แคสเปอร์สกี้เผยเส้นทางของข้อมูลที่ถูกขโมยด้วยฟิชชิง ถูกใช้ประโยชน์นานหลายปี [PR]

ข้อมูลล่าสุดของแคสเปอร์สกี้ พบว่า ในปี 2025 มีการคลิกลิงก์ฟิชชิงมากกว่า 117 ล้านครั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งทั้งหมดถูกตรวจจับและบล็อกโดยโซลูชันของแคสเปอร์สกี้ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้ใช้ทุกคนที่ใช้งานโซลูชันป้องกันบนอุปกรณ์ของตน และฟิชชิงก็ยังเป็นหนึ่งในภัยคุกคามไซเบอร์ที่แพร่หลายที่สุด โดยผู้โจมตีล่อลวงผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ปลอม และเผลอให้ข้อมูลประจำตัว ข้อมูลส่วนบุคคล รายละเอียดบัตรเครดิต

ผู้เชี่ยวชาญของแคสเปอร์สกี้ติดตามข้อมูลที่ถูกขโมยจากการโจมตีแบบฟิชชิง เพื่อสังเกตวิธีที่อาชญากรไซเบอร์ใช้ข้อมูลนี้ในตลาดมืด การวิเคราะห์เผยให้เห็นเครื่องมือและกระบวนการที่อาชญากรไซเบอร์ใช้ในการรวบรวม ตรวจสอบ และสร้างรายได้จากข้อมูลประจำตัว รายละเอียดส่วนบุคคล และข้อมูลทางการเงินที่ถูกขโมย และเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นและระยะเวลาหลายปีหลังจากข้อมูลถูกละเมิดครั้งแรก

จากผลการวิจัยของแคสเปอร์สกี้พบว่า การโจมตีแบบฟิชชิงถึง 88.5% มุ่งเป้าไปที่ข้อมูลประจำตัวบัญชีออนไลน์ 9.5% มุ่งเป้าไปที่ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ ที่อยู่ และวันเกิด และ 2% มุ่งเป้าไปที่ข้อมูลบัตรธนาคาร เมื่ออาชญากรไซเบอร์ได้ข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้แล้ว ข้อมูลจะถูกส่งผ่านระบบอัตโนมัติเฉพาะทางที่ช่วยจัดการข้อมูลจำนวนมาก ระบบเหล่านี้ให้บริการในรูปแบบแพลตฟอร์มเป็นบริการ (Platform-as-a-Service หรือ PaaS) ซึ่งอาจสร้างขึ้นโดยผู้โจมตีเองหรืออิงตามเฟรมเวิร์กที่ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับการสร้างเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

จากข้อมูลของ Kaspersky Digital Footprint Intelligence พบว่า ผู้โจมตีจะรวบรวมข้อมูลที่ถูกขโมยไปเป็น “ชุดข้อมูลขนาดใหญ่” (dumps) ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้รับการตรวจสอบแล้วจำนวนมาก โดยมักขายในราคา 50 ดอลลาร์หรือต่ำกว่านั้นในเว็บมืด บัญชีที่มีมูลค่าสูงกว่าจะมีราคาสูงกว่า เช่น แพลตฟอร์มคริปโตเคอร์เรนซีมีราคาเฉลี่ย 105 ดอลลาร์ บัญชีธนาคาร 350 ดอลลาร์ พอร์ทัล e-government 82.50 ดอลลาร์ และเอกสารส่วนบุคคล 15 ดอลลาร์ ข้อมูลจะได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยใช้สคริปต์เพื่อตรวจสอบความถูกต้องในบริการต่างๆ จากนั้นจึงนำมารวมกันเป็น “แฟ้มข้อมูลดิจิทัล” ที่ครอบคลุม ซึ่งเพิ่มมูลค่าสำหรับการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมาย เช่น แผนการหลอกลวงบุคคลที่มีชื่อเสียง

โอลก้า อัลทุคโฮวา ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “ข้อมูลที่อาชญากรไซเบอร์ขโมยไปนั้นกลายเป็นอาวุธที่ใช้ได้ผลอย่างต่อเนื่อง โดยการใช้ข้อมูลจากแหล่งเปิดและข้อมูลการละเมิดเก่าๆ ผู้โจมตีสามารถสร้างกลโกงเฉพาะบุคคลได้ ทำให้เหยื่อที่ตกเป็นเป้าหมายเพียงครั้งเดียวกลายเป็นเป้าหมายระยะยาวสำหรับการขโมยข้อมูลส่วนบุคคล การแบล็กเมล์ หรือการฉ้อโกงทางการเงิน”

แคสเปอร์สกี้แนะนำให้ผู้ใช้ดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยง ดังต่อไปนี้

  • ติดต่อสถาบันการเงินเพื่อบล็อกบัตรธนาคารที่อาจถูกโจรกรรม
  • เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีที่สงสัยว่าอาจถูกโจรกรรมโดยใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกัน และเปิดใช้งานการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย (MFA) ทุกครั้งที่ทำได้
  • ตรวจสอบเซสชันที่ใช้งานอยู่ในแอปพลิเคชันส่งข้อความ ธนาคารออนไลน์ และบริการอื่นๆ
  • ใช้โซลูชันด้านความปลอดภัยที่เชื่อถือได้เพื่อปกป้องอุปกรณ์ของคุณและตรวจสอบการรั่วไหลของข้อมูล

สามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ Securelist

About Suphasin Sueklab

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