Breaking News

Inspur ผู้ผลิต Server อันดับ 3 ของโลกและอันดับ 1 ของจีน กำลังขยายฐานธุรกิจสู่ตลาดเมืองไทยและทั่วโลก

เมื่อจีนได้ก้าวขึ้นมาสู่การเป็นมหาอำนาจทางเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจทั่วโลก เหล่าผู้พัฒนาเทคโนโลยีในจีนเองก็ใช้โอกาสนี้ในการสยายปีกก้าวเข้าสู่ตลาดระดับโลกด้วยเช่นกัน ซึ่ง Inspur ผู้ผลิต Server ที่มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ของจีนและอันดับ 3 ของโลกนั้นก็เป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่มุ่งขยายตลาดระดับโลกอย่างเต็มกำลัง หวังก้าวสู่การเป็นผู้ผลิต Server ที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ของโลกให้ได้ ในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ Inspur และเทคโนโลยีที่โดดเด่นของ Inspur เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับธุรกิจองค์กรไทยหรือผู้ให้บริการ Cloud ที่กำลังมองหา Server หรือ Storage ที่มีความคุ้มค่าสูงกันดังนี้ครับ

เริ่มจากการผลิต Server เครื่องแรกในประเทศจีนเมื่อปี 1983 สู่การเป็นผู้ผลิต Server อันดับ 1 ของจีนและอันดับ 3 ของโลก

ถึงแม้ Inspur จะยังเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูกับเหล่าผู้ที่ทำงานในแวดวง Server และ Data Center ของเมืองไทยมากนัก แต่ Inspur เองก็เป็นบริษัทที่ได้มีการพัฒนาและผลิต Server มาเป็นเวลายาวนานกว่า 25 ปี และเป็นผู้ผลิต Server เพียงรายเดียวของโลกที่สามารถผลิตได้ทั้ง Server แบบ x86 และ non-x86

หลังจากนั้น Inspur เองก็ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ขึ้นมาตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจมากมาย จนในปี 1993 ก็ได้ริเริ่มการพัฒนาระบบ Micro-Server สำหรับใช้งานในภาคธุรกิจ และนั่นเองก็เป็นก้าวแรกที่ทำให้ Inspur เริ่มกลายเป็นผู้ผลิต Server ขึ้นมาแข่งขันกับผู้ผลิตจากภูมิภาคอื่นๆ ที่เคยเป็นตลาดผูกขาด และพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นธุรกิจหลักของ Inspur ไปในทุกวันนี้

แน่นอนว่าการเติบโตของธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีในประเทศจีนเองนั้นก็ส่งผลให้ Inspur เติบโตอย่างก้าวกระโดดตามไปด้วยทั้งในแง่ของยอดขายและการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะในตลาดของประเทศจีนที่ครอบคลุมทั้งตลาดด้านธุรกิจองค์กร, ผู้ให้บริการ Cloud และ Data Center ไปจนถึงระบบ Supercomputer เช่น การพัฒนา 32-Socket Server ในปี 2011 ซึ่งทำให้ Inspur กลายเป็นบริษัทที่ 5 ของโลกที่มีศักยภาพในการพัฒนาระบบระดับนี้ได้, การพัฒนาระบบ Storage ความจุระดับ Petabyte ขึ้นมาเพื่อตอบรับต่อความต้องการของตลาด และการพัฒนาระบบ Mission Critical Server ในระดับ Mainframe ของตนเองขึ้นมาได้สำเร็จ

ไม่เพียงแต่การออกแบบ Server ด้วยตนเองเท่านั้น อีกหนึ่งตลาดใหญ่ของ Inspur ก็คือตลาด JDM หรือ Joint Development Manufacturing เพื่อตอบรับต่อความต้องการของ Hyperscale Data Center ที่ต้องการออกแบบ Server ที่มีคุณลักษณะตามที่ตนเองต้องการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้น และ Inspur ก็จะรับผลิต Server ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเหล่านั้นให้ เป็นการแสดงความแข็งแกร่งของสายการผลิต Server ที่มีความยืดหยุ่นและรองรับได้ทุกความต้องการของ Inspur

