Google เปิดตัวพรีวิวโมเดลเน้นความเร็ว Gemini 3.1 Flash-Lite 

Google ได้เปิดตัว Gemini 3.1 Flash-Lite ซึ่งเป็นสมาชิกใหม่ล่าสุดในซีรีส์โมเดลปัญญาประดิษฐ์แบบมัลติโหมด Gemini

Credit: Google

วิศวกรของบริษัทได้พัฒนาอัลกอริทึมนี้โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าด้านต้นทุนเป็นหลัก โดย Gemini 3.1 Pro ซึ่งเป็นโมเดลที่