เปิดตัว Pure Storage Enterprise Data Cloud: สถาปัตยกรรมใหม่ ผสานรวมข้อมูลแบบ Hybrid Multicloud ให้ธุรกิจควบคุมและเข้าถึงข้อมูลได้อย่างครบวงจร

ทุกวันนี้ธุรกิจองค์กรกำลังต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตที่รวดเร็วของข้อมูล, ความกระจัดกระจายของการจัดเก็บข้อมูล, การติดตามและควบคุมสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล ไปจนถึงการโยกย้ายข้อมูลระหว่าง Platform ที่มีการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมาของ AI ได้ส่งผลให้ความซับซ้อนเหล่านี้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

Pure Storage ได้ทราบดีถึงความท้าทายดังกล่าวนี้ที่ธุรกิจองค์กรทั่วโลกล้วนต้องเผชิญ จึงได้ทำการพัฒนาสถาปัตยกรรมใหม่ของระบบ Storage และเปิดตัวออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายใต้ชื่อ Pure Storage Enterprise Data Cloud ที่ได้ผสานแนวคิดใหม่ซึ่งยังไม่เคยมีมาก่อนในการบริหารจัดการข้อมูลและระบบ Enterprise Storage ที่กระจัดกระจาย

ในบทความนี้ เราจะเจาะลึกถึงปัญหา และแนวทางที่ Pure Storage Enterprise Data Cloud เลือกใช้ในการเอาชนะความท้าทายดังกล่าวกันครับ

Pure Storage พบว่าความท้าทายในการบริหารจัดการ Data และ Enterprise Storage ที่องค์กรต้องเผชิญในปัจจุบัน มีดังนี้

  1. การมี Data Silo เกิดขึ้นจำนวนมากและกระจัดกระจายในองค์กร ทั้งในระบบ On-Premises, Public Cloud และ Hybrid Cloud ทำให้ขาดประสิทธิภาพในการใช้งาน, เกิดความซับซ้อนในการใช้งานและบริหารจัดการข้อมูล อีกทั้งยังอาจมีข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งองค์กร
  2. การขาดความสามารถในการควบคุมการเข้าถึง ใช้งาน และจัดเก็บข้อมูลทั่วทั้งองค์กร จากการที่ข้อมูลกระจัดกระจาย ส่งผลให้ธุรกิจอาจไม่ทราบถึงการมีอยู่ของข้อมูลบางชุด, ไม่ทราบถึงการใช้งานข้อมูลที่เกิดขึ้นในธุรกิจ ไปจนถึงไม่ทราบด้วยซ้ำว่าข้อมูลเหล่านั้นถูกปกป้องอย่างเหมาะสมอยู่หรือไม่
  3. การที่ยังคงต้องบริหารจัดการ Data และ Storage แบบ Manual รวมถึงยังคงต้องทำงานในเชิงรับ เมื่อมีหน่วยงานใดในองค์กรต้องการใช้งานพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบน Storage ฝ่าย IT ก็ยังคงต้องมีการ Provision ระบบด้วยตนเอง, กำหนดแนวทางการปกป้องข้อมูลเอง และอาจต้องมีการโยกย้ายข้อมูลด้วยตนเอง ซึ่งทำให้เกิดความล่าช้าในการทำงาน และอาจเกิดความผิดพลาดในระหว่างดำเนินการได้
  4. การใช้ข้อมูลได้อย่างไม่คุ้มค่าและไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ด้วยสาเหตุข้างต้นนั้น ส่งผลให้ในภาพรวมธุรกิจไม่สามารถทำการเข้าถึงและใช้งานข้อมูลที่มีอยู่ได้อย่างคล่องตัว, คุ้มค่า และมีประสิทธิภาพดังที่คาดหวังได้

เพื่อช่วยให้ธุรกิจองค์กรทั่วโลกสามารถเอาชนะความท้าทายเหล่านี้ได้ Pure Storage จึงได้ทำการพัฒนา Pure Storage Enterprise Data Cloud ขึ้นมา ด้วยการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ Storage ใหม่ และกำหนดรูปแบบการใช้งาน Storage ที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้งานและจัดการข้อมูลในเชิงรุกได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“หนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่องค์กรต่างๆ กำลังเผชิญในปัจจุบัน คือการสร้างความมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมข้อมูลของตนได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งอาจนับเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดรองจากพนักงาน รูปแบบการจัดเก็บข้อมูลแบบดั้งเดิมก่อให้เกิดปัญหาข้อมูลกระจัดกระจาย การจัดเก็บข้อมูลแยกส่วนเป็น Silo และการขยายตัวของข้อมูลอย่างไร้การควบคุม ทำให้ทีมไอทีต้องเสียเวลาอันมีค่าไปกับการคัดลอกและการโอนย้ายข้อมูล

