[Guest Post] “หัวเว่ย”คว้ารางวัล Frost & Sullivan จากการเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่อง ด้านโซลูชันการทำงานประสานกันอย่างอัจฉริยะ

เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน- หัวเว่ยประสบความสำเร็จอย่างงดงามในงานประกาศรางวัล Frost & Sullivan Best Practices Awards ประจำปี 2020 ด้วยการคว้าสองรางวัลด้านผลิตภัณฑ์การทำงานประสานกัน โดยสายผลิตภัณฑ์ Huawei Ideahub คว้ารางวัลระดับโลกด้านนวัตกรรมอุปกรณ์การทำงานประสานกันระหว่างทีม และโซลูชันของหัวเว่ยด้านการประชุมทางวีดิทัศน์คว้ารางวัลผู้นำตลาดการประชุมทางวีดิทัศน์ในระดับเอเชียแปซิฟิกต่อเนื่องเป็นปีที่สาม

นายเฉิน คุนฮุย หัวหน้าฝ่ายการตลาดส่วนธุรกิจ HUAWEI Cloud & AI ด้านการทำงานประสานกันอย่างอัจฉริยะ ขึ้นรับรางวัล

 

ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา หัวเว่ยได้เปิดตัว HUAWEI IdeaHub ผลิตภัณฑ์สำหรับการทำงานประสานกันอย่างอัจฉริยะ พร้อมกลยุทธ์ 1+3+X เพื่อการใช้งานในออฟฟิศอัจฉริยะได้ทุกสถานการณ์ โดยสายผลิตภัณฑ์ HUAWEI IdeaHub จะช่วยเสริมแกร่งให้กับการทำงานประสานกันระหว่างทีมต่างๆ และผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังกลายเป็นอุปกรณ์เพิ่มประสิทธิผลในการทำงานอันเป็นที่รู้จักทั่วโลกเพื่อการใช้งานในยุคแห่ง Cloud ซึ่งสามารถส่งมอบฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย เช่น กระดานไวท์บอร์ดทางไกลที่มีค่าความหน่วง (latency) จากการเขียนต่ำมาก จอแสดงผลภาพระดับ Ultra HD แบบไร้สาย และยังมาพร้อมกับแอปพลิเคชันเพื่อการใช้งานในออฟฟิศอีกมากมาย ทั้งนี้ สายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังใช้ขุมพลังจากอีโคซิสเต็มของ Cloud และ AI เพื่อรองรับกับวิสัยทัศน์ของหัวเว่ยในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การใช้งานทุกระดับ เพื่อทุกคน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร ซึ่งจะช่วยให้ทุกกลุ่มธุรกิจองค์กรมีอุปกรณ์พร้อมใช้งานในออฟฟิศอัจฉริยะ

สายผลิตภัณฑ์ HUAWEI IdeaHub

 

หัวเว่ยยังได้ยกระดับความเชี่ยวชาญทางเทคนิคในตลาดการประชุมแบบโสตทัศนวัสดุ เพื่อส่งมอบเทคโนโลยี 4K+AI แบบสากลให้แก่อุตสาหกรรมการประชุมทางวีดิทัศน์ โดยหัวเว่ยครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งในประเทศจีนมาถึงเจ็ดปีติดต่อกัน และโซลูชันการประชุมทางวีดิทัศน์ของหัวเว่ยก็มีบทบาทสำคัญในการประสานงานและการสื่อสารอย่างอัจฉริยะสำหรับกลุ่มธุรกิจองค์กรในด้าน 5G telemedicine รัฐบาลดิจิทัล และอุตสาหกรรมดิจิทัลทั่วโลก

สายผลิตภัณฑ์สำหรับการทำงานประสานกันอย่างอัจฉริยะของหัวเว่ย

สายผลิตภัณฑ์สำหรับการทำงานประสานกันอย่างอัจฉริยะนี้ได้ผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลให้แก่ลูกค้าในภูมิภาคและประเทศต่างๆ มากกว่า 170 แห่ง ทั้งในกลุ่มภาครัฐ ภาคสาธารณสุข ภาคการศึกษา ภาคการเงิน และภาคอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ต

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ Huawei Intelligent Collaboration

 

เกี่ยวกับหัวเว่ย 

หัวเว่ย ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสมาร์ทดีไวซ์ ด้วยโซลูชั่นที่ผสมผสานในสี่กลุ่มหลัก คือ เครือข่ายโทรคมนาคม, ไอที, สมาร์ทดีไวซ์ และบริการคลาวด์ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การใช้งานทุกระดับเพื่อทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อขับเคลื่อนโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ โซลูชั่นและบริการที่ครบวงจรของหัวเว่ยเปี่ยมด้วยศักยภาพด้านการแข่งขันและเชื่อถือได้ จากการทำงานร่วมกับพันธมิตรในระบบนิเวศแบบเปิด หัวเว่ยสามารถสร้างมูลค่าระยะยาวให้กับลูกค้า เสริมสมรรถนะของผู้คน ช่วยให้การใช้ชีวิตที่บ้านมีความสะดวกสบาย และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมในองค์กรทุกรูปแบบและทุกขนาด นวัตกรรมของหัวเว่ยเน้นตอบสนองตามความต้องการของลูกค้า เราทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลในด้านการวิจัย เน้นค้นหานวัตกรรมด้านเทคนิคใหม่ ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนโลกของเราให้ก้าวไปข้างหน้า เรามีพนักงานกว่า 194,000 คน ดำเนินธุรกิจในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี 2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด   

 


About Maylada

Check Also

FMS เชิญผู้สนใจร่วมงาน SAP Business One on Huawei Cloud 19 ส.ค. 2565 13:30 – 16:30 น.

บริษัท ฟอร์เวิร์ด แมนเนจเม้นท์ เซอร์วิส จำกัด (FMS) ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนา “SAP Business One on Huawei Cloud” เพื่อร่วมเรียนรู้เกี่ยวกับการนำ SAP …

[Guest Post] บริหารจัดการข้อมูลภายใต้แนวคิด GRC : Governance, Risk and Compliance ด้วย IBM OpenPages with Watson

สถานการณ์โรคระบาดได้ขับเคลื่อนโลกออนไลน์ แต่การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลเป็นตัวเปลี่ยนเกมส์ในการเชื่อมโยงผู้คนในช่วงโรคระบาด บริการทางการเงินก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว บริษัทต้องปรับปรุงระบบและกระบวนการให้สามารถจัดการกิจกรรมออนไลน์ และการไหลของข้อมูลที่เพิ่มขึ้นนั้นอย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ ส่งผลให้ผู้เชี่ยวชาญ กระบวนการ และเครื่องมือสำหรับ การกำกับดูแล(Governance),  ความเสี่ยง(Risk)  และการปฏิบัติตาม(Compliance) หรือ GRC เป็นสิ่งที่จำเป็นมากขึ้น ในขณะที่บริษัทพยายามคาดการณ์ถึงความเสี่ยงใหม่ๆ …