[Guest Post] ผลวิจัยชี้ผู้คนในเอเชียแปซิฟิก 79% เชื่อใจหุ่นยนต์มากกว่ามนุษย์ในเรื่องการเงิน

ผู้บริโภคและผู้นำองค์กรเริ่มเชื่อถือหุ่นยนต์มากกว่ามนุษย์ ในการมอบหมายให้ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน

ปี 2020 ถือเป็นปีที่คนมีการเปลี่ยนแปลงความคิดต่อสถานภาพทางการเงิน งานศึกษาครั้งล่าสุดโดยออราเคิล ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์เริ่มเชื่อถือหุ่นยนต์มากกว่าตนเองในการบริหารการเงิน ซึ่งเป็นผลของการสำรวจความคิดเห็นของผู้คนทั่วไปและผู้นำองค์กรธุรกิจมากกว่า 2,500 คนในประเทศแทบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ งานศึกษาระบุว่าวิกฤติโควิด-19 ก่อให้เกิดความวิตกกังวล ความเศร้า และความหวาดกลัวมากขึ้นแก่ผู้คนทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นการเปลี่ยนแปลงคน หรือสิ่งที่เป็นปัจจัยที่เราเชื่อถือในการนำมาบริหารจัดการเงิน นอกจากนี้ งานวิจัยยังชี้ว่าผู้คนเริ่มทบทวนเกี่ยวกับบทบาท และความสำคัญของทีมงานฝ่ายการเงินขององค์กร และที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล

โควิด-19 ก่อให้เกิดความกังวล ความเศร้า และความกลัวในเรื่องการเงิน

วิกฤติการแพร่ระบาดทั่วโลก ส่งผลกระทบเชิงลบต่อความสัมพันธ์ของผู้คนกับเงินทั้งชีวิตส่วนตัว และที่ทำงาน

  • ผู้นำองค์กรในเอเชียแปซิฟิกเล็งเห็นถึงความวิตกกังวล และความตึงเครียดทางการเงินที่เพิ่มขึ้นสูง ในทุกประเทศที่ทำการสำรวจภายในภูมิภาคนี้ โดยมีอัตราเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 136% สูงสุดคือจีนที่ 200% และตามมาด้วยสิงคโปร์ 157%
    • ความเศร้าในกลุ่มนักธุรกิจทั่วเอเชียแปซิฟิกมีเพิ่มขึ้นถึง 91% โดยสิงคโปร์มีอัตราสูงสุดของภูมิภาคเพิ่มขึ้นถึง 200%
    • ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกมีความวิตกกังวล และความเศร้า เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า โดยพุ่งสูงขึ้นถึง 118%
  • ผู้นำองค์กรในเอเชียแปซิฟิกกว่า 92% รู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับองค์กรจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเรื่องที่วิตกกังวลเหมือนกันมากที่สุดคือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ล่าช้า หรือเศรษฐกิจถดถอย (57%) การตัดงบประมาณ (43%) และการล้มละลาย (26%)
  • ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก 89% กำลังประสบกับความวิตกกังวลทางการเงิน ซึ่งรวมถึงการสูญเสียงาน (38%) โดยสิงคโปร์มีความกลัวเรื่องนี้สูงสุดถึง 53% และความกลัวเรื่องการสูญเสียเงินออม (44%) โดยเป็นชาวญี่ปุ่นมีความกลัวเรื่องนี้สูงสุดถึง 53% และไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้หมด (22%)
  • ความวิกกังวลในเรื่องต่างๆ ทำให้ผู้คนนอนไม่หลับ: ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก 41% เผยถึงอาการนอนไม่หลับเพราะมีความกังวลเรื่องสถานะทางการเงินส่วนตัว โดยอินเดียที่มีถึง 59% ตามมาด้วยสิงคโปร์ 53%

 

ผู้คนต้องการตัวช่วยและเชื่อถือหุ่นยนต์มากกว่าตนเองในการบริหารเงิน

ความผันผวนทางการเงินจากวิกฤติโควิด-19 เปลี่ยนแปลงรูปแบบของบุคคล หรือสิ่งที่มนุษย์เชื่อถือในการบริหารการเงิน โดยเริ่มมีผู้บริโภคและผู้นำองค์กรจำนวนมากขึ้นที่เชื่อถือเทคโนโลยีมากกว่ามนุษย์ ในการรับมือกับความซับซ้อนทางการเงินในปัจจุบัน

