Infortrend เปิดตัว EonNAS 1000 Gen2 – Unified Storage สำหรับตอบรับตลาด SMB, CCTV และ Backup โดยเฉพาะ

infortrend_logo

Infortrend ผู้ผลิตระบบ Enterprise Storage ชั้นนำของโลก ได้ประกาศเปิดตัว Infortrend EonNAS 1000 Gen2 ระบบ Unified Storage ตอบรับความต้องการสำหรับตลาดองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลาง, ระบบจัดเก็บ CCTV Storage, ระบบ File Sharing Storage และระบบ Backup Storage โดยเฉพาะ โดยเพิ่ม Interface ใหม่ๆ เช่น 16Gbps FC เข้าไป พร้อมรองรับ Enterprise Hard Drive ขนาดใหญ่ถึง 6TB โดย EonNAS 1000 Gen2 มีฟีเจอร์ต่างๆ ที่น่าสนใจดังนี้

infortrend_eonnas_1000_gen2_header

  • รองรับการเพิ่มขยายสูงสุดได้ถึง 128 Drives รวมพื้นที่ใช้งาน 768TB
  • มาพร้อม Onboard 1Gbps iSCSI / NAS และเพิ่ม 10Gbps iSCSI / NAS และ 16Gbps Fibre Channel ได้
  • ให้บริการ File Sharing ได้ด้วย CIFS/SMB, NFS, AFP, FTP, FTPS และ Secure FTP
  • ให้บริการ Block Storage ได้ด้วย iSCSI และ Fibre Channel
  • ใช้ ZFS คอยแก้ไข Data Corrupt และตรวจสอบ Integrity เสมอ
  • รองรับ RAID 0, 1, 5, 6, 10, 50, 60
  • สามารถทำ Remote Replication พร้อม Encryption 128 bit ได้เลย ไม่ต้องมี License เพิ่ม
  • ทำการ Scan Drive เพื่อตรวจสอบความพร้อมในการใช้งานเสมอ
  • สามารถทำ Snapshot ได้ไม่จำกัดจำนวน
  • สามารถทำ Pool Mirror เพื่อ Replicate ข้อมูลภายในสาขาเดียวกันได้ตลอดเวลา
  • ใช้งานได้ทั้ง Microsoft Windows, Mac OS X และ VMware

infortrend_eonnas_1000_gen2

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายได้ทันที

ข้อมูลเพิ่มเติม


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Office 2010 สิ้นการซัพพอร์ตใน 1 ปี แนะเปลี่ยนไปใช้ Office 365 หรือ Office 2019

Microsoft ออกประกาศแจ้งเตือนองค์กรทั่วโลก ระบุ Office 2010 จะ End-of-support ในอีกเพียง 1 ปี คือ วันที่ 13 ตุลาคม 2020 …

Amazon เผย ย้ายระบบฐานข้อมูลจาก Traditional database ไปยัง AWS ทั้งหมดแล้ว

Amazon ได้ออกมาประกาศความสำเร็จในการย้ายฐานข้อมูลของกลุ่มธุรกิจ Consumer ที่มีขนาดมากกว่า 75 Petabytes บนฐานข้อมูล Oracle Database ไปยังบริการของ Amazon Web Services (AWS) ทั้งหมดแล้ว