Google จะนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้งาน 100% ในปี 2017

Credit: ShutterStock.com

ในปี 2017 ที่จะถึงนี้ Google จะบรรลุเป้าหมายในการนำพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) เข้ามาใช้งานใน Data Center และสำนักงาน ในสัดส่วน 100% ของพลังงานทั้งหมด

พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) เป็นพลังงานสะอาดที่ได้มาจากแหล่งพลังงานที่ไม่มีวันหมดไป เช่น พลังงานจากแสงอาทิตย์ และพลังงานลม ซึ่งไม่ทำให้เกิดมลภาวะและผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ย้อนกลับไปในปี 2010 ทาง Google เริ่มนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้งานเป็นครั้งแรก ด้วยการเซ็นต์สัญญาซึ้อไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานลมมาใช้งาน เป็นจำนวน 114 เมกะวัตต์ จนมาถึงวันนี้ Google ได้กลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดในโลกที่ซื้อไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนมาใช้ โดยคิดเป็นจำนวน 2.6 กิกะวัตต์ นับรวมทั้งพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม

ในช่วงหกปีที่ผ่านมานั้น ราคาของพลังงานหมุนเวียนได้ปรับตัวลง 60% ถึง 80% ทำให้พลังงานหมุนเวียนกลายเป็นทางเลือกที่สำคัญของ Google เพื่อใช้ภายใน Data Center ของตัวเอง เนื่องจากในระยะยาวนั้นการใช้พลังงานหมุนเวียนมีความคุ้มค่ากว่ามาก และช่วยป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานแบบเดิมได้อีกด้วย ทำให้ Google มีโครงการพลังงานหมุนเวียนถึง 20 โครงการ ใช้งบประมาณในการลงทุนไปแล้วกว่า 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งโครงการเหล่านี้ยังช่วยสร้างรายได้ให้กับผู้คนในท้องถิ่นนั้นๆได้อีกด้วย

ที่มา : https://blog.google/topics/environment/100-percent-renewable-energy/


About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนมือใหม่ผู้หลงใหลใน Enterprise IT และซูชิ

Check Also

“ROI” ของแพลตฟอร์ม Low-Code ที่องค์กรธุรกิจอาจไม่รู้ [Guest Post]

โดย นายเติมศักดิ์ วีรขจรพงษ์ รองประธานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอาท์ซิสเต็มส์ ภายใต้แรงกดดันของการนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้าและพนักงาน ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนระบบภายในองค์กรธุรกิจที่มีอยู่สำหรับรับมือกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป ฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช (Forrester Research) ประเมินว่าภายในสิ้นปี 2564 …

Microsoft แจกฟรี เอกสารภาษาไทย “เตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานแบบ Hybrid Work ไม่ยากอย่างที่คิด”

Hybrid Work เป็นหัวข้อที่ถูกปฏิบัติใช้จริงภาคบังคับให้อย่างแพร่หลายจากสถานการณ์ของการแพร่ระบบจากโคโรน่าไวรัส แม้ว่าปัจจุบันผู้คนจะกลับมาใช้ชีวิตเข้าออฟฟิศกันเกือบปกติแล้วก็ตาม ที่สิ่งที่ต่างออกไปคือความรู้สึกและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เพราะมีผู้คนมากมายได้สัมผัสถึงคุณภาพชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่งและหลายคนก็ชอบเสียด้วย เมื่อพฤติกรรมการทำงานเปลี่ยนไปตัวองค์กรเองก็ต้องมองหากลยุทธ์เพื่อรับมือกับวิธีการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้นด้วย ซึ่งแต่ละคนก็ตีความบริบทการทำ Hybrid Work ต่างกัน อนึ่ง Microsoft เองที่เป็นผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ระดับองค์กรมาอย่างยาวนานที่มีประสบการณ์ช่วยเหลือธุรกิจมากมาย จึงได้แจกเอกสารฟรีเพื่อเป็นแนวทางเชิงความคิด …