สำหรับคราวนี้ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้สัมภาษณ์กับหนึ่งในผู้ก่อตั้งของ LnwShop.com เว็บไซต์ E-commerce ชื่อดังในไทย ในประเด็นของการเลือกใช้งาน Server ที่ถือได้ว่าเป็นหัวใจของธุรกิจ E-commerce ในทุกวันนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งถือว่าค่อนข้างน่าสนใจดีทีเดียวครับเพราะเป็นกรณีการใช้งานจริงๆ และน่าจะเป็นแนวทางให้กับธุรกิจ Website อื่นๆ หรือองค์กรอื่นได้ดีไม่น้อยเลย ใครที่สนใจก็มาเริ่มอ่านบทสัมภาษณ์กันต่อได้เลยนะครับ
รบกวนคุณกษิดิศช่วยแนะนำตัวหน่อยนะครับ
คุณกษิดิศ: สวัสดีครับ ผมชื่อกษิดิศ จำรัส นะครับ เป็น Co-founder ของ LnwShop https://www.lnwshop.com/ โดยส่วนตัวผมมาทางสาย Developer นะครับ แต่ ว่าด้วยความจำเป็นของธุรกิจผมเลยต้องมารับผิดชอบตรงส่วนของระบบเซิร์ฟเวอร์ และเครือข่ายซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างนึงของธุรกิจด้วยครับ
รบกวนช่วยแนะนำประวัติของ LnwShop และธุรกิจอื่นๆ ในเครือข่ายหน่อยครับ
คุณ กษิดิศ: เริ่มต้นมาจากสมัยตอนที่พวกเราใกล้จะเรียนจบจากมหาลัยครับ ตอนนั้น “ต้น” (ปฐมพล แสงอุไรพร; CEO) ต้องการที่จะสร้างบริษัทขึ้นมาเพื่อทำอะไรที่มันเจ๋งๆ จึงชวนเพื่อนๆ เข้ามาร่วมทีม แล้วก็ตั้งเป็นบริษัท LNW ขึ้นมาครับ หลังจากที่สุมหัวกันเลือกว่าเราจะทำอะไรกันดี และสุดท้ายเราก็ตกลงปลงใจกันว่าจะเริ่มจากสาย E-commerce ครับ
ซึ่งโปรเจคแรกที่เราเริ่มลุยกัน ก็คือ LnwShop นั่นเองครับ ใช้คำว่าโปรเจคแรกเพราะว่าในสมัยนั้นมีอะไรที่เราอยากทำหลายอย่างเลยครับ แต่ก็ถือว่าตอนนั้นเลือกได้ถูกทาง เพราะว่าตลาด E-commerce มันกว้าง มีโอกาสมากมาย แถมแนวโน้มยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกวันนี้เรายังทุ่มเทกำลังทั้งหมดเพื่อต่อยอดด้าน E-commerce ต่อไปครับ
สำหรับ LnwShop แล้ว Server น่าจะเป็นหัวใจของธุรกิจเลย เข้าใจถูกมั้ยครับ?
คุณ กษิดิศ: เรียกว่าเป็นหัวใจห้องนึงแล้วกันนะครับ เพราะว่าก็มีหัวใจห้องอื่นๆ ที่ธุรกิจของเราขาดมันไปไม่ได้ครับ แต่ก็พูดได้ว่า Tech Startups ก็ไม่สามารถขาดเซิร์ฟเวอร์ไปได้อยู่แล้วครับเพราะเดี๋ยวนี้ทุกๆอย่างอยู่บน Internet หมดแล้ว
ทำไมในสมัยนี้ที่ทุกๆ บริษัทนิยมไปใช้ Cloud กัน ทาง LnwShop ถึงยังใช้ Physical Server เองอยู่ครับ?
คุณกษิดิศ: ต้นและผมเริ่มทำธุรกิจโฮสติ้งสมัยที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ด้วยกันครับ ทำให้เรามีตู้ Rack ที่เปิดใช้บริการกับ IDC อยู่หลายตู้ และมีเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่เราต้องใช้งานอยู่แล้วครับ ดังนั้นพอเทียบต้นทุนระหว่างใช้เซิร์ฟเวอร์ของเราเอง กับระบบ Cloud ของผู้ให้บริการรายอื่น การจัดการเซิร์ฟเวอร์เองยังได้ประสิทธิภาพต่อต้นทุนที่สูงกว่า Cloud ครับ และพอเริ่มมาแบบนั้นแล้ว ทางฝั่งของการพัฒนา Software เราจึงได้ออกแบบให้มันรองรับการทำ Scale และ Automatic Failover บน Physical Server แทนครับ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้เทคโนโลยี Cloud พัฒนาขึ้นมากแล้ว เมื่อเทียบกับหลายปีก่อน อย่างพวก Overhead ในการทำงานของระบบก็ลดลงจนปัจจุบันไม่มีใครกังวลกับประเด็นนี้แล้วครับ อย่างในบริษัทของเราก็มีการเซ็ตอัพระบบ Cloud ไว้สำหรับใช้กับงานบางส่วนของเราเหมือนกัน เพื่อความสะดวกในการจัดการครับ
ได้ยินมาว่ามีการเปลี่ยนยี่ห้อ Server ที่เลือกใช้ ก่อนหน้านี้ใช้ Server อะไร? ทำไมตอนนี้ถึงตัดสินใจเปลี่ยนยี่ห้อครับ?
