Breaking News

Hitachi Data Systems เปิดตัว All Flash Array รุ่นล่าสุด HFS A Series เร็ว 1,000,000 IOPS ความจุ 384TB ในขนาด 2U

hds_ingram_micro_logo

Hitachi Data Systems (HDS) ได้ทำการเปิดตัว All Flash Array ซีรีส์ที่สอง ภายใต้ชื่อของ Hitachi Flash Storage (HFS) A Series สำหรับตอบโจทย์การใช้งานภายในองค์กรเพื่อรองรับ Database และ Virtualization โดยเฉพาะ ซึ่งจุดที่น่าสนใจของ HFS A Series นี้ก็คือแนวคิดในการออกแบบ All Flash Array ที่ต่างจากรูปแบบเดิมๆ และแก้ไขปัญหาจากการออกแบบเดิมๆ ไปนั่นเอง

hds_hfs_a_series_front

จุดเด่นของ HFS A Series

 

กระทัดรัดประหยัดพื้นที่ ด้วยขนาดเพียง 2U แต่จัดเก็บข้อมูลได้มากถึง 384TB

ในขณะที่ All Flash Array ของผู้ผลิตรายอื่นอาจมีขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 6U ไปจนถึง 11U แต่ HFS A Series จาก HDS นี้มีขนาดเพียงแค่ 2U เท่านั้นทั้งก่อนและหลังเพิ่มขยาย

hds_hfs_a_series_mask

ที่น่าตกใจมากคือ ในขนาดเพียง 2U นี้ HFS A Series สามารถจุ 2.5″ SSD แบบ Hot Swappable ได้มากถึง 60 ลูกเลยทีเดียว เพราะ Tray สำหรับติดตั้ง SSD นั้นถูกออกแบบให้อยู่ที่ด้านข้างของเครื่อง จึงมีพื้นที่เยอะกว่าการออกแบบทั่วๆ ไปที่ใส่ SSD ได้เฉพาะด้านหน้าเท่านั้น

hds_hfs_a_series_bare

นอกจากนี้ SSD แต่ละลูกก็มีความจุ Raw Capacity ที่ 1.6TB ทำให้ Raw Capacity รวมสูงสุดนั้นมีขนาดถึง 96TB และเมื่อรวมกับความสามารถในการลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลอย่าง Deduplication, Compression และ Thin Provisioning แล้ว ก็ทำให้อัตราส่วนในการประหยัดพื้นที่มีถึง 5:1 และทำให้พื้นที่ที่จัดเก็บข้อมูลมีได้สูงสุด 384TB เลยทีเดียว อีกทั้ง Deduplication นี้ยังสามารถปรับแต่งขนาด Block Size ให้เหมาะสมกับ Application ที่ทำการใช้งานได้

hds_hfs_a200_front_from_the_register

ด้วยการออกแบบแบบนี้ ก็ทำให้ HFS A Series ประหยัดพลังงานลงไปกว่าเทคโนโลยีแบบอื่นๆ ถึง 10 เท่า ในขณะที่ใช้พื้นที่บนตู้ Rack น้อยลง 5-10 เท่าเลยทีเดียว

 

เร็วสูงสุดกว่า 1,000,000 IOPS พร้อม Bandwidth สูงสุด 8GB/s

ด้วย Cache ขนาด 256GB พร้อม Interface ที่รองรับได้ทั้ง 16x 8Gbps Fibre Channel, 8x 10Gbps iSCSI และ 8x 40Gbps iSCSI ก็ทำให้ HFS A Series สามารถทำสถิติความเร็วสูงสุดได้ถึง 1,000,000 IOPS และรองรับ Bandwidth มากถึง 8GB/s

Storage QoS ก็เป็นอีกความสามารถหนึ่งที่ช่วยให้แต่ละ Logical Volume สามารถให้บริการได้ตามความเหมาะสมในการใช้งานเพื่อรองรับแต่ละ Application โดยไม่แย่งประสิทธิภาพการทำงานกันเองได้เป็นอย่างดี และยังมี Average Response Time ต่ำกว่า 1 millisecond อีกด้วย

hds_hfs_a_series_performance

รองรับความสามารถในการปกป้องข้อมูลอย่างครบครัน

HFS A Series นี้รองรับทั้งการทำ Snapshot, Clone และ Remote Replication อย่างครบถ้วน พร้อมปกป้องข้อมูลด้วยการทำ RAID ก็ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ถูกจัดเก็บอยู่บน HFS A Series นี้จะปลอดภัยและไม่สูญหายไปไหนอย่างแน่นอน

 

อัพเกรดง่าย ไม่มี Downtime

HFS A Series นี้เปิดตัวมาด้วยกัน 3 รุ่น ดังนี้

hds_hfs_a_series_models

จะเห็นได้ว่าจุดแตกต่างคือความจุและขนาดของ Cache เท่านั้น ทำให้การอัพเกรดสามารถทำได้แบบ Non-disruptive ด้วยการเพิ่มจำนวน SSD ที่ติดตั้งเข้าไปเป็นหลัก และไม่มี Downtime เลยนั่นเอง

 

