Breaking News

Microsoft โชว์การเก็บข้อมูลบน DNA Data Storage ได้อัตโนมัติเป็นครั้งแรก

ในปี 2016 ทาง Microsoft และมหาวิทยาลัยวอชิงตันได้ร่วมกันพัฒนาระบบที่ใช้ DNA เพื่อเก็บข้อมูลดิจิทัลอย่างสมบูรณ์เป็นครั้งแรก ซึ่งวันนี้ทาง Microsoft ได้เผยว่าทีมนักวิจัยปฏิบัติการเก็บและดึงข้อมูลได้แบบอัตโนมัติทั้งหมดแล้ว

credit : Microsoft

หลักการก็คือการใช้ซอฟต์แวร์แปลง 0,1 ในระบบคอมพิวเตอร์ไปเก็บในระบบ DNA คือ A-T-C-G (หลายคนคงทราบดีจากวิชาชีวะตอน ม.ปลายว่ารหัส DNA จะมีโค้ดแทนแบบนี้) หรือย่อมาจาก Adenine, Guanine, Cytosine และ Thymine ซึ่งอยู่ในรูปแบบของเหลว โดยเบื้องต้นนักวิจัยได้ทำการ Encode คำว่า Hello ที่กลายเป็นโค้ดทางเคมีคือ ‘TCAACATGATGAGTA’ อย่างไรก็ตามปัญหาคือยังใช้เวลานานถึง 21 ชั่วโมงในการทดสอบเบื้องต้นซึ่งคาดว่าเกิดจากการตอบสนองทางปฏิกิริยาด้านเคมีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเขียนและดึงข้อมูลกลับจาก DNA มาเป็น 0 และ 1 ที่ยังทำได้ช้าอยู่

สำหรับองค์ประกอบสำคัญของการทดลองมี 2 ส่วนคือ Synthesizers และ Sequencers ที่ถูกใช้เพื่อการแปลงข้อมูลกลับไปมา นอกจากนี้นักวิจัยยังเผยว่าปัจจุบันได้ขยายพื้นที่ในการเก็บข้อมูลบน DNA Storage ได้ถึง 1 กิกะไบต์แล้วซึ่งก่อนหน้านี้มีสถิติที่ 200 เมกะไบต์เท่านั้น โดยมีการทดลองเก็บไฟล์ภาพ วีดีโอ งานอื่นๆ บน DNA และสามารถเรียกคืนไฟล์ได้แบบไม่มีข้อผิดพลาด อย่างไรก็ตาม DNA ที่พูดถึงนี้ไม่ใช่ของมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตแต่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาในแลปเพื่อการนี้เท่านั้น

ที่มา :  https://www.techworm.net/2019/03/microsoft-dna-data-storage.html



About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

[Video Webinar] Enterprise Container Management with Google Kubernetes Engine

สำหรับผู้ที่ไม่เข้าฟังบรรยาย Tangerine | Google Webinar เรื่อง “Enterprise Container Management with Google Kubernetes Engine (GKE)” พร้อมสาธิตความสามารถเด็ดของ …

ขอเรียนเชิญเข้าร่วมฟังสัมมนาออนไลน์ Emerging Stronger Series

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ก่อให้เกิดผลกระทบไปทั่วทุกมุมโลก การเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมือที่ชัดเจนกับความไม่แน่นอนท่ามกลาง “ความปกติใหม่” ที่เกิดขึ้น รวมถึงกลยุทธ์ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นที่องค์กรตั้งรับในวันนี้ จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จอย่างยั่งยืนในอนาคต