Ingram SUSE

[Guest Post] Google Cloud เสริมนวัตกรรมและประสิทธิภาพในประเทศไทยในปี 2021

ในปีนี้ เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งในชีวิตประจำวันและในทางธุรกิจ สำหรับพวกเราชาว Google Cloud นั่นหมายถึงการสนับสนุนธุรกิจในด้านยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ในช่วงเวลาที่พวกเขาเร่งนำเครื่องมือดิจิทัลมาปรับใช้กับธุรกิจของตน เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจในโลกที่ความต้องการของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ช่วยผู้ค้าปลีกขยายธุรกิจโดยไม่ต้องเพิ่มค่าใช้จ่าย

โควิด-19 ทำให้ผู้คนตระหนักถึงความสะดวกสบายของการช็อปปิ้งออนไลน์มากขึ้น นี่คือประสบการณ์ของบริษัทค้าปลีกชั้นนำอย่าง “บิ๊กซี” ที่หันมาใช้ Google Cloud ในการดำเนินการระบบสำคัญๆ ต่างๆ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด การทำเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของบริษัทบน Google Cloud ทำให้บิ๊กซีสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องแม้มีความต้องการมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถทำการปรับปรุงเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว และเพิ่มโปรโมชั่นและฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้าไปได้โดยไม่เกิดการขัดจังหวะ ทางบริษัทยังได้ใช้ระบบความปลอดภัยระดับสูงของ Google Cloud ในการป้องกันการโจมตีต่างๆ เพื่อปกป้องระบบ ข้อมูล และผู้ใช้

ด้านบริษัท “โฮมโปร” ผู้จำหน่ายสินค้าสำหรับการก่อสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม ซ่อมแซม และปรับปรุงบ้านแบบครบวงจร ได้พัฒนาประสิทธิภาพด้านการตลาดดิจิทัลและการค้นหาผ่านเสิร์ชเอนจินด้วยการย้ายเว็บไซต์และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของบริษัทจากเดิมที่ตั้งอยู่ในบริษัทขึ้นไปไว้บน Google Cloud ช่วยให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายและจัดสรรทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการด้านการเงิน

ธนาคารมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยสามารถเป็นแหล่งเงินทุนให้กับธุรกิจเพื่อกลับมาดำเนินกิจการได้อีกครั้ง และพัฒนาระบบความปลอดภัยต่างๆ ที่จำเป็นหลังการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ในขณะเดียวกันธนาคารยังสามารถให้บริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ของลูกค้ามากขึ้น ผ่านช่องทางดิจิทัลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ รวมไปถึงคนที่อาจจะไม่ถนัดทำธุรกรรมออนไลน์

ตัวอย่างเช่น ธนาคารกรุงไทย ที่เร่งผลักดันโครงการสร้างนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อเพิ่มรายได้และส่งมอบความสามารถในการเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าผ่าน Krungthai NEXT แอปพลิเคชันสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินบนโทรศัพท์มือถือที่สร้างขึ้นให้ไปอยู่บน Google Cloud ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้สามารถปรับขนาดของแอปพลิเคชันเพื่อรองรับฐานลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ แมชชีนเลิร์นนิง (ML) ที่ทำงานผ่านคลาวด์ เพื่อปลดล็อกข้อมูลเชิงลึกของผู้ใช้เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ช่วยองค์กรย้ายการทำงานที่สำคัญๆ ขึ้นไปยังระบบคลาวด์

ระบบ SAP มักจะเป็นระบบศูนย์กลางของการทำงานภายในองค์กร และการโยกย้ายการทำงานบนระบบ SAP ไปยังระบบคลาวด์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย องค์กรด้านไอทีหลายเจ้ามักจะประสบปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมต้นทุนในระยะสั้น (short-term cost) ความยุ่งยาก และความเสี่ยงในการย้ายจากระบบ SAP ไปยังระบบคลาวด์ ด้วยเหตุนี้บางองค์กรจึงไม่กล้าย้ายไปใช้ระบบคลาวด์ ซึ่งอาจทำให้การทำงานกับพันธมิตรทางธุรกิจไม่ค่อยราบรื่น และทำให้คู่แข่งที่ขยับตัวเร็วกว่าได้เปรียบ