ติดตั้งใช้งานง่าย บริหารจัดการได้ผ่าน GUI พร้อมระบบ Analytics ในตัว

HFS A Series นี้สามารถถูกติดตั้งใช้งานให้เสร็จได้สมบูรณ์ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที และพร้อมจะทำการกำหนดค่าการใช้งานต่างๆ ได้ทันทีผ่านระบบ GUI โดยเมื่อใช้งานไปแล้ว ผู้ดูแลระบบก็สามารถสร้างรายงานสำหรับการวิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงานและการประหยัดพื้นทีจัดเก็บข้อมูลได้ทันทีจากในตัวอุปกรณ์

สำหรับการลงทุนระยะยาว HFS A Series ก็รองรับการทำงานภายใน Hitachi Storage Virtualization Operating System (SVOS) ได้ ทำให้เสริมความสามารถในการทำ Automation และการทำ Workflow ร่วมกับ Storage อื่นๆ ภายใน Data Center ได้อีกด้วย

 

HFS A Series แตกต่างจาก VSP F Series อย่างไรบ้าง?

เพื่อไม่ให้สับสนระหว่าง HFS A Series ที่เพิ่งออกมา และ VSP F Series ที่ออกมาในปีที่แล้ว ทาง TechTalkThai จึงขอสรุปความแตกต่างเอาไว้ดังนี้

  • HFS A Series มีระบบปฏิบัติการเฉพาะของตัวเองที่แตกต่างจาก VSP F Series
  • HFS A Series ใช้ 2.5″ SSD ต่างจาก VSP F Series ที่ใช้ Flash Module แบบ FMD DC2 ซึ่งรองรับการทำ Inline Compression ได้ที่ระดับ Module เลย
  • HFS A Series มีประสิทธิภาพสูงสุดที่ 1,000,000 IOPS ในขณะที่ VSP F Series มีประสิทธิภาพสูงสุดถึง 1,400,000 IOPS
  • HFS A Series มีขนาดเพียง 2U ในขณะที่ VSP F Series มีขนาดเริ่มต้นที่ 5U

 

แผนการในอนาคตของ HFS

หลังจากนี้ HFS เองก็จะมีการปรับปรุงให้ทำงานร่วมกับระบบที่องค์กรใช้งานได้มากขึ้น เช่น การรองรับ Windows Certification, การรองรับ VMware Certification, การรองรับการทำงานร่วมกับ OpenStack, การรองรับ VASA, การทำงานร่วมกับ Oracle เป็นต้น ในขณะที่การรองรับ Interface นั้นก็จะหลากหลายขึ้น เช่น 16Gbps FC และ Interface อื่นๆ

hds_hfs_a_series_back

นอกจากนี้การทำ Scale-out และการรองรับ SSD ขนาดใหญ่ขึ้นก็อยู่ใน Road Map ด้วยเช่นกัน รวมถึงการ Integrate ระบบเข้ากับโซลูชั่นอื่นๆ ของ Hitachi Data Systems เองก็จะถูกเสริมเข้ามาด้วยภายในปี 2016 นี้

 

ติดต่อ HDS Thailand และ Ingram

hds_ingram_micro_logo

ผู้ที่สนใจเทคโนโลยีต่างๆ ของ Hitachi Data Systems (HDS) และต้องการให้ทีมงานเข้าไปนำเสนอโซลูชั่นหรือทดสอบผลิตภัณฑ์ หรือ System Integrator ที่ต้องการเป็น Partner กับ HDS สามารถติดต่อทีมงาน Hitachi Data Systems ประเทศไทยได้ทันที โทร 02-126-8039, 02-126-8174 หรืออีเมลล์ Thailand.marketing@hds.com หรือสนใจติดต่อ Hitachi Distributor : Ingram Micro (Thailand) Co.,Ltd. T. 02-793-1888 ติดต่อฝ่ายขาย หรือคุณยุทธนา แพทย์พิลบุลย์ Product Sales Specialist 081-861-5056

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่มา: http://www.theregister.co.uk/2016/01/19/hds_brings_out_purposedesigned_allflash_array/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

NetApp เปิดตัว Memory Accelerated FlexPod เสริม MAX Data และ Intel Optane DC Persistent Memory เร่งความเร็วให้สูงยิ่งขึ้น

NetApp ได้ออกมาประกาศเปิดตัวโซลูชันใหม่ล่าสุดสำหรับ Converged Infrastructure (CI) ภายใต้ชื่อ NetApp Memory Accelerated FlexPod ที่ได้ผสานนวัตกรรมใหม่อย่าง NetApp MAX Data และ Intel Optane DC Persistent Memory เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบโดยรวมให้สูงยิ่งขึ้น โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้

Intel เปิดตัวอุปกรณ์เร่งการประมวลผล AI รุ่นใหม่ พร้อมชิปรับส่งข้อมูลเครือข่ายระดับ Tbps

ในงาน Hot Chips 2019 ทาง Intel ได้ออกมาประกาศเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับเร่งการประมวลผล AI และการรับส่งข้อมูลเครือข่ายที่ระดับความเร็วถึง Tbps ดังนี้