หากอ้างอิงจากข้อมูลของ Gartner และ IDC จะพบว่า Inspur นั้นคือผู้ผลิต Server ที่มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 3 ของโลกและเป็นอันดับ 1 ของจีน จากแนวโน้มของการเติบโตในตลาด Hyperscale Data Center ทั่วโลกที่ต้องการผู้ผลิต Server ซึ่งมีการออกแบบเฉพาะทางให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด และจากผลสำรวจล่าสุดของ IDC ในตลาด AI Server ของประเทศจีน Inspur เองก็ได้กลายเป็นผู้ผลิตที่มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอับดับหนึ่งด้วยสัดส่วนเกินกว่า 50% เลยทีเดียว

ด้วยความแข็งแกร่งในตลาดเมืองจีนและการตอบโจทย์ในตลาดของ Hyperscale Data Center ทั่วโลกได้นี้เอง ที่ทำให้ Inspur มีความมั่นใจในการขยายฐานการเติบโตในทุกตลาดสู่ทั่วโลก ทั้งในส่วนของตลาดธุรกิจองค์กรที่ต้องการ Server ที่มีความมั่นคงทนทานสูงในราคาที่คุ้มค่า, ตลาดของ Cloud และ AI ที่ต้องการ Server ที่มีประสิทธิภาพสูงและมีความคุ้มค่า, ตลาดของ Mission Critical Application ที่ต้องมีการพัฒนานวัตกรรมเฉพาะขึ้นมาเพื่อเสริมความมั่นคงทนทานให้ระบบสูงเป็นพิเศษ ไปจนถึงตลาดที่กำลังจะเติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง Edge Computing ที่ต้องการระบบที่มีความยืดหยุ่นสูงและต้องอาศัยการทำงานร่วมกับ Software เพื่อให้เกิดภาพ Automation อย่างแท้จริง

3 หัวใจสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีจาก Inspur: เต็มเปี่ยมด้วยนวัตกรรม ครอบคลุม คุ้มค่า

ในแง่ของการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยี Inspur ที่อยู่สภาวะการแข่งขันอย่างดุเดือดของตลาดในประเทศจีนมาโดยตลอด ก็จะมี 3 สิ่งดังต่อไปนี้ผสานอยู่ในทุกผลิตภัณฑ์และโซลูชันของตนเอง

1.) เต็มเปี่ยมด้วยนวัตกรรม

Inspur นั้นต้องการที่จะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี Server ดังนั้นจึงได้มีการเข้าร่วมในภาคีหรือชุมชนที่ผลักดันด้านเทคโนโลยีทั่วโลกมาโดยตลอด และนำเทคโนโลยีเหล่านั้นเข้ามาเสริมในผลิตภัณฑ์ของตนอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดนั้นก็คือการเปิดตัว Server ที่รองรับ 3rd Gen Intel Xeon Scalable Processor ทันทีที่ Intel ประกาศเปิดตัว และการรองรับ NVIDIA A100 ซึ่งเป็น GPU สำหรับประมวลผลทางด้าน AI ล่าสุดได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นไม่ว่าจะมีเทคโนโลยีใดๆ ที่เปิดตัวออกมา หากเป็นเทคโนโลยีที่เป็นกระแสหลักและจำเป็นต่อภาคธุรกิจแล้ว Server ของ Inspur ก็จะรองรับเทคโนโลยีเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็ว