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี (SCG) ผู้จัดจำหน่ายปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างชั้นนำของไทย ได้ทำการย้ายการทำงานบนระบบ SAP ไปยัง Google Cloud ช่วยให้ระบบไอทีของบริษัทมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังช่วยเสริมการสร้างนวัตกรรมสู่อนาคตผ่านโครงสร้างภายในที่มีความน่าเชื่อถือ ด้วยการนำ SAP S/4HANA ไปใช้บน Google Cloud เอสซีจีสามารถนำแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือและสามารถปรับขนาดได้ของเราไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนพัฒนาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของแพลตฟอร์มภายในของบริษัท

ลงทุนกับการเชื่อมต่อภายในประเทศไทยเพื่อประโยชน์ของลูกค้า

เราภูมิใจที่เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคลาวด์ที่สนับสนุนการทำงานของธุรกิจในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและผู้ใช้งาน เราได้สร้างจุดเชื่อมต่อภายในประเทศ ซึ่งรวมถึงการติดตั้งจุดเชื่อมต่อแบบคู่ (dual connectivity points) ในสถานที่จัดเก็บเซิร์ฟเวอร์กลาง (neutral colocation facilities) ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ รวมถึงที่ True IDC – North Muang Thong ดาต้าเซ็นเตอร์ของทรู และโครงการ The Cloud ของ CSL โดยลูกค้าจะสามารถเชื่อมต่อกับ True IDC ได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ส่วน The Cloud ของ CSL จะสามารถเชื่อมต่อได้ภายในปีนี้

ภายในปีนี้เราจะติดตั้งระบบเครือข่ายส่วนปลายแบบครบวงจร (Full Network Edge) ในสถานที่เหล่านี้เพื่อให้ลูกค้าและผู้ใช้เข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของ Google Cloud ที่พวกเขาสามารถนำไปใช้สร้างนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย ประโยชน์ของการลงทุนนี้จะขยายไปสู่ระดับภูมิภาคเมื่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสามารถเชื่อมต่อกับ Google Cloud ได้ง่ายขึ้น

เร่งพัฒนานวัตกรรมในปี 2021

แม้ว่าปี 2020 ได้ผ่านไปแล้ว แต่การที่จะอยู่รอดจากโควิด-19 และเติบโตขึ้นได้ในปี 2021 นั้น องค์กรที่จะประสบความสำเร็จคือองค์กรที่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและเปิดรับโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และมียุทธศาสตร์ด้านคลาวด์ 

ในขณะที่ทุกภาคส่วนต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เรายังคงยึดมั่นที่จะให้บริการแพลตฟอร์มคลาวด์ที่ช่วยสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับลูกค้าในประเทศไทยของเราต่อไป

About Maylada

Check Also

Tencent ประกาศเปิดตัวดาต้าเซนเตอร์แห่งแรกในอินโดนีเซีย

Tencent บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จากจีนได้เปิดดาต้าเซนเตอร์แห่งแรกในอินโดนีเซียแล้ว เพื่อรองรับความต้องการที่จะเติบโตขึ้นในอนาคต ในโอกาสเดียวกันนี้ยังเผยแผนที่จะเปิดดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่สองในไทยและเกาหลีใต้ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

[Guest Post] หัวเว่ยเปิดตัวสายผลิตภัณฑ์โซลูชันอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะ ช่วยเสริมโครงสร้างพื้นฐาน ไอซีทีของมหาวิทยาลัยไทยและภาคองค์กรธุรกิจให้พร้อมรับมือทุกสถานการณ์

เมื่อเร็วๆ นี้ หัวเว่ยจัดงาน Huawei Asia Pacific IP Club Carnival 2021 ภายใต้หัวข้อ “พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะเพื่อขับเคลื่อนอนาคตใหม่ให้วงการ” พร้อมเผยว่าโซลูชันด้านการสื่อสารและส่งข้อมูลจะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ และจะช่วยกลุ่มองค์กรธุรกิจรวมถึงสถาบันการศึกษาในประเทศไทยให้สามารถสร้างเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีความยืดหยุ่น …