Breaking News

การไฟฟ้านครหลวงเปิดโครงการ ‘Smart Metro Grid’ วางโครงสร้างพื้นฐานบน Oracle

เมื่อวันศุกร์ที่ 17 มกราคมที่ผ่านมาได้มีงานแถลงลงนามสัญญาของการไฟฟ้านครหลวงกับ บริษัทยิบอินซอย และฟอร์ทคอร์ปอเรชัน เพื่อดำเนินโครงการเปลี่ยนระบบมิเตอร์วัดไฟฟ้าแบบดิจิทัล ทั้งนี้โครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังคือผลิตภัณฑ์ของ Oracle นั่นเอง

คุณทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการของ Oracle ประเทศไทยได้เล่าให้ทีมงาน TechTalkThai ฟังถึงภาพรวมและประโยชน์มหาศาลที่จะตามมาของโครงการนี้ ซึ่งเราขอสรุปมาให้ติดตามกันสั้นๆครับ

โครงการ Smart Metro Grid จากการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสำหรับเมือมหานคร เป็นการเปลี่ยนแปลงระบบมิเตอร์วัดไฟของประชาชนภายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลให้เป็นระบบดิจิทัล พร้อมกันนี้ต้องทำให้ระบบโครงข่ายของการไฟฟ้านครหลวงรองรับกับระบบดิจิทัลอย่างสอดคล้องกัน โดยประโยชน์ที่จะตามมาหากโครงการนี้แล้วเสร็จคือ

  • การไฟฟ้านครหลวงจะสามารถรับรู้ปัญหาไฟดับหรือความไม่สเถียรได้แบบ Proactive ด้วยตัวเอง ไม่เหมือนแต่ก่อนที่ต้องรอคนแจ้งเข้าไปถึงทราบปัญหา ดังนั้นเรียกได้ว่าเป็นการผลิกโฉมระบบการให้บริการครั้งใหญ่ได้อย่างทันท่วงที
  • ผู้ใช้งานจะสามารถเรียกดูประวัติและปริมาณการใช้งานไฟฟ้าของตนเองได้เกือบเรียลไทม์ผ่านทางออนไลน์ (แอปพลิเคชัน) ดังนั้นจึงสามารถวางแผนการใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม
  • ในกรณีของเขตโรงงานหรืออาคารพาณิชย์หลายคนคงไม่ทราบว่าธุรกิจเหล่านี้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหากมีการใช้ไฟในช่วงเวลาพีคสูง ดังนั้นระบบนี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถวางแผนปรับตัวการใช้งานไฟฟ้าได้ดียิ่งขึ้น
  • การไฟฟ้านครหลวงจะสามารถติดตามเหตุการณ์ (Troubleshoot) กรณีของการขโมยไฟฟ้าได้โดยละเอียด เช่น ไฟฟ้าออกจากจุดนี้เท่าไหร่ระหว่างทางถึงปลายทางเหลือเท่าไหร่ด้วยระบบวิเคราะห์ของ Oracle ที่จะกล่าวถึงต่อไป 
  • วางรากฐานให้พร้อมรับสำหรับการใช้งานโซล่าร์เซลล์ (ประชาชนทั่วไปหากทำได้เยอะอาจขายกลับได้ในอนาคต) ให้การไฟฟ้านครหลวงสามารถคาดการณ์การใช้งานไฟฟ้าได้ ทำให้การบริหารจัดการเป็นไปได้ดียิ่งขึ้น เช่น การวางแผนซื้อกำลังไฟ หรือโยกย้ายกำลังไฟไปในส่วนที่ต้องการมากกว่าในช่วงเวลากลางวัน เป็นต้น ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ของการไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ และเป็นการสนับสนุนพลังงานสะอาดของประเทศด้วย
  • ดึงดูดนักลงทุนซึ่งต่อไปในเขต EEC อาจไม่ต้องถูกผูกขาดโดยผู้ขายไฟฟ้าเพียงเจ้าเดียว เอกชนผู้สนใจสามารถมาลงทุนให้บริการได้ เพราะมีระบบที่สามารถวัดค่าได้อย่างแม่นยำแล้ว ดังนั้นอาจเป็นการกระตุ้นการลงทุนอีกทางหนึ่ง
  • ในอนาคตหากมีการเริ่มใช้งานรถพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ทางผู้ขายไฟฟ้าอาจจะสามารถใช้ข้อมูลเพื่อทำแคมเปญการขายต่อไปได้ หรือเกิดโมเดลใหม่ของการขายไฟฟ้า