2.) ครอบคลุม

อีกจุดโดดเด่นของ Inspur นั้นก็คือการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความครอบคลุมไม่ยึดติดเพียงกับเทคโนโลยีหรือการออกแบบเพียงแบบใดแบบหนึ่ง ซึ่งสิ่งนี้ก็ได้สะท้อนออกมาในการออกแบบ Server ของ Inspur อย่างชัดเจน ที่ไม่ได้ออกแบบมาให้รองรับเฉพาะหน่วยประมวลผลจาก Intel เท่านั้น แต่ยังมี Server ที่รองรับหน่วยประมวลผล POWER เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับระบบที่ต้องการประสิทธิภาพและความมั่นคงทนทานสูงด้วย รวมถึงการออกแบบ Server นั้นก็ไม่ได้มีการยึดติดแต่กับ Form Factor มาตรฐาน แต่ยังมีการออกแบบที่เน้นความคุ้มค่าด้านพลังประมวลผลโดยเฉพาะ, การจัดเก็บข้อมูลโดยเฉพาะ ไปจนถึงการรองรับ Open Compute Platform หรือ OCP สำหรับการนำไปใช้งานใน Hyperscale Data Center โดยเฉพาะได้อีกด้วย

3.) คุ้มค่า

สุดท้ายด้วยการแข่งขันที่สูงในจีน อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อการเติบโตได้นั้นก็คือการนำเสนอความคุ้มค่าให้กับภาคธุรกิจ ซึ่ง Inspur เองนั้นก็ตอบโจทย์นี้ได้ดี โดยจะสังเกตเห็นได้ว่า Inspur นั้นไม่ได้มีรุ่นของ Server เยอะมากนัก แต่ทุกรุ่นนั้นมีการใส่ทรัพยากรต่างๆ มาให้อย่างเต็มประสิทธิภาพทั้งหมด เช่น การรองรับ HDD/SSD ให้ได้มากที่สุดใน Form Factor นั้นๆ เสมอ เพื่อให้ลูกค้าที่ใช้ Server ของ Inspur นั้นคุ้มค่าที่สุด และ Server เหล่านี้ก็ยังสามารถทำงานร่วมกับ Hardware มาตรฐานจากผู้ผลิตรายอื่นๆ ได้ ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องยึดติดแต่กับ Hardware จาก Inspur และสามารถลงทุนได้ในราคาที่เป็นธรรมอยู่เสมอ

แนะนำภาพรวมผลิตภัณฑ์และโซลูชันจาก Inspur

Inspur นั้นมีโซลูชันที่หลากหลาย โดยมีโซลูชันโดดเด่นที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

Servers & Systems

Computing Intensive Design

Server สำหรับรองรับงานประมวลผลเป็นหลักที่มี CPU ให้เลือกใช้ได้ทั้ง Intel และ Power รองรับตั้งแต่ 2-4 CPU รวมถึงยังรองรับการติดตั้ง GPU และ FPGA เสริมเพื่อเพิ่มพลังประมวลผลให้กับงานทางด้าน AI, Machine Learning และ Deep Learning

Server ในกลุ่มนี้จะมีการออกแบบที่หลากหลาย ทั้งเครื่องขนาด 1U และ 2U โดยจะมีการรองรับ Disk Tray ด้านหลังเครื่องเพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งาน รวมถึงเครื่องแบบ 2U/4 Node สำหรับ Hyperscale Data Center ที่ต้องการใช้พื้นที่บนตู้ Rack อย่างคุ้มค่าสูงสุด หรือรองรับระบบ Hyperconverged Infrastructure ได้อย่างง่ายดาย

Storage Intensive Design

Server สำหรับรองรับการจัดเก็บ, เข้าถึง และวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมหาศาลโดยเฉพาะ โดยจะมุ่งเน้นการออกแบบระบบให้สามารถติดตั้ง HDD/SSD ได้มากที่สุด เช่น เครื่องขนาด 2U ที่รองรับ 3.5″ Disk ได้ถึง 20 ชุดหรือ 2.5″ Disk ได้ถึง 31 ชุดที่ยังรองรั 2x M.2 SSD ได้ในตัว หรือเครื่องขนาด 4U ที่รองรับ 3.5″ HDD ได้ถึง 44 ชุด เป็นต้น