คุณ กษิดิศ: ก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่เราใช้งานจะเป็น DELL ทั้งหมดครับ แล้วมีช่วงนึงที่เราติดปัญหาไม่สามารถสั่งเครื่องเซิร์ฟเวอร์จาก DELL ได้
จึง จำเป็นต้องหาสั่งเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบรนด์อื่นเข้ามาแทน จึงได้มีโอกาสลองใชงาน Supermicro ดูเป็นครั้งแรกครับ ซึ่งก็พบว่า เป็นเซิร์ฟเวอร์ที่มีข้อดีหลายอย่างมาก เช่น น้ำหนักเบา, กินไฟน้อย, และไม่ว่าเราจะเปลี่ยนพาร์ทข้างในยังไงก็ตาม ราคาก็ไม่กระโดด เช่น ก่อนหน้านี้ถ้าจะซื้อ DELL ที่เป็น Standard Specs มานั้น สมมุติว่าราคา 100K แต่เพียงแค่เราปรับนิดหน่อย เช่น เพิ่ม CPU ไปอีก 1 ตัวและเปลี่ยน HDD ราคาบางครั้งกระโดดไป 150K หรือ 200K ทั้งๆที่เราปรับแค่นิดหน่อย แต่ราคากลับแพงขึ้นหลายเท่า และเมื่อลองดูแล้วถ้าเราดูกันจริงๆแล้ว Supermicro ในราคาที่เท่ากัน จะได้สเปคที่สูงกว่า DELL ด้วยครับ
แต่ในช่วงแรกเราก็ยังไม่ได้เปลี่ยนมาใช้ Supermicro แทนแบบเต็มรูปแบบนะครับ เพราะว่าเราก็ต้องการทดลองใช้งานไปสักช่วงนึงก่อน เพื่อดูความว่าจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ซึ่งตอนนี้ผ่านมาเกินครึ่งปีแล้วครับ ไม่มีปัญหาอะไรเลย แถม IPMI ที่แถมมาให้ทุกเครื่อง ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้นเยอะมากจริงๆครับ
ส่วนตอนนี้เวลาเราจะเพิ่มเครื่องเซิร์ฟเวอร์เราเลยจะเลือกใช้เซิร์ฟเวอร์ Supermicro แทนแล้วครับ
ตอนนี้ใช้ Supermicro กี่เครื่องแล้ว? มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง?
คุณกษิดิศ: ตอนนี้มีเครื่องที่เป็น Supermicro ทั้งหมดอยู่แค่หลักสิบเครื่องครับ เพราะว่าเราเพิ่งเริ่มเปลี่ยนมาสั่งซื้อเซิร์ฟเวอร์ Supermicro แทนได้ไม่นานครับ
สำหรับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดที่สุด คือ เรื่องความคุ้มค่าครับ เราสามารถลดต้นทุนในส่วนของเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยที่สเปคเครื่องดีเหมือนเดิมหรือดีกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เราต้องการจะซื้อ เซิร์ฟเวอร์ที่มีการปรับสเปคเครื่องให้เหมาะกับงาน ก็สามารถทำได้ โดยที่ราคายังสมเหตุสมผลมาก
ซึ่งจุดนี้เวลาที่เราสั่งกับ DELL ถ้าไปปรับเปลี่ยนสเปคก็จะทำให้ไม่ได้ราคาโปรโมชั่น ซึ่งราคาก็กระโดดไปอีกระดับนึงเลยครับอย่างที่กล่าวไปแล้ว
ทำไมถึงเลือกใช้ Supermicro จาก Bangmod Enterprise ครับ?
คุณกษิดิศ: Bangmod เป็น Distributors ที่ราคาสมเหตุสมผล และให้ประกันสินค้าทุกชิ้นส่วน 3 ปี แบบ Onsite Service ครับ รวมถึง HDD ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้เพียง 1 ปี จาก Distributors รายอื่นครับ ซึ่งการบริหารต้นทุนและความเสี่ยง ก็เป็นเรื่องนึงที่บริษัทของเราให้ความสำคัญมาก เพราะมันเพิ่มศักยภาพในด้านการแข่งขันครับ
สุดท้ายนี้ทางทีมงาน TechTalkThai ก็ขอขอบคุณคุณกษิดิศที่สละเวลามาให้สัมภาษณ์กับเรานะครับ ส่วนผู้ที่สนใจ Supermicro Server สามารถติดต่อทีมงานฝ่ายขายของ Bangmod Enterprise ผ่านทาง sales@bangmod.co.th โทร 02-105-4417 หรือโทร 091-739-7021 ได้เลยครับ
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย











