[Guest Post] เดลล์ เทคโนโลยีส์ เผยนวัตกรรมซอฟต์แวร์สตอเรจใหม่ เร่งระดับการขับเคลื่อนระบบอัตโนมัติ การรักษาความปลอดภัย ความยืดหยุ่นการทำงาน Multi-Cloud

  • เดลล์เพิ่มความสามารถให้กับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสตอเรจผ่านการปรับแต่งซอฟต์แวร์ของระบบกว่า 500 รายการ ทั้งในส่วนของการเพิ่มความสามารถของระบบอัจฉริยะ (intelligence) ระบบอัตโนมัติ (automation) การเคลื่อนย้ายข้อมูล (data mobility) และการรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุมทั้งบนคลาวด์ ทั้ง on-premises ตลอดจนสภาพแวดล้อมการทำงานต่างๆ ของ edge ที่ปลายทางโดยสำหรับลูกค้าที่มีอยู่เดิมสามารถนำไปใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • การเพิ่มขีดความสามารถด้านต่างๆ ของ Dell PowerStore เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแอปพลิเคชันดีขึ้นถึง50 เปอร์เซ็นต์ ความจุเพิ่มขึ้น 66 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านไฟล์ระดับองค์กร (enterprise file) และการบูรณาการต่างๆ ให้สามารถทำงานร่วมกับ  VMware  ได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพดีขึ้น
  • ซอฟต์แวร์ Dell PowerMax เวอร์ชั่นใหม่ช่วยเพิ่มความสามารถในการเตรียมตัว และตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมถึงการกู้คืนระบบให้กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสตอเรจเป็นสองเท่า ทั้งในส่วนของการใช้สถาปัตยกรรม NVMe แบบ end-to-end  และการทำระบบจัดการ และการทำงานของสตอเรจที่มีความเป็นอัตโนมัติมากขึ้น
  • Dell PowerFlex แนะนำบริการ file services ต่างๆ เพื่อทำให้การรวมเวิร์กโหลดทำได้ง่ายขึ้น พร้อมเพิ่มการรองรับไฟล์ (file support) สำหรับแพลตฟอร์มการจัดการคอนเทนเนอร์ (container orchestration) หลักทั้งหมด
นายประหยัด รุ่งสมัยทอง ผู้อำนวยการฝ่าย Presale เดลล์ เทคโนโลยีส์ และนาย นพดล ปัญญาธิปัตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์

 

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศการเพิ่มความสามารถของซอฟต์แวร์ในสายผลิตภัณฑ์สตอเรจชั้นนำของอุตสาหกรรมทั้งหมด เพิ่มประสิทธิภาพของระบบอัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ ความสามารถในการตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์และการกู้คืนระบบให้กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ ตลอดจนเพิ่มความยืดหยุ่นของมัลติ-คลาวด์

“องค์กรต่างๆ ทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยต่างมองมาที่เดลล์เพื่อความช่วยเหลือในการที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถดำเนินการได้เร็วขึ้นในขณะที่ช่วยเปลี่ยนข้อมูลที่องค์กรมีอยู่ในมือให้กลายเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน” นพดล ปัญญาธิปัตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว “เราได้พัฒนาและส่งมอบนวัตกรรมซอฟต์แวร์ครั้งสำคัญครอบคลุมสายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ข้อมูลและทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

แนะนำนวัตกรรมซอฟต์แวร์สตอเรจของเดลล์

ทั้งนี้ ซอฟต์แวร์ที่ล้ำหน้ากว่า 500 รายการใน Dell PowerStore PowerMax และ PowerFlex ให้ข้อมูลเชิงลึกที่เร็วขึ้น ให้การควบคุมข้อมูลบนมัลติคลาวด์ที่ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มความสามารถในการตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีมากขึ้นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับลูกค้าที่มีอยู่เดิม ความก้าวหน้าเหล่านี้คือตัวอย่างล่าสุดของนวัตกรรมซอฟต์แวร์สตอเรจของเดลล์  รวมถึง การเปิดตัว Project Alpine ซึ่งจะนำประสิทธิภาพระดับองค์กร (enterprise capacity) ประสิทธิภาพการทำงานและการปกป้องของซอฟต์แวร์สตอเรจของเดลล์เข้ามาสู่พับบลิคคลาวด์