นอกจากการติดตั้ง Disk ได้ปริมาณมากแล้ว ระบบเหล่านี้ก็ยังมีการออกแบบการเชื่อมต่อภายในเพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลเกิดขึ้นได้ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด และรองรับการทำ RAID ได้ในรูปแบบที่ต้องการ หรือจะใช้ Software ทำแทนก็ได้เช่นกัน รวมถึงยังรองรับ OCP Card เพื่อใช้งานใน Hyperscale Data Center ได้อีกด้วย

Mission Critical Systems

สำหรับระบบ Mission Critical Application ทาง Inspur ก็ได้มีการออกแบบ Inspur TS860M5 ที่รองรับ Intel Xeon Scalable Processor จำนวน 8 ชุดที่มีการผสานเทคโนโลยี Fault Diagnosis และ Fault-Tolerant เอาไว้มากมาย เช่น

• การออกแบบ LED, Light Path และ Sensor เพื่อตรวจสอบการสถานะการทำงานของ Hardware ภายในระบบมากเป็นพิเศษ

• เทคโนโลยีเสริมที่ระบบจะสามารถทำการแจ้งเตือนความผิดพลาดได้ตั้งแต่ระดับ Hardware และทำการบันทึกภาพหน้าจอหรือวิดีโอหน้าจอในขณะที่ระบบมีปัญหาได้

• รองรับ Feature ในการทำ RAS มากกว่า 80 รายการ

• มี External PCIe สามารถเปลี่ยนการ์ดได้แบบ Hot-Swap

• มี Power Supply แบบ N+N/N+M Redundancy พร้อมพัดลมแบบ N+1 Redundancy

• BIOS ROM รองรับการทำ Module Redundancy

• ระบบ BMC ออกแบบมาแบบ Mirroring Redundancy

นอกจากนี้ Inspur เองก็ยังมีระบบสำเร็จรูปเพื่อรองรับ SAP HANA ที่มีให้เลือกทั้งเครื่องแบบ 2/4/8CPU พร้อม RAM 3TB – 12TB และ All Flash NVMe SSD เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด, ระบบ Hyperconverged Infrastructure (HCI) ที่ร่วมมือกับ Nutanix ภายใต้ชื่อ Inspur InMerge และระบบสำหรับ Microsoft Azure Stack HCI ให้ธุรกิจองค์กรเลือกนำไปใช้งานได้อย่างสะดวกและง่ายดายอีกด้วย

Open Computing

สำหรับ Cloud Data Center ที่กำลังมองหาระบบ Server ที่มีความคุ้มค่าด้านการใช้พลังงานและพื้นที่สูงสุด Inspur ก็มีโซลูชัน Open Computing Server ภายใต้ชื่อ Inspur Rack Scale Server OR ให้เลือกใช้งาน โดยระบบนี้ถูกออกแบบและพัฒนาตามมาตรฐาน Open Rack Standard V2.0 ที่ประกอบไปด้วย Compute Node, JBOD Node และ GPU Node เพื่อรองรับการเพิ่มขยายได้แบบ Scale-Out สำหรับ Workload ในกลุ่ม Machine Learning, HPC, Big Data และ Cloud Computing โดยเฉพาะ และมีความหนาแน่นสูงระดับรองรับ 48/96 Node ได้ภายในตู้ Rack เพียงตู้เดียว

Storage

เพื่อให้ภาคธุรกิจองค์กรสามารถใช้งานโซลูชันของ Inspur ได้อย่างครบวงจร ทาง Inspur จึงได้ทำการพัฒนาโซลูชัน Enterprise Storage ขึ้นมาเพื่อรองรับ Workload ในรูปแบบต่างๆ ที่ธุรกิจองค์กรต้องเผชิญ โดยแบ่งกลุ่มของผลิตภัณฑ์ Storage ออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

All Flash Storage

ระบบ All Flash Storage ที่เริ่มต้นใช้งานได้ตั้งแต่ 2 Controller และเพิ่มขยายได้สูงสุด 48 Controller เพื่อรองรับ Disk จำนวนมากกว่า 13,000 ชุด สำหรับความจุรวมกว่า 100PB และประสิทธิภาพในระดับ 15 ล้าน IOPS ด้วย Cache ขนาด 650TB พร้อมความสามารถในการปกป้องข้อมูลที่หลากหลาย และการทำ QoS ได้ในระบบ

