macOS 10.15 ‘Catalina’ ออกแล้ว

Apple ได้ประกาศออกเวอร์ชันใหม่ 10.15 ของ macOS แล้วที่มือชื่อว่า ‘Catalina’ โดยมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย

credit : apple

การประกาศอัปเดตใหม่มีเนื้อหาหลักๆ ดังนี้

  • ยกเลิกการรองรับแอปพลิเคชันแบบ 32 บิต ดังนั้นผู้ใช้งานควรสำรวจตัวเองให้ดีก่อนอัปเกรตเวอร์ชัน
  • มีแอปแยกต่างหากในหมวดมีเดีย คือ เพลง ทีวี และ Podcast 
  • มีฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อ ‘Sidecar’ สามารถใช้ไอแพดเป็นหน้าจอต่อขยายได้จากเดิมที่ต้องใช้แอปจาก Third-party ซึ่งไอแพดต้องรองรับ Apple Pencil ที่จะเพิ่มขีดความสามารถในงานไปอีกระดับ
  • นักพัฒนาแอปพลิเคชันบน iOS สามารถ port แอปมายัง macOS ได้ง่ายขึ้น (Catalyst) ดังนั้นในอนาคตผู้ใช้งาน macOS อาจมีแอปให้เลือกมากขึ้น
  • เพิ่มฟีเจอร์ Screen Time ซึ่งมีอยู่ใน iOS 12 ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามการใช้งานอุปกรณ์ อย่างแอปและเว็บไซต์ที่เข้าใช้งาน รวมถึงสามารถกำหนดระยะเวลาหรือทำ Whitelist ที่อนุญาตเสมอได้ด้วย แม้กระทั่งเรื่องของการแชร์ข้อมูลข้ามอุปกรณ์เช่นกัน
  • เพิ่มฟีเจอร์ Activation Lock ที่ผูก Apple ID เจ้าของเอาไว้และป้องกันไม่ให้ใช้ Apple ID อื่นมาใช้งานอุปกรณ์ได้ รวมถึง Catalina ยังสามารถรัน Read-only Volumn ที่ป้องกันไม่ให้ Third-party เข้ามาเขียนส่วนสำคัญของระบบได้ อย่างไรก็ดีจุดสังเกตคือ Catalina มีการออกแบบเรื่อง Permission คล้ายคลึงกับ iOS ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ Mojave แล้วนั่นหมายความว่าผู้ใช้งานจะสามารถควบคุมแอปพลิเคชันได้ดีขึ้น
  • สามารถอนุมัติการเปลี่ยนแปลงระดับผู้ดูแลให้ Apple Watch ได้โดยไม่ต้องกรอกรหัสผ่าน
  • แอป ‘Find My’ ได้ผสมผสานความสามารถของ Find My Friends และ Find My iPhone 
  • สามารถใช้เสียงควบคุม Mac ได้ นอกจากนี้ยังเพิ่มลูกเล่นในฟีเจอร์ Accessibility อื่นๆ เช่น Zoom Display ที่ทำให้หน้าจอที่สองสามารถค้างการซูมเอาไว้ได้ตลอด
  • ปรับหน้าตาของ System Preference ให้คล้ายกับ iOS ซึ่งเพิ่มใช้งานได้ง่ายขึ้น
  • ปรับปรุงแอปที่มีอยู่แล้ว เช่น Photos, Reminders, Notes, Safari และ QuickTime Player ให้มีลูกเล่นที่หลากหลายและเน้นใช้งานได้ง่าย สวยงาม
  • ไม่ติดตั้ง iTunes หรือพูดง่ายๆ ว่ายกเลิกไปแล้ว ซึ่งผู้ใช้งานสามารถซิงค์อุปกรณ์ผ่านทาง Finder App 

สำหรับผู้ที่ต้องการอัปเกรตเวอร์ชันทาง Apple ได้กำหนด Requirement ไว้ตามด้านล่างนี้

  • MacBook Air: 11- and 13-inch; mid-2012 or later
  • MacBook: Retina and 12-inch; early 2015 or later
  • MacBook Pro: 13- and 15-inch; mid-2012 or later
  • iMac: 21.5- and 27-inch; late 2012 or later
  • iMac Pro: 2017 or later
  • Mac mini: Late 2012 or later
  • Mac Pro: Late 2013 or later

ที่มา :  https://www.howtogeek.com/439830/whats-new-in-macos-10.15-catalina-available-fall-2019/ และ  https://www.zdnet.com/article/rip-itunes-apple-releases-macos-10-15-catalina/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