“IQVIA ใช้พลังของวิทยาศาสตร์ข้อมูล (DATA Science) เพื่อช่วยให้ความเร็วในการพัฒนาทางคลินิกและผลลัพธ์ด้านการดูแลสุขภาพ” ให้แก่ลูกค้า เคน บอยเยอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดเก็บข้อมูลทั่วโลกของ IQVIA กล่าว “การขับเคลื่อนผลลัพธ์แห่งการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องการพันธมิตรด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มุ่งเน้นไปที่นวัตกรรม สตอเรจของเดลล์เทคโนโลยีส์มอบระบบอัตโนมัติ ตลอดจนความปลอดภัย ประสิทธิภาพและความสามารถในการขยายขอบเขตการทำงานที่เราต้องการตามสิ่งที่เราวาดภาพขึ้นใหม่สำหรับวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต (life sciences)”

Dell PowerStore สถาปัตยกรรมใหม่ที่รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของเดลล์ จะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเวิร์กโหลดแบบผสมได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ พร้อมความจุเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 66 เปอร์เซ็นต์ ลูกค้าสามารถวางแผนกลยุทธ์ความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) ได้ดียิ่งขึ้นด้วยการใช้ Metro Replication ที่เป็นความสามารถในซอฟต์แวร์ตัวใหม่ซึ่งกำหนดค่าได้โดยการคลิกเพียงห้าครั้ง ความก้าวหน้าอื่นๆ ของซอฟต์แวร์เพิ่มเข้ามาทำให้องค์กรสามารถทำในสิ่งต่างๆ นี้

  • ให้การสนับสนุนและรักษาความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้นให้กับเวิร์กโหลดไฟล์ ปริมาณงานของไฟล์ด้วย file level retention ตลอดจนถึง native file replication และการรองรับการมอนิเตอร์ไฟล์จาก third-party และการป้องกันแรนซัมแวร์
  • ความสามารถในการทำงานร่วมกับ  VMware ที่ลึกยิ่งขึ้น รวมถึง VMware vSphere® Virtual Volumes™ (vVols) รวมทั้งการกู้คืนความเสียหายที่ง่ายขึ้นด้วยการจำลองแบบ vVols สแนปช็อตระดับ VM และการโคลนที่รวดเร็ว
  • เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดของฮาร์ดแวร์ใหม่ด้วยการรองรับ NVMe แบบ end-to-end และเพิ่มความเร็วเครือข่ายสำหรับการเชื่อมต่อ

Dell PowerMax mission-critical สตอเรจที่มีความปลอดภัยที่สุดในโลก จะแนะนำความสามารถในการตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่แอดวานซ์มากยิ่งขึ้น รวมถึง cyber vaults หรือห้องนิรภัยทางไซเบอร์สำหรับการใช้งาน (deployment) แบบดั้งเดิมและบนเมนเฟรม ความสามารถของ CloudIQ ด้านแรนซัมแวร์ สามารถช่วยตรวจจับการโจมตีทางไซเบอร์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการโดนโจมตีและเพิ่มความเร็วในการกู้คืน ปัจจุบัน PowerMax ให้สแนปช็อตที่ปลอดภัยมากถึง 65 ล้านครั้ง เพื่อเพิ่มปรับปรุงการกู้คืนทางไซเบอร์และเพิ่มประสิทธิภาพพร้อมด้วยการรับประกันการลดข้อมูลแบบ 4:1 ใหม่ การขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ (software-driven) ที่มีการอัปเดตเพิ่มเข้ามาช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถ:

  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยการดำเนินการจัดเก็บสตอเรจอัตโนมัติ เช่น การทำ smart provisioning แบบหลายอาร์เรย์ การเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับเวิร์กโหลด และการมอนิเตอร์สถานะของระบบตลอดจนการแก้ไขการทำงานให้ถูกต้อง
  • ย้ายข้อมูลไปยังพับบลิคคลาวด์ด้วยความรวดเร็วพร้อมการจัดส่งและกู้คืนสแนปช็อตบนคลาวด์ที่เร็วยิ่งขึ้น มาพร้อมกับความพร้อมใช้งานสูงที่ built-in มาในตัวเพื่อลด downtime และกู้คืนได้อย่างง่ายดาย และรวดเร็ว  จาก object storage บนคลาวด์
  • สัมผัสประสบการณ์ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าด้วยเวลาตอบสนองที่ดีขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ในสภาพแวดล้อมแอปพลิเคชันและเมนเฟรมที่ต้องการประสิทธิภาพสูงใน PowerMax ที่อยู่บนใช้ NVMe ใหม่สองรุ่น สำหรับลูกค้าที่มี option  Anytime Upgrade  สามารถใช้ฟังก์ชั่น non-disruptive upgrades เพื่อช่วยให้การ upgrade ไปยังโมเดลใหม่ได้สะดวก และราบรื่นขึ้นด้วย

โครงสร้างพื้นฐานที่กำหนดด้วยซอฟต์แวร์ของ Dell PowerFlex จะรวมเวิร์กโหลดแบบเดิมและแบบใหม่เข้าด้วยกันด้วยบริการ new file services ใหม่ที่อนุญาตให้รวมความสามารถสำหรับทั้ง unified block และไฟล์ให้อยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน PowerFlex ช่วยลดความซับซ้อนของมัลติคลาวด์และ DevOps ด้วยไฟล์ที่กว้างที่สุดและรองรับ block สำหรับ Kubernetes และแพลตฟอร์มการจัดการคอนเทนเนอร์ที่สำคัญทั้งหมดจาก Amazon Google Microsoft Red Hat SUSE และ VMware การอัปเดตเพิ่มเติมช่วยให้ลูกค้าสามารถ:

  • ประหยัดต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) ได้มากขึ้นด้วยการรวมเวิร์กโหลดแบบดั้งเดิมและคอนเทนเนอร์เข้าด้วยกันโดยใช้บริการ unified block และบริการ file storage ครอบคลุมการใช้งานทั้งแบบ bare metal และแบบเวอร์ชวล
  • การปรับใช้ PowerFlex ทำได้ง่ายยิ่งขึ้นผ่านการเชื่อมต่อ NVMe-over-TCP ด้วยเครือข่ายสตอเรจที่อยู่บนมาตรฐานที่สอดคล้องกัน
  • ปรับปรุงการดำเนินงานด้วยความสามารถด้านการประมวลผลแบบครบวงจร ความสามารถในการจัดการวงจรชีวิตของสตอเรจและระบบภายในซอฟต์แวร์ PowerFlex Manager

“องค์กรต่างๆ กำลังมองหาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่จะมอบประสบการณ์ในลักษณะของคลาวด์ไม่ว่าข้อมูลของพวกเขาจะอยู่ที่ใดก็ตามเพิ่มมากขึ้น “เอริค เบอร์เกนเนอร์ รองประธานฝ่ายวิจัย กลุ่ม Infrastructure Systems, Platforms and Technologies Group ของไอดีซี กล่าว “เดลล์ได้ออกแบบซอฟต์แวร์ที่ครอบคลุมเหล่านี้ ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ให้ครอบคลุมสายผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐานมัลติ-คลาวด์ที่กว้างขวางเพื่อมอบประสบการณ์ของระบบอัตโนมัติ ความปลอดภัย และการควบคุมที่ดียิ่งมากขึ้น”

“ลูกค้าของเราเลือกสตอเรจของเดลล์ เทคโนโลยีส์ เพราะสตอเรจของเดลล์เชื่อถือได้และยังมากับนวัตกรรมที่มีความหมายที่ช่วยให้องค์กรสามารถก้าวทันกับสภาพแวดล้อมของทั้งธุรกิจและไอทีที่เปลี่ยนแปลงไป” ไมค์ ไฮนท์เซลมัน รองประธาน Advanced Solutions ของ TD Synnex กล่าว “นวัตกรรมซอฟต์แวร์สำคัญที่นำมาใช้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สตอเรจของเดลล์จะช่วยให้องค์กรต่างๆ ลดความซับซ้อนของการดำเนินงานด้านไอที สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างปลอดภัย และได้รับคุณค่าที่เพิ่มมากขึ้นจากข้อมูลที่มีอยู่”

ความพร้อมในการวางตลาด

  • PowerMax และ Dell PowerStore พร้อมวางตลาดทั่วโลก เริ่มต้นช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2022 เป็นต้นไป
  • PowerFlex พร้อมที่จะออกสู่ตลาดทั่วโลกตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม 2022 เป็นต้นไป

About Maylada

Check Also

QNAP ออกแพตช์อุดช่องโหว่ความรุนแรงสูงบนอุปกรณ์ NAS

QNAP ออกแพตช์อุดช่องโหว่ความรุนแรงสูงใน QTS และ QuTS บนอุปกรณ์ NAS Devices

ลดความซับซ้อน เพิ่มความคุ้มค่าให้กับการลงทุน Server ด้วย Dell PowerEdge Server ที่มาพร้อมกับระบบ Windows Server 2022

ถึงแม้ Cloud จะเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตลาดธุรกิจองค์กร แต่ความต้องการในการใช้งานระบบในแบบ On-Premises เองก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะหลายระบบ IT สำคัญของธุรกิจนั้นยังอาจไม่คุ้มค่าหรือเหมาะสมต่อการนำไปใช้งานบน Cloud อีกทั้งในหลายกรณี ระบบ On-Premises เองก็มีความคุ้มค่าในระยะยาวที่สูงกว่าการใช้ Cloud …