที่จะรองรับตัวเลขดังกล่าว โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว Sarah Friar ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินเคยสร้างความประหลาดใจด้วยการแสดงความเห็นว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ควรเข้ามาเป็น “ผู้สนับสนุนทางการเงินสำรอง” ให้กับการใช้จ่ายอันมหาศาลของบริษัทในเรื่องชิป AI และโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล ก่อนที่เธอจะออกมาถอนคำพูดในภายหลัง

บริษัทได้ตอบสนองต่อความกดดันดังกล่าวด้วยการขยายช่องทางการสร้างรายได้จาก ChatGPT โดยการเปิดตัวแพ็กเกจระดับราคาประหยัดที่ 8 ดอลลาร์ และตามมาด้วยการเริ่มนำระบบโฆษณาเข้ามาใช้ ซึ่งบริษัทระบุในเวลานั้นว่าเชื่อว่าการสมัครสมาชิกที่ราคาถูกลงจะช่วยดันฐานลูกค้าที่ยอมจ่ายเงินให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 122 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้ และคาดการณ์ว่าโฆษณาจะกลายมาเป็นแหล่งรายได้ที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทภายในสิ้นทศวรรษ

ในขณะเดียวกัน OpenAI ได้พยายามแสดงให้เห็นว่าบริษัทไม่ได้มีดีแค่ ChatGPT โดยผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของบริษัทประกอบด้วยบอตช่วยเขียนโค้ดอย่าง Codex และเว็บเบราว์เซอร์ AI รวมถึงการเปิดเผยแผนการพัฒนาฮาร์ดแวร์สำหรับผู้บริโภค ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยังได้หารือถึงความทะเยอทะยานในการเปลี่ยน ChatGPT ให้กลายเป็น “ซูเปอร์แอป” ที่มุ่งเน้นไปที่เอเจนต์ AI ส่วนบุคคลที่สามารถทำภารกิจต่าง ๆ ได้โดยอัตโนมัติแทนมนุษย์

นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับแรงหนุนสำคัญหลังจากชนะคดีความในชั้นศาลเหนือ Elon Musk ซึ่งบริษัท xAI ของเขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งรายสำคัญ โดยหากคดีดังกล่าวจบลงด้วยชัยชนะของ Musk แทน OpenAI อาจถูกบังคับให้ต้องปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ ซึ่งน่าจะส่งผลกระทบให้แผน IPO ต้องหยุดชะงักลง

แม้จะได้รับชัยชนะในคดีนั้น แต่ OpenAI ยังคงต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรม AI โดยเฉพาะจากคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Anthropic และ Google ซึ่งแชตบอต AI ของทั้งสองค่ายได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในกลุ่มผู้ใช้งานองค์กร อีกทั้งบริษัทยังต้องเผชิญกับคดีฟ้องร้องเพิ่มเติมจากข้อกล่าวหาที่ว่า ChatGPT มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์กราดยิงและการฆ่าตัวตาย ท่ามกลางกระแสการต่อต้านเทคโนโลยี AI ที่กำลังเติบโตในภาพรวม

เมื่อเดือนพฤษภาคม มูลค่าประเมินของ Anthropic ได้พุ่งแซงหน้า OpenAI เป็นครั้งแรกหลังจากปิดรอบระดมทุนที่ดันมูลค่าบริษัทไปแตะที่ 9.65 แสนล้านดอลลาร์ ตอกย้ำให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างสองสตาร์ทอัพ โดยทั้งสองบริษัทกำลังต่อสู้เพื่อแย่งชิงทั้งกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปและกลุ่มธุรกิจ ซึ่งมองกันว่า OpenAI มีความได้เปรียบในกลุ่มแรก ขณะที่ Anthropic กำลังเป็นฝ่ายชนะในกลุ่มหลัง โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Anthropic เพิ่งยื่นเอกสาร IPO แบบลับของตนเองไป และตามมาด้วยการที่ SpaceX เปิดเผยแผนการจดทะเบียนขนาดใหญ่ต่อสาธารณะ โดยระบุว่าหวังจะระดมทุนให้ได้มากถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์จากการขายหุ้นครั้งนี้

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าการเสนอขายหุ้นของ SpaceX จะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนดีมากน้อยเพียงใด ซึ่งอาจส่งผลให้ OpenAI และ Anthropic ตัดสินใจเร่งแผนการจดทะเบียนของตนเองเพื่อพยายามก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทแรกที่ได้เปิดตัวสู่สาธารณะ

ที่มา: https://siliconangle.com/2026/06/08/openai-confidentially-files-ipo-paperwork-inches-closer-stock-market-debut/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

WordPress Core พบช่องโหว่ RCE wp2shell มี Public Exploit ออกมาแล้ว แนะนำอัปเดตด่วน

มีการเผยแพร่ Public Exploit สำหรับช่องโหว่ Remote Code Execution ระดับ Critical ที่ถูกเรียกรวมกันว่า wp2shell บน WordPress Core ผู้ดูแลระบบควรทำการแพตช์ทันที

Microsoft นำ Helios แร็คสำหรับงาน AI ของ AMD มาใช้บน Azure พร้อมเปิดตัว VM ใหม่ 3 ตระกูล

Microsoft ประกาศนำ Helios ซึ่งเป็นการออกแบบแร็คสำหรับงาน AI รุ่นใหม่ของ AMD มาใช้รองรับบริการบางส่วนบน Azure พร้อมกับเปิดตัว Virtual Machine ตระกูลใหม่ 3 ตระกูลที่ทำงานบนชิปของ …