  • ผู้บริโภคและผู้นำองค์กรในเอเชียแปซิฟิก 79% เชื่อถือหุ่นยนต์มากกว่ามนุษย์ ในการบริหารการเงิน โดยชาวออสเตรเลียมีความเชื่อมั่นในหุ่นยนต์ต่ำสุดในเอเชียแปซิฟิก (55%)
  • ผู้นำองค์กรในเอเชียแปซิฟิก 84% เชื่อใจหุ่นยนต์มากกว่าตนเองในการบริหารการเงิน โดยกว่า 83% เชื่อถือหุ่นยนต์มากกว่าทีมงานฝ่ายการเงิน
  • ผู้นำองค์กรในเอเชียแปซิฟิก 89% เชื่อว่าหุ่นยนต์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตนเองได้ ด้วยความสามารถด้านการวิเคราะห์ต้นทุน/กำไร (32%) การตรวจสอบการทุจริต (27%) และการจัดทำใบแจ้งหนี้ (25%)
  • ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก 68% เชื่อถือหุ่นยนต์มากกว่าตนเองในการบริหารการเงิน โดยเกือบ 3 ใน 4 (76%) เชื่อถือหุ่นยนต์มากกว่าที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล
  • ผู้บริโภคกว่า 80% เชื่อว่าหุ่นยนต์สามารถช่วยบริหารการเงินได้ โดยเชื่อว่าหุ่นยนต์มีประโยชน์ในการตรวจสอบการทุจริต (36%) การลดการใช้จ่าย (23%) แต่กลับช่วยเรื่องการลงทุนในตลาดหุ้นได้น้อยที่สุด (19%)

 

บทบาทของทีมการเงิน และที่ปรึกษาทางการเงินจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ในการปรับตัวให้ทันต่ออิทธิพลและบทบาทของเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องฝ่ายการเงินขององค์กรและที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาทักษะใหม่ๆ

  • ผู้นำองค์กรในเอเชียแปซิฟิก 60% เชื่อว่าหุ่นยนต์จะมาแทนที่ ผู้ปฏิบัติงานด้านการเงินขององค์กรในอีก 5 ปีข้างหน้า
  • ผู้นำองค์กรในสิงคโปร์ 86% ต้องการความช่วยเหลือจากหุ่นยนต์สำหรับงานด้านการเงิน โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องการจัดงบประมาณและการคาดการณ์ (45%) การอนุมัติทางการเงิน (43%) การปฏิบัติตามระเบียบและการบริหารความเสี่ยง (43%) และการรายงานผล (37%)
  • อย่างไรก็ดี ผู้นำองค์กรในเอเชียแปซิฟิกยังนิยมใช้ผู้ ปฏิบัติงานด้านการเงินขององค์กรมากกว่า ในด้านการสื่อสารกับลูกค้า (41%) การต่อรองขอส่วนลด (34%) และการอนุมัติธุรกรรม (27%)
  • เกือบครึ่งหนึ่ง 48%) ของผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะในจีนกว่า 63% เชื่อว่าหุ่นยนต์จะมาแทนที่ ที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคลในอีก 5 ปีข้างหน้า
  • ผู้บริโภค 79% ต้องการให้หุ่นยนต์ช่วยบริหารการเงินของพวกเขา เพื่อให้พวกเขามีเวลาว่างมากขึ้น (38%) ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น (34%) และช่วยให้ชำระหนี้ตรงเวลามากขึ้น (27%)
  • อย่างไรก็ตามผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก ยังเชื่อถือที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล ในการขอคำแนะนำหรือการตัดสินใจซื้อครั้งสำคัญ เช่น การซื้อบ้าน (37%) การซื้อรถยนต์ (34%) และการวางแผนวันหยุดยาว (33%)

 

เมื่อความสัมพันธ์กับเงินเปลี่ยนแปลง: ยุคแห่งการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อบริหารการเงิน

ในปี 2020 ได้เปลี่ยนแปลงวิธีคิดของผู้บริโภคในเรื่องเงินไปอย่างสิ้นเชิง และยังทำให้องค์กรต่างๆ หันมาทบทวนแนวทางการใช้ AI (ปัญญาประดิษฐ์) และเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการบริหารขั้นตอนทางการเงิน

  • ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก 64% กล่าวว่าการแพร่ระบาดทำให้วิธีการซื้อสินค้าและบริการเปลี่ยนไป
  • ผู้นำองค์กรในเอเชียแปซิฟิก 90% กล่าวว่าองค์กรที่ไม่ทบทวน การดำเนินขั้นตอนทางการเงินนั้นจะต้องประสบกับความเสี่ยง ซึ่งรวมถึงการล้าหลังคู่แข่ง (41%) การรายงานผลที่ไม่แม่นยำ (40%) กำลังการผลิตของพนักงานลดน้อยลง (39%) และคนงานมีความตึงเครียดมากขึ้น (38%)
  • ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก 74% กล่าวว่าเหตุการณ์ในปี 2020 เปลี่ยนแปลงวิธีการบริหารเงินของพวกเขา โดยผู้คนรู้สึกวิตกกังวล (29%) หวาดกลัว (24%) และรู้สึกว่าเงินสดนั้นไม่สะอาด (22%) ซึ่งจริง ๆ แล้ว ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกทุกวันนี้ 1 ใน 3 เน้นย้ำว่า การตั้งเงื่อนไขการชำระเงินที่รับเฉพาะเงินสด ถือเป็นปัญหาใหญ่ของการทำธุรกิจในปัจจุบัน
  • ธุรกิจต่างๆ มีการตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยผู้นำองค์กร 73% ลงทุนติดตั้งเทคโนโลยีการชำระเงินบนระบบดิจิทัล และ 64% สร้างการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ารูปแบบใหม่หรือเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19