สำหรับเหตุผลที่มาของพันธมิตร 3 รายที่เข้าร่วมในโครงการนี้คือฟอร์ทคอร์ปอเรชันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบมิเตอร์ที่ให้บริการการไฟฟ้านครหลวง ส่วนยิปอินซอยคือ SI รายใหญ่ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT และเป็นตัวแทนจำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญในสินค้าและบริการของ Oracle มายาวนาน โดย Oracle เองสามารถตอบโจทย์เทคโนโลยีได้แบบ Full-stack ให้กับโครงการ ทั้งในระดับ Hardware ที่ใช้เป็นเซิร์ฟเวอร์และ Middleware นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าตลาดระบบฐานข้อมูลสำหรับองค์กรอย่าง Oracle Database ด้วย สำหรับในส่วนของ Business Software เอง Oracle ได้นำประสบการณ์โมเดลการให้บริการในต่างประเทศมาปรับให้รองรับกับ Use Case ของการไฟฟ้านครหลวงดังนี้

  • Oracle Utility Meter Data Management System (MDMS) – ระบบบริหารจัดการและตรวจวัดข้อมูลจากมิเตอร์
  • Oracle Utility Network Management System (OMS) – ระบบติดตามไฟฟ้าเพื่อช่วยในการวางแผนการจ่ายไฟฟ้า ซึ่งการติดตามไฟฟ้าดับจะถูกแก้ไขได้จากองค์ประกอบนี้
  • Oracle Utility Analytics – หัวใจสำคัญของการวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งจากปัญหาข้างต้นเรื่องไฟฟ้าถูกขโมย ต่อไปทางการไฟฟ้านครหลวงจะสามารถวิเคราะห์ได้ว่าไฟฟ้าต้นทางสู่ปลายทางมีการเคลื่อนไหวเป็นอย่างไร

จะเห็นได้ว่าโครงการนี้สร้างผลประโยชน์มหาศาลทั้งในแง่การลงทุนและการบริหารจัดการให้การไฟฟ้านครหลวง การลงทุนจากภาคเอกชน รวมถึงประชาชนคนไทย นอกจากนี้ยังรองรับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในอนาคต และด้วย 3 ส่วนผสมที่ลงตัวอย่างยิปอินซอย ฟอร์ทคอร์ปอร์เรชันและโครงสร้างพื้นฐานอันแข็งแกร่งแบบ Full-stack จาก Oracle เชื่อแน่ว่าในไม่ช้าประสบการณ์การใช้ไฟฟ้าของคนกรุงเทพฯ และพื้นที่รอบปริมณฑลจะเปลี่ยนไปตลอดกาล



About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Palo Alto Networks อัปเดตความสามารถให้ Prisma เน้น Security สำหรับ DevOps โดยเฉพาะ

Palo Alto Networks ได้ประกาศเพิ่มความสามารถหลายประการให้แก่ Cloud Native Security Platform (Prisma) ของตน ที่ตอบโจทย์ทีม DevOps ขององค์กรโดยเฉพาะ

ใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานจากที่บ้านแทน PC ทำอย่างไรได้บ้าง?

ในภาวะที่หลายๆ ธุรกิจกำลังพิจารณาหาทางออกในการใช้นโยบาย Work from Home ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่พนักงานยังคงทำงานได้เต็มที่เสมือนมาทำงานที่ออฟฟิศอยู่ และเกิดการสั่งซื้อ PC/Notebook เพิ่มท่ามกลางภาวะที่ผู้ผลิตยังไม่สามารถเดินกำลังการผลิตได้ดีนักจนบางแบรนด์สินค้าเริ่มขาด Stock กันไปแล้ว ทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากการให้พนักงานทำงานผ่าน Notebook ที่สามารถพกพาไปทำงานที่บ้านนั้น ก็คือการใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานแทน Notebook อย่างเต็มที่ 100% ไปเลยนั่นเอง ในบทความนี้เราจะพาไปพิจารณาทางเลือกแต่ละทางที่เป็นไปได้กันครับ