Pure Storage มองเห็นหนทางที่ดีกว่า โดย Enterprise Data Cloud (EDC) คือแนวทางเชิงสถาปัตยกรรมสำหรับการจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลที่จะมาเปลี่ยนแปลงวงการ ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถจัดการข้อมูลทั่วทั้งระบบได้อย่างง่ายดาย ด้วยความคล่องตัว ประสิทธิภาพ และความเรียบง่ายที่เหนือกว่า

ด้วยสถาปัตยกรรมแบบ EDC ทีมไอทีสามารถบริหารจัดการคลาวด์ข้อมูลเสมือนได้จากส่วนกลางด้วยการควบคุมที่เป็นหนึ่งเดียว ครอบคลุมทั้งระบบแบบ On-Premises, Public Cloud และ Hybrid ทำให้สามารถบริหารจัดการและกำกับดูแลข้อมูลได้อย่างชาญฉลาดและเป็นอัตโนมัติทั่วทั้งระบบ ในขณะที่องค์กรยังจะมีความพร้อมมากขึ้นในการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ ลดความเสี่ยง และมีความสามารถในการควบคุมและเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่ดีขึ้นได้ในทุกสภาพแวดล้อม เราเชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อลูกค้าของเราในประเทศไทย” – Wei Meng Ng, Regional Director, ASEAN, Pure Storage กล่าว

แนวทางของ Pure Storage Enterprise Data Cloud (EDC) นั้นคือการนำสถาปัตยกรรมใหม่ที่มีชื่อว่า Virtualized Cloud of Data มาใช้ ซึ่งเป็นการผสานรวมระบบ Enterprise Storage จาก Pure Storage ทั้งในแบบ On-Premises, Public Cloud และ Hybrid Cloud ที่ธุรกิจองค์กรใช้อยู่ ให้ทำงานร่วมกันเสมือนเป็นระบบ Cloud เดียวกัน

Credit: Pure Storage

แนวทางดังกล่าวนี้จะทำให้ธุรกิจองค์กรสามารถบริหารจัดการระบบ Enterprise Storage ทั้งหมดได้ในแบบรวมศูนย์ โดยมีข้อมูลของธุรกิจเป็นศูนย์กลางของการบริหารจัดการ แทนที่จะเป็นการบริหารจัดการอุปกรณ์ Enterprise Storage อย่างที่เคยเป็นมาในอดีต ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจองค์กรสามารถทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้

Credit: Pure Storage
  • เปลี่ยนจากการบริหารจัดการระบบ Storage มาสู่การบริหารจัดการ Data Service แทน โดยสถาปัตยกรรม Virtualized Cloud of Data จะทำให้ธุรกิจสามารถผสานรวมระบบจัดเก็บข้อมูลที่มีอยู่ทั้งแบบ On-Premises และ Cloud บนเทคโนโลยีของ Pure Storage ให้กลายเป็น Resource กลางของธุรกิจ และเลือกแบ่งสรรทรัพยากรเหล่านั้นสำหรับการให้บริการ Data Service ในแต่ละ Platform ที่ต้องการได้อย่างยืดหยุ่น เข้าถึงและใช้งานข้อมูลในแต่ละส่วนได้ตามต้องการ
  • บริหารจัดการและกำกับดูแลการใช้ข้อมูลได้แบบรวมศูนย์ ธุรกิจองค์กรจะสามารถกำหนดนโยบายการกำกับดูแลข้อมูลได้จากศูนย์กลาง และบังคับใช้ในทุกอุปกรณ์ Enterprise Storage ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันได้
  • กำหนดนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและการปกป้องข้อมูลได้จากศูนย์กลาง ธุรกิจองค์กรจะสามารถกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัย และการสำรองข้อมูลได้ผ่านสถาปัตยกรรม Virtualized Cloud of Data ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกข้อมูลสำคัญของธุรกิจจะถูกปกป้องด้วยนโยบายที่เป็นไปตามมาตรฐานกลางที่กำหนด
  • โยกย้ายข้อมูลธุรกิจได้อย่างอิสระ ไม่ว่าธุรกิจองค์กรจะต้องการใช้งาน AI หรือ Data Analytics บน Platform ใด ธุรกิจองค์กรก็จะสามารถทำการย้ายข้อมูลระหว่าง On-Premises และ Cloud ที่ใช้งานอยู่ได้อย่างอิสระ เพื่อให้ข้อมูลธุรกิจที่ต้องการนั้นอยู่ใน Platform เดียวกับ Workload ที่ต้องการได้อยู่เสมอ
  • เพิ่มขยายระบบจัดเก็บข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง การเพิ่มขยายทรัพยากรของระบบ Enterprise Storage จะเกิดขึ้นได้ทันทีที่ต้องการ เสมือนกับว่ากำลังใช้บริการ Cloud อยู่ ไม่ว่า Enterprise Storage นั้นจะอยู่บน On-Premises หรือ Cloud ก็ตาม
  • คิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง การใช้งานระบบใดๆ ของ Pure Storage จะถูกเปลี่ยนไปเป็น OpEx ทั้งหมด โดยมีการคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง ให้ประสบการณ์เดียวกับการใช้บริการ Cloud

