พบช่องโหว่ความรุนแรงสูงบน AMI MegaRAC กระทบผู้ผลิต Server หลายราย

พบช่องโหว่ความรุนแรงสูงจำนวน 3 รายการ บน AMI MegaRAC BMC กระทบผู้ผลิต Server หลายราย

Credit: ShutterStock.com

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านความมั่นคงปลอดภัยจาก Eclypsium ได้ค้นพบช่องโหว่จำนวน 3 รายการที่เกิดขึ้นในซอฟต์แวร์ American Megatrends MegaRAC Baseboard Management Controller (BMC) ซึ่งถูกใช้งานใน Server เป็นหลัก ทำให้กระทบผู้ผลิต Server หลายราย เช่น AMD, Ampere Computing, ASRock, Asus, ARM, Dell EMC, Gigabyte, Hewlett-Packard Enterprise, Huawei, Inspur, Lenovo, Nvidia, Qualcomm, Quanta, และ Tyan สำหรับรายละเอียดแต่ละช่องโหว่มีดังนี้

  • CVE-2022-40259: ทำให้ผู้โจมตีสามารถรันคำสั่งที่ต้องการผ่านทาง Redfish API ได้ มีคะแนน CVSS v3.1 ที่ 9.9 คะแนน ถือเป็นช่องโหว่ระดับ Critical
  • CVE-2022-40242: เกิดขึ้นจาก Default credential ของผู้ดูแลระบบ ทำให้ผู้โจมตีสามารถสั่งเปิดการใช้งาน Admin Shell ได้ มีคะแนน CVSS v3.1 ที่ 8.3 คะแนน
  • CVE-2022-2827: ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถส่ง Request เพื่อค้นหาและคาดเดา Username ในระบบว่ามีอยู่หรือไม่ มีคะแนน CVSS v3.1 ที่ 7.5 คะแนน

Eclypsium ได้แนะนำผู้ที่ดูแล Server ควรทำการแยกเครือข่าย BMC ที่ใช้ในการทำ Remote Management สำหรับ Server ออกจากเครือข่ายปกติ และควรมีการอัปเดต Firmware และทำ Vulnerability Assessments สำหรับ Server อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการโจมตี

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/security/severe-ami-megarac-flaws-impact-servers-from-amd-arm-hpe-dell-others/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

GitHub ปรับ npm v12 ยกเครื่องความปลอดภัย สกัด Supply-chain Attack ผ่าน npm install

GitHub ประกาศว่า npm v12 ที่จะเปิดตัวในเดือนหน้า จะมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงด้านความปลอดภัยหลายอย่าง เพื่อสกัดการโจมตีแบบ supply-chain ที่อาศัยพฤติกรรมการทำงานอัตโนมัติของคำสั่ง npm install

Microsoft ทุบสถิติออกแพตช์อุดช่องโหว่กว่า 200 รายการ หลัง AI ช่วยหาบั๊กเร็วขึ้น

Microsoft ได้ทำการออกแพตช์เพื่ออุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยมากกว่า 200 รายการ ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มากที่สุดเท่าที่บริษัทเคยแก้ไขภายในรอบ Patch Tuesday เพียงครั้งเดียว โดยกลุ่มนักวิจัยระบุว่าปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกนำมาใช้ล่าบั๊กคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตัวเลขนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง