Breaking News

Huawei เปิดตัว Joint Validation Lab ในไทย พร้อมให้พาร์ทเนอร์-ลูกค้าทดสอบเทคโนโลยี Network ได้อย่างครบวงจร

ในงานสัมมนา Rethink IP for Interoperability and JVL Launching ที่จัดขึ้นโดย Huawei Enterprise Thailand เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้ ทาง Huawei ได้เชิญทีมงาน TechTalkThai ไปร่วมงานด้วย ในบทความนี้ทางทีมงาน TechTalkThai จึงจะขอนำสรุปเนื้อหาในส่วนของการเปิดตัว Huawei Joint Validation Lab ที่จะทำให้เหล่า Partner และลูกค้าของ Huawei สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุดสำหรับองค์กรได้ทันที ด้วยห้อง Data Center และอุปกรณ์ที่จัดเตรียมมาอย่างพร้อมเพรียงดังนี้ครับ

 

เทคโนโลยีใหม่ๆ ถูกพัฒนาขึ้นมาทุกวัน Partner และลูกค้าของ Huawei ต้องเรียนรู้ให้ทัน

 

 

ปัญหาหนึ่งที่เหล่าคนทำงานสาย IT ในองค์กรต่างๆ ต้องเผชิญกันทุกวันนี้ ก็คือการที่เทคโนโลยีต่างๆ นั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก และผู้พัฒนาเทคโนโลยีแต่ละรายเองต่างก็มีแนวคิดของตนเองในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าของตนเอง ซึ่งคนที่ทำงานในสายนี้เองก็ต้องเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ให้ทัน เพื่อที่จะได้สามารถประเมินและเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุดกับธุรกิจองค์กรของตนเองให้ได้

อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในยุคนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วชนิดที่เรียกได้ว่าพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เทคโนโลยีใหม่ๆ บางเทคโนโลยีนั้นอาจต้องมีส่วนประกอบจำนวนมากและต้องทดสอบในระบบขนาดที่ใหญ่ระดับหนึ่งเพื่อให้เข้าใจถึงการทำงานและเห็นถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีได้อย่างชัดเจน การทดสอบเทคโนโลยีบางกลุ่มจึงทำได้ยาก ไม่ได้เพียงแค่ขอยืมอุปกรณ์มา 1-2 ชุดแล้วจะทดสอบได้ทันที

ด้วยเหตุนี้เอง Huawei ที่มีเป้าหมาย จะยกระดับระบบศักยภาพ ICT ให้กับหน่วยงานของรัฐ และบริษัทเอกชนในประเทศไทย อย่างชัดเจนนั้น ก็ได้ทำการลงทุนเพิ่มใน Data Center ของตนเองเพื่อจัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งในลูกค้าได้เข้ามาเรียนรู้และทดสอบเทคโนโลยีใหม่ๆ ของ Huawei เพื่อให้สามารถตัดสินใจเลือกลงทุนในเทคโลยีของ Huawei เพื่อนำไปพัฒนาองค์กรของลูกค้าได้อย่างมั่นใจ

 

เปิดตัว Huawei Joint Validation Lab สนามทดสอบเทคโนโลยีใน Data Center ของ Huawei

พื้นที่สำหรับทดสอบเทคโนโลยีที่ Huawei จัดเตรียมเอาไว้ในประเทศไทยนี้มีชื่อว่า Huawei Joint Validation Lab หรือ JVL ซึ่งจะถูกติดตั้งอยู่ภายใน Data Center ของ Huawei ในประเทศไทยเลย ดังนั้นผู้ที่เข้ามาใช้งานทดสอบเทคโนโลยีก็จะสามารถเข้าถึงตัว Hardware ได้โดยตรง ในขณะที่การเชื่อมต่อหรือการติดตั้งและกำหนดค่าการทำงานต่างๆ ของ Software ในเบื้องต้นนั้น ทีมวิศวกรจาก Huawei จะจัดเตรียมเอาไว้ให้แล้ว ทำให้การทดสอบเทคโนโลยีสามารถเป็นไปได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

สำหรับเทคโนโลยีที่ Huawei JVL เปิดพร้อมให้ทดสอบได้แล้วในปัจจุบัน มีดังนี้

 

ทดสอบ Huawei CloudFabric เทคโนโลยี Intent-Driven Networking สำหรับ Cloud Data Center จาก Huawei

Huawei ได้นำตู้ Rack ตู้หนึ่งมาติดตั้งเทคโนโลยีในฝั่งของ Data Center ซึ่งครอบคลุมทั้ง Security, Networking, Server, Storage, Virtualization, Cloud และ Management เพื่อให้ผู้ที่ต้องการทดสอบนั้นสามารถจำลองการออกแบบระบบ Data Center ที่ตนเองต้องการขึ้นมาได้ และทำการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายด้วย Huawei CloudFabric เพื่อทดสอบศักยภาพของเทคโนโลยี Software-Defined Networking ของ Huawei ภายใน Data Center

Huawei CloudFabric นี้เป็นเทคโนโลยี Intent-Driven Network ที่สามารถแปลงความต้องการในเชิงผลลัพธ์การทำงานของระบบเครือข่ายภายใน Data Center ให้กลายเป็นนโยบายการทำงานและการตั้งค่าสำหรับอุปกรณ์เครือข่ายที่เชื่อมต่ออยู่ทั้งหมดได้ รวมถึงยังรองรับการเพิ่มขยายระบบเครือข่ายและ Data Center ได้อย่างรวดเร็วจาก ระบบบริหารจัดการที่ชาญฉลาด อีกทั้งหากมีแนวโน้มว่าจะมีความผิดพลาดในการทำงานเกิดขึ้น เช่น เมื่อ Hardware ทำงานมากกว่าปกติ หรือผิดแปลกไปจากเดิม ระบบก็จะสามารถตรวจสอบพบได้ด้วยตนเองและทำการแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบล่วงหน้าเพื่อให้สามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงทีก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้นจริง

 

ทดสอบ Huawei CloudCampus ระบบเครือข่ายสำหรับผู้ใช้งานที่บริหารจัดการได้ผ่าน Cloud จาก Huawei

ภายในตู้ Rack อีกตู้หนึ่งนั้น ทาง Huawei ได้ทำการติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายในฝั่ง Campus Networking เข้าไปอย่างหลากหลาย ทั้ง Core Switch, Access Switch และ Wireless Access Point เพื่อให้ผู้ทดสอบได้ทำการทดลองใช้งานเทคโนโลยีทั้งฝั่ง LAN และ Wireless LAN จาก Huawei รวมถึงใช้งาน Protocol ต่างๆ เพื่อเชื่อมต่อระบบเครือข่ายตามการออกแบบที่ต้องการได้

นอกจากนี้ Huawei ยังเปิดให้ทำการทดสอบ Huawei CloudCampus ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบรวมศูนย์ผ่าน Cloud ทำให้สามารถทดสอบความง่ายในการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมเมื่อต้องการเพิ่มขยายระบบเครือข่ายได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่เทคโนโลยีฝั่ง Wi-Fi ของ Huawei เองก็มีลูกเล่นมากมายให้ทำการทดสอบ อาทิเช่น สามารถติดตั้งอุปกรณ์ Access Switch และ Access Point ได้โดยเพียงแค่ Scan Barcode ด้านหลังอุปกรณ์ โดยลง Software ที่โทรศัพท์มือถือ เพียงเท่านี้ ก็สามารถส่งการตั้งค่าอุปกรณ์ได้จากส่วนกลาง หรือ cloud management ได้ ทำให้ประหยัดระยะเวลาในการติดตั้ง และลดต้นทุนในดูแลระบบไปได้อย่างมากเลยทีเดียว

 

ทดสอบการ Integrate เทคโนโลยีของ Huawei เข้ากับเทคโนโลยีจากผู้ผลิตรายอื่นๆ

สุดท้ายที่น่าจะเป็นกรณีที่มีการใช้งานมากที่สุดกรณีหนึ่ง ก็คือการทดสอบการ Integrate เทคโนโลยีของ Huawei เข้ากับผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตรายอื่นๆ ซึ่งอาจเป็นผลิตภัณฑ์ที่องค์กรใช้งานอยู่แล้ว และต้องการทดสอบความเข้ากันได้ของเทคโนโลยี หรือผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตที่ต้องการนำโซลูชันมาผสานรวมกัน และนำเสนอลูกค้าองค์กรเพื่อตอบโจทย์ความต้องการใหม่ๆ ได้ โดยรวมแล้วจะแบ่งกรณีการทดสอบด้าน Integration ออกเป็นดังนี้

  • การทดสอบความเข้ากันได้ของอุปกรณ์เครือข่ายต่างค่าย: ครอบคลุมถึงการทดสอบถึงการใช้ Protocol มาตรฐาน ในระดับ Layer 2 – Layer 4 เพื่อสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ เช่น การทำ Spanning Tree Protocol (STP), Routing Protocol, VRRP หรือแม้แต่ Access control List (ACL) และ Quality of Services (QoS) ร่วมกับอุปกรณ์เครือข่ายยี่ห้ออื่น เป็นต้น
  • การทดสอบโซลูชันสำเร็จรูปของ Huawei เอง: เช่น การทดสอบ Huawei FusionSphere เพื่อลองสร้างระบบ Cloud ขึ้นมาใช้งานด้วยเทคโนโลยีจาก Huawei ทั้งหมด เป็นต้น
  • ทดสอบ API ของอุปกรณ์เครือข่ายและเทคโนโลยีของ Huawei: เพื่อนำข้อมูลการทำงานต่างๆ ไปใช้ในการทำ Network Automation, Big Data Analytics หรือแม้แต่นำส่งข้อมูลเพื่อให้ Machine Learning ทำการเรียนรู้ก็ได้ รวมถึงยังมีโอกาสที่จะสามารถนำ API เหล่านี้เข้าไปเชื่อมต่อกับ Business Application ต่างๆ เพื่อสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการใช้งานระบบเครือข่ายขึ้นมาให้คุ้มค่าและเป็นอัตโนมัติยิ่งขึ้น
  • การทดสอบโซลูชัน Software-Defined Networking ร่วมกับอุปกรณ์จากผู้ผลิตรายอื่น: เช่น การเชื่อมต่อระบบ Load Balancing กับ F5, การเชื่อมต่อระบบเครือข่ายเข้ากับ VMware vRealize และ VMware NSX เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า Huawei นั้นลงทุนกับการเปิดตลาดองค์กรในประเทศไทยมาก และ Huawei JVL นี้ก็จะมาตอบโจทย์เรื่องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับเหล่าลูกค้าองค์กรในไทยก่อนเลือกใช้งาน Huawei เป็นหลัก ทำให้มั่นใจได้ว่าโซลูชันที่ลงทุนกับ Huawei ไปนั้นจะสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ที่มีอยู่ได้จริง และยังตอบโจทย์ใหม่ๆ ที่ธุรกิจต้องการได้อย่างครบถ้วน

 

ทีมงาน Huawei Enterprise Thailand พร้อมช่วยสนับสนุนทุกการทดสอบเทคโนโลยี

ในทุกๆ การทดสอบนี้ ทางเหล่า Partner และลูกค้าของ Huawei สามารถทำการพูดคุยปรึกษากับทีมวิศวกรของ Huawei ถึงรูปแบบการทดสอบที่ต้องการได้ทันที เพื่อให้ทางทีมงานของ Huawei ได้จัดเตรียม Lab ให้ตามต้องการ พร้อมแนะนำแนวทางในการทดสอบ หรือโซลูชันที่เหมาะสมกับปัญหาต่างๆ ที่พบ รวมถึงทำการค้นคว้าแนวทางการออกแบบระบบหรือทดสอบต่างๆ ล่วงหน้าได้ ทำให้สามารถประหยัดเวลาในการทดสอบได้ และทำให้ประสบการณ์ในการทดสอบเป็นไปได้อย่างราบรื่น ส่งผลให้การตัดสินใจใช้เทคโนโลยีต่างๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และทำให้ธุรกิจองค์กรเติบโตรวดเร็วยิ่งขึ้นตามไปด้วย

 

ติดต่อทีมงาน Huawei ประเทศไทยได้ทันที

ผู้ที่สนใจในเทคโนโลยีด้าน Enterprise IT จาก Huawei หรือต้องการทดสอบเทคโนโลยีต่างๆ ของ Huawei สามารถติดต่อทีมงาน Huawei Enterprise Thailand ได้ทันทีที่

Huawei Enterprise Business ; Marketing Contact Center
Mobile 095-878-7475 e-mail : Enterprise_Thailand@huawei.com
Follow us on : https://twitter.com/huaweiENTth
www.facebook.com/HuaweiEnterpriseThailand
Website : e.huawei.com/th




About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

IBM เปิดตัว Security Platform ใหม่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลจากหลาย Vendor ได้ไว้ที่เดียว

IBM ได้เปิดตัว Cloud Platform ใหม่ที่ชื่อ ‘Security Connect’ ซึ่งสามารถนำเอาข้อมูลจากเครื่องมือของผู้ผลิตรายต่างๆ ผสานเข้าความสามารถด้าน AI จาก IBM ที่มีอยู่แล้วเพื่อตอบโจทย์ด้านความมั่นคงปลอดภัยเพราะ IBM ได้เล็งเห็นมานานแล้วว่าปัจจุบันนี้ผู้ใช้งานต้องจัดการเครื่องมือของผู้ผลิตหลายเจ้า

Cisco เตรียมนำเสนอโซลูชันรองรับมาตรฐาน Wi-SUN เชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ใน Smart City อย่างปลอดภัย

Cisco ได้ออกมาประกาศรองรับมาตรฐาน Wi-SUN Field Area Network (FAN) สำหรับการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายสำหรับอุปกรณ์ IoT โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ของตนเองแล้ว และปลายปีนี้ก็จะออกอุปกรณ์ IoT ที่รองรับมาตรฐานเหล่านี้เพิ่มขึ้นด้วย เพื่อตอบรับต่อการเติบโตของตลาด IoT …