Pure Storage Enterprise Data Cloud สามารถส่งมอบประสบการณ์ของ Virtualized Cloud of Data ได้ จากการผสมผสานองค์ประกอบ 3 ส่วนสำคัญเข้าด้วยกัน ได้แก่

Credit: Pure Storage
  1. Evergreen Architecture ด้วยการนำเสนอประสบการณ์ในการใช้งาน Enterprise Storage ในรูปแบบใหม่ที่ธุรกิจองค์กรจะได้รับ Enterprise Storage Platform ซึ่งสามารถเพิ่มขยายได้อย่างต่อเนื่อง, อัปเกรดได้โดยไม่ต้องหยุดการทำงานของระบบ และคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง พร้อมการดูแลรักษาแก้ไขปัญหาในแบบ Managed Services และการประยุกต์ใช้ AI ทำให้ธุรกิจสามารถใช้งาน Enterprise Storage ได้อย่างยืดหยุ่นไม่ว่าจะเป็นการใช้งานบนระบบ On-Premises หรือ Cloud
  2. Virtualized Cloud of Data ความสามารถของ Platform จาก Pure Storage ที่สามารถให้บริการข้อมูลได้ทั้งในแบบ Block, File และ Object ในหนึ่งเดียวทั้งบน On-Premises และ Cloud นั้น ทำให้การผสานรวมระบบบริหารจัดการ Storage แบบรวมศูนย์บน Cloud ช่วยเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งาน Enterprise Storage แบบเดิมๆ ไปสู่ประสบการณ์แบบเดียวกับ Cloud ได้อย่างสมบูรณ์ เสมือนเป็นบริการ Cloud Storage ที่ธุรกิจองค์กรสามารถเลือกที่จะจัดเก็บข้อมูลได้ทั้งภายใน Data Center ของตนเอง และบริการ Cloud ที่เลือกใช้งาน
  3. Intelligent Control Plane ธุรกิจองค์กรสามารถกำหนดนโยบายทั้งในแง่ของการควบคุมการใช้งาน, การกำกับดูแลการเข้าถึงข้อมูล, การรักษาความมั่นคงปลอดภัย และการสำรองปกป้องข้อมูลได้จากศูนย์กลางผ่าน Cloud ส่งผลให้ทุกๆ การให้บริการ Data Service ของธุรกิจองค์กรนั้นเป็นไปได้อย่างมีมาตรฐานและเป็นระเบียบ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Automation, Integration, Thin Provisioning, Deduplication, Replication, Snapshot, QoS หรือ Ransomware Protection ก็ตาม
Credit: Pure Storage

ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่า Pure Storage Enterprise Data Cloud จะเข้ามาพลิกโฉมการดูแลรักษาระบบ Enterprise Storage แบบดั้งเดิมที่มุ่งเน้นอุปกรณ์ ไปสู่ประสบการณ์แบบ Cloud ที่ยืดหยุ่นและมุ่งเน้นที่ Data ดังนั้นไม่ว่าธุรกิจองค์กรจะต้องการใช้งานข้อมูลที่ใด Pure Storage Enterprise Data Cloud ก็สามารถให้บริการข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง และช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถจัดการกับข้อมูลสำคัญได้อยู่เสมอ

สนใจโซลูชันจาก Pure Storage ติดต่อทีมงาน Pure Storage ประเทศไทยได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันของ Pure Storage สามารถติดต่อทีมงาน Pure Storage ประจำประเทศไทยได้โดยตรงที่ jkunasinkjja@purestorage.com หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยทาง Westcon Comstor ได้ที่ marketing.asean@comstor.com

About Pawarit Sornin

- จบการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต - เคยทำงานด้าน Business Development / Project Manager / Product Sales ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Wireless Networking และ Mobility Enterprise ในประเทศ - ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