Breaking News

รู้จักกับ Rapid7 ผู้ให้บริการเครื่องมือตรวจสอบช่องโหว่และเจาะระบบ

rapid7_logo

Rapid7 เป็นซอฟต์แวร์ด้านความมั่นคงปลอดภัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางด้าน IT ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการถูกเจาะระบบ ช่วยตรวจจับและรับมือการภัยคุกคาม และช่วยให้ฝ่าย IT ทำงานด้านความมั่นคงปลอดภัยได้อย่างเป็นระบบ เหล่านี้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ระบบความมั่นคงปลอดภัยขององค์กรให้พร้อมรับมือการภัยคุกคามระดับสูงในยุคปัจจุบัน

rapid7_office

Rapid7 ต่างจากเทคโนโลยี Vulnerability Management และ Incident Detection ทั่วไปตรงที่สามารถมองเห็น ติดตาม และดูรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับทรัพย์สินและบุคลากรภายในองค์กรตั้งแต่ระดับ Endpoint ไปจนถึงระบบ Cloud ซึ่งประกอบด้วย 3 โซลูชันหลัก คือ

  • Threat Exposure Management – การบริหารจัดการความเสี่ยงที่จะถูกเจาะระบบเริ่มต้นโดยการค้นหาและระบุว่าจุดไหนของระบบเป็นจุดอ่อนหรือมีช่องโหว่ที่อาจเสี่ยงต่อการถูกโจมตี จากนั้นก็ทำการจัดการกับช่องโหว่เหล่านั้น ซึ่ง Threat Exposure Management เป็นโซลูชันที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถทราบจุดอ่อนของตน จัดลำดับความสำคัญว่าจุดอ่อนไหนควรจัดการก่อน และช่วยยกระดับความแข็งแกร่งของจุดอ่อนนั้นๆ
  • Incident Detection and Response – แนวคิดด้านความมั่นคงปลอดภัยเปลี่ยนไปจาก “ระบบของเราปลอดภัยหรือไม่” ไปเป็น “ระบบของเราพร้อมจะรับมือกับการโจมตีหรือไม่” แทน บริการ Incident Detection and Response ช่วยให้องค์กรสามารถตรวจจับภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็ว วิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ และช่วยให้ผู้ดูแลระบบตอบสนองได้อย่างมั่นใจ
  • Security Advisory Services – ทีมความมั่นคงปลอดภัยจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นแฮ็คเกอร์ที่หวังเจาะระบบเพื่อเงิน หรือการจารกรรมข้อมูลที่มีบริษัทคู่แข่งสนับสนุน Security Advisory Services มอบความเชี่ยวชาญ การวิเคราะห์ข้อมูล และ Best Practices ด้านความมั่นคงปลอดภัย เพื่อสนับสนุนองค์กรให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามได้อย่างเป็นระบบ และช่วยผลักดันธุรกิจให้สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น

ผลิตภัณฑ์และบริการของ Rapid7

โซลูชันที่ 3 อย่างของ Rapid7 สามารถแบ่งออกมาเป็นผลิตภัณฑ์และบริการ 4 รายการ คือ

1. Nexpose: เครื่องมือสำหรับค้นหาและวิเคราะห์ช่องโหว่ของระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ แอพพลิเคชัน หรืออุปกรณ์บนระบบเครือข่ายต่างๆ รวมถึงให้คำแนะนำในการแก้ไขช่องโหว่เหล่านั้น โดยให้บริการทั้งในรูปของซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ Appliance

rapid7_nexpose_1

2. Metasploit: ซอฟต์แวร์ชื่อดังที่แฮ็คเกอร์ทั่วโลกนิยมใช้ ถือเป็นเครื่องมือในการช่วยแฮ็คระบบของเป้าหมาย ซึ่ง Rapid7 ได้พัฒนาต่อยอดโดยเพิ่ม Automated Features เช่น การทำ Brute Force, Phishing, VPN Pivoting, Reporting เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามรถทำงานร่วมกับ Nexpose เพื่อทำการยืนยันช่องโหว่หรือก็คือการตรวจสอบช่องโหว่ที่พบอีกครั้งหนึ่งเพื่อหา False Positive

rapid7_metasploit_1

3. AppSpider: ซอฟต์แวร์สำหรับทดสอบความมั่นคงปลอดภัยของเว็บแอพพลิเคชันที่มีความซับซ้อน โดยจะจำลองการโจมตีผ่านช่องทางต่างๆ และทำการสรุปผลเป็นรายงานการโจมตีและคำแนะนำออกมาให้ รวมทั้งสามารถทำการย้อนดูและเปรียบเทียบรูปแบบการโจมตีต่างๆ ได้เช่นกัน

rapid7_appspider_1

4. UserInsight: โซลูชันบนระบบคลาวด์สำหรับตรวจสอบและคาดเดาพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ (User Behaviour Analytics) แบบเรียลไทม์ ถ้าพบว่าผู้ใช้มีพฤติกรรมการใช้งานที่ผิดปกติไปจากเดิม เช่น ล็อกอินจากต่างสถานที่กันในเวลาใกล้เคียงกัน พยายามล็อกอินหลายครั้งในเวลาเดียวกัน หรือตกหลุมการโจมตีแบบ Phishing ก็จะแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบเพื่อให้สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที

ใจโซลูชันของ Rapid7 ติดต่อ Rafa Technology

ผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ของ Rapid7 สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือขอทดสอบการใช้งานได้ที่ Rafa Technology บริษัทผู้นำทางด้านเน็ตเวิร์คและความมั่นคงปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ อีเมล sales@rafatechnology.co.th หรือโทร 0-2945-9828

rafa_logo



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Dell’Oro Group เผย Huawei ครองตลาด Wi-Fi 6 เป็นอันดับ 1 ของโลก

Dell’Oro Group ผู้นำด้านการวิเคราะห์และวิจัยตลาดระดับโลก ออกรายงานข้อมูลส่วนแบ่งการตลาด Access Point แบบใช้งานภายในอาคารมาตรฐาน Wi-Fi 6 ทั่วโลกในช่วงระหว่างไตรมาสที่ 3 ของปี 2018 ถึงไตรมาสที่ 3 …

นักวิจัยพัฒนาเครื่องมือตรวจจับปัญหาที่เกิดจากการอัปเดตซอฟต์แวร์

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Texas A&M ร่วมกับ Intel Labs พัฒนาเครื่องมือช่วยตรวจจับปัญหาความผิดพลาด ที่เกิดจากการอัปเดตซอฟต์แวร์ด้วยการใช้ Deep Learning