Hybrid Flash Storage

ระบบ Hybrid Flash Storage สำหรับธุรกิจองค์กรที่สามารถให้บริการได้แบบ Unified Storage ทำหน้าที่เป็นได้ทั้ง SAN และ NAS ที่เชื่อมต่อได้ทั้ง FC, iSCSI, NFS, CIFS, HTTP และ FTP โดยรองรับการใช้งานตั้งแต่ 2-16 Controller, รองรับ Cache ขนาด 256GB – 8TB และทำงานร่วมกับ VMware ได้ผ่าน VAAI, VVOL, VASA พร้อม vCenter Integration พร้อมความสามารถในการทำ Data Protection ได้หลากหลาย ทั้ง Snapshot, Cloning, Backup, Mirroring, Replication, Metro Cluster, Cloud Tiering ไปจนถึงการทำ Data Encryption และ Data Destruction

Distributed Storage

โซลูชัน Distributed Storage ที่รองรับการติดตั้งได้สูงสุดมากกว่า 5,000 Node และมีความจุรวมกันในระดับ Exabyte โดยรองรับการให้บริการข้อมูลได้ทั้งในรูปแบบของ Block, File Object และ HDFS สามารถทำงานร่วมกับ VMware และ OpenStack เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Cloud ได้ พร้อมความทนทานสูงระดับ 99.9999% และสำรองข้อมูลได้ 2-8 ชุดภายในระบบ

มีธุรกิจที่ใช้งาน Inspur จริงแล้วในไทย มี Data Center ที่เลือกใช้ Inspur ระดับพันเครื่องต่อระบบ

สำหรับในประเทศไทย Inspur เองก็ได้เริ่มค่อยๆ ก้าวเข้ามาทำตลาดเป็นเวลาหลายปีแล้ว และก็เริ่มมีธุรกิจองค์กรที่ใช้งาน Inspur มากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ธุรกิจที่เลือกใช้ Inspur เพียง 1-2 เครื่องไปจนถึงธุรกิจ Data Center ขนาดใหญ่ที่มีการใช้งาน Inspur ระดับพันเครื่องในระบบ

ไม่เพียงแต่ประเด็นด้านการขาย แต่ Inspur เองก็ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนหลังการขายด้วย โดย Inspur นั้นได้มีการตั้งออฟฟิศและมีทีมงานประจำประเทศไทยเพื่อดูแลลูกค้าธุรกิจองค์กรในไทยโดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าหากตัดสินใจใช้งานผลิตภัณฑ์หรือโซลูชันของ Inspur แล้ว จะได้รับการดูแลที่ดีอย่างแน่นอน

สนใจติดต่อทีมงาน Inspur ในประเทศไทย

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์หรือโซลูชันจาก Inspur ไม่ว่าจะในฐานะของลูกค้าผู้ใช้งานหรือผู้นำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชัน สามารถติดต่อทีมงาน Inspur ได้ทันทีที่คุณ
Kanidsorn Jirathanachotesakul – Channel Sales Manager อีเมล์ kanidsorn.j@inspur.com หรือโทร 095-4965425, 096-5695697 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Inspur ได้ที่ https://en.inspur.com/



About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

[Video Webinar] ทำ Data Center Management ให้เป็นเรื่องง่ายด้วย Hitachi Ops Center

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย Hitachi Vantara Webinar เรื่อง “ทำ Data Center Management ให้เป็นเรื่องง่ายด้วย Hitachi Ops Center” พร้อมแนะนำแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการบริหารจัดการ Data …

[Video Webinar] Poly กับการสื่อสารสำหรับองค์กรในยุค New Normal

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังบรรยาย Poly Webinar เรื่อง “Poly กับการสื่อสารสำหรับองค์กรในยุค New Normal” เพื่ออัปเดตแนวโน้มการติดต่อสื่อสารในยุค New Normal ภายใต้เงื่อนไขการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ที่เคร่งครัด …