 

นายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ ออราเคิล ประเทศไทย

นายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ ออราเคิล ประเทศไทย กล่าวว่า “เทคโนโลยีในปัจจุบันเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม องค์กรภาครัฐ เอกชน และผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมการเงิน ทั้งในเอเชียแปซิฟิกและรวมถึงประเทศไทย มีการนำเทคโนโลยี AI (ปัญญาประดิษฐ์) หรือ โซลูชั่นต่างๆ มาปรับใช้มากขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็น การบริหารจัดการการเงิน การลงทุน การออมเงิน การใช้จ่ายต่างๆ ให้เข้าสู่สังคมไร้เงินสด (cashless society) และ ไร้การสัมผัส (contactless society) จากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งผลงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า AI (ปัญญาประดิษฐ์) จะกลายเป็นตัวช่วยสำคัญให้กับผู้คน และองค์กรในการบริหารจัดการเงินในทุกด้าน รวมไปถึงการลงทุนในด้านต่างๆ ที่มีความเป็นดิจิทัลมากขึ้น ดังนั้นเทคโนโลยีเหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น    เมื่อเราเผชิญกับวิฤตต่างๆ ที่ท้าทาย และไม่สามารถคาดการณ์ได้ในอนาคต ออราเคิลเรามุ่งมั่น ที่จะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อก้าวเข้าสู่ระบบการเงินยุคใหม่ ที่เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และการทำงาน อีกทั้งนำเสนอโซลูชั่นขั้นสูง ด้วยระบบ ERP Cloud ที่จะขับเคลื่อนองค์กร ในการบริหารจัดการระบบบัญชีการเงิน และลดภาระของนักบัญชีการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เพื่อให้ทันต่อโลกที่เปลี่ยนไปในทุกๆ วันครับ”

นอกจากนี้ นายทวีศักดิ์ยังเผยถึงผลประกอบการไตรมาสต์ 3 ของออราเคิล คอร์ปอเรชั่นทั่วโลกนั้น มีผลกำไรจาก ERP Cloud เพิ่มขึ้นจากไตรมาสต์ 2 ถึง 30% ด้วยลูกค้ามากกว่า 7,500 รายทั่วโลก ที่ใช้ AI และ Machine Learning บน Oracle ERP Cloud ในการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ ช่วยประหยัดแรงในการทำงาน และ ยังทำให้องค์กรธุรกิจสามารถมุ่งเน้นในเรื่องการขยายฐานธุรกิจ การสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ได้เพิ่มมากขึ้น

อีกทั้งเมื่อเร็วๆนี้ ออราเคิล ประเทศไทยยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีก โลตัส ประเทศไทย ทั้งในด้านออนไลน์ช็อปปิ้ง และอีกกว่า 2,000 สาขาของ รวมไปถึงโลตัส มาเลเซีย เพื่อสร้างแพลตฟอร์มทางธุรกิจค้าปลีกที่ทันสมัย ด้วยประสิทธิของเทคโนโลยี และโซลูชั่นของออราเคิลอีกด้วย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.oracle.com/erp/money-and-machines  

กระบวนการศึกษา

ผลการวิจัยเกิดจากการสำรวจความคิดเห็นซึ่งจัดทำโดย Savanta, Inc. ระหว่างวันที่ 10 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2563โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลก 9,000 คนจาก 14 ประเทศ (สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส จีน อินเดีย ออสเตรเลีย บราซิล ญี่ปุ่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สิงคโปร์ เม็กซิโก และซาอุดิอาระเบีย) โดยทำการสำรวจถึงแนวคิดและพฤติกรรมของผู้บริโภคและผู้นำองค์กรธุรกิจในเรื่องเงิน การเงิน งบประมาณ รวมถึงบทบาทและความคาดหวังต่อปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ในการรับมือกับภาระงานและการบริหารการเงิน

 

เกี่ยวกับ ออราเคิล

ออราเคิลนำเสนอชุดแอปพลิเคชันแบบบูรณาการที่มาพร้อมระบบคลาวด์ (Oracle Cloud) ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงปลอดภัยและทำงานแบบอัตโนมัติ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับออราเคิล (NYSE:ORCL) ได้ที่เว็บไซต์ www.oracle.com   

เครื่องหมายการค้า

Oracle และ Java คือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของออราเคิล คอร์ปอเรชัน

 

About Maylada

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

VMware เปิดตัว VCF 9.1 ยกระดับ Private Cloud เพิ่มความคุ้มค่าและความปลอดภัย ตอบโจทย์ยุค AI

VMware ได้ประกาศเปิดตัว VMware Cloud Foundation หรือ VCF 9.1 อย่างเป็นทางการ หวังยกระดับ Private Cloud ให้เป็นแพลตฟอร์มที่บริหารจัดการได้ง่าย คุ้มค่าต่อการลงทุน และมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน …