Intel เปิดตัว Omni-Path Architecture อุปกรณ์เครือข่ายความเร็ว 100Gbps แบบ End-to-End สำหรับ HPC ที่จะมาแทน Infiniband

เป็นอีกก้าวใหญ่ของ Intel ในตลาด High Performance Computing (HPC) เมื่อ Intel ออกอุปกรณ์ระบบเครือข่ายความเร็ว 100Gbps แบบครบวงจร ตั้งแต่การ์ดฝั่ง Host, Switch และ Director Switch พร้อมซอฟต์แวร์บริหารจัดการแบบครบวงจรมา เพื่อให้องค์กรต่างๆ สามารถสร้าง High Performance Computing Fabric ที่มีความเร็วสูงระดับ 100Gbps สำหรับรองรับ Server มากกว่า 10,000 Node ได้ โดยมีองค์ประกอบที่น่าสนใจดังนี้

เร็วขึ้นด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีที่ดีกว่า Ethernet และ Infiniband

ด้วยมุมมองของ Intel ที่มีต่อ Ethernet และ Infiniband ว่าไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับ High Performance Computing โดยเฉพาะ และยังไม่สามารถจัดการกับ Latency ของ Packet ต่างๆ ได้ดีนัก ทำให้ Intel ต้องพัฒนา Omni-Path Architecture ขึ้นมาแทนจากเทคโนโลยีบางส่วนที่ซื้อมาจาก Cray และ QLogic ซึ่งถึงแม้จะมีความเร็วที่ 100Gbps เท่ากับ Infiniband EDR แต่ก็ได้เพิ่มแนวคิดและความสามารถต่างๆ มามากมาย ดังนี้

  • ทำ Connection-less Routing โดยทุกการรับส่งข้อมูลไม่ต้องมีการทำ Establishing อีกต่อไป ทำให้ได้ความเร็วสูงขึ้นมาก
  • ต้องมีความสามารถทั้งฝั่ง Host และ Fabric ที่สอดคล้องกันเพื่อให้ทำงานร่วมกันได้ดี
  • ผสาน CPU และ Fabric เข้าเป็นส่วนเดียวกัน เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการประมวลผลสูงขึ้น และประหยัดพลังงานขึ้น
  • สามารถบริหารจัดการ Fabric ที่ซับซ้อนสูงได้
  • ทำ Adaptive Routing โดยประมวลผล Resource ของเส้นทางต่างๆ ใน Fabric และเลือกเส้นทางในการส่งข้อมูลที่ดีที่สุดเสมอ
  • ทำ Dispersive Routing ส่งข้อมูลจาก Node หนึ่งไปยังอีก Node ด้วยเส้นทางหลายๆ เส้นทางพร้อมๆ กัน และไปประกอบใหม่ที่ปลายทาง เพื่อประสิทธิภาพ, ความทนทาน และการทำ Load Balancing ไปในตัว
  • ทำ Traffic Flow Optimization ทำการตัด Traffic ขนาดใหญ่ออกเป็น Fixed Size Packet เท่าๆ กัน เพื่อให้ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น และควบคุมคุณภาพของ Traffic ได้ดีขึ้น
  • ทำ Packet Integrity Protection ตรวจสอบและซ่อมแซม Traffic ส่วนที่เสียหายตลอดทุกการรับส่งใน Fabric ทำให้ลดการเกิด Timeout และ Retry ลงได้
  • ทำ Dynamic Lane Scaling โดยในสาย 100Gbps นั้นจะแยกออกเป็น 4x 25Gbps และหากเลนไหนเสียไป เลนที่เหลือก็จะยังคงทำงานต่อไปได้ ต่างจาก Infiniband ในปัจจุบันที่จะ Fail ไปเลยทั้ง 4 เลน

 

สำหรับ Hardware และ Software ที่ออกมาใน Intel Omni-Path Architecture มีดังนี้

  • Intel Omni-Path Director Class Switches 100 Series – 100Gbps Modular Switch ที่มี Interface QSFP28 ความเร็ว 100Gbps ตั้งแต่ 192 – 768 Port ในขนาด 7-21U
    intel_omni-path_director_switch_100_series
  • Intel Omni-Path Edge Switches 100 Series – 100Gbps Edge Switch แบบ 24/48 QSFP28 Port ในขนาด 1U
    intel_omni-path_edge_switch_100_series
  • Intel Omni-Path Host Fabric Interface (HFI) – การ์ด HFI ความเร็ว 100Gbps สำหรับเชื่อมต่อ Server เข้ากับ Omni-Path Switch โดยเฉพาะ
    intel_omni-path_hfi
  • ซอฟต์แวร์ฝั่ง Host และซอฟต์แวร์บริหารจัดการ สำหรับใช้งาน Omni-Path
    intel_omni-path_software

ถือว่าเป็นก้าวที่ค่อนข้างใหญ่มากในฝั่งของ HPC Networking นะครับ เพราะถ้า Intel จะเข้ามาตีมาตรฐานเดิมๆ ที่ใช้งานอยู่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ และ Intel เองก็มีทั้ง Software และ Hardware ที่ครบเครื่องสำหรับ HPC ขนาดนี้แล้ว บางทีเราอาจได้เห็น Data Center ที่เป็น Pure Intel ในรายชื่อ TOP500 กันจริงๆ ก็ได้ครับ

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทันทีที่ http://www.intel.com/content/www/us/en/high-performance-computing-fabrics/omni-path-architecture-fabric-overview.html


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

3 ประเด็นสำคัญด้าน Cloud Security ที่ทุกธุรกิจองค์กรต้องใส่ใจ โดย Radware

ในปี 2019 ที่ผ่านมานี้ เราได้เห็นเหตุการณ์ด้าน Cybersecurity ที่เกี่ยวข้องกับระบบ Cloud มากมาย ทาง Radware เองก็ได้ออกมาสรุปถึง 3 ประเด็นหลักที่เหล่าธุรกิจองค์กรควรให้ความสำคัญเพื่อปกป้องระบบ Cloud ที่ตนเองใช้งานอยู่ดังนี้

The Beaumont Partnership กับการบริหารงานออกแบบและก่อสร้างผ่าน Cloud ด้วยโซลูชันจาก Neos IT

ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้สัมภาษณ์กับคุณอรรวินท์ เจนวัฒนานนท์ ผู้ดำรงตำแหน่ง Practice Manager แห่ง The Beaumont Partnership ซึ่งทำธุรกิจทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ถึงประเด็นด้านการประยุกต์นำระบบ IT และ Cloud เข้ามาเสริมให้กับการบริหารจัดการโครงการด้านการออกแบบอาคารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจไม่น้อยกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์เฉพาะทางของงานในลักษณะนี้ได้เป็นอย่างดี จึงขอนำสรุปเรื่องราวในการพูดคุยครั้งนี้ให้แก่ผู้อ่านทุกท่านดังนี้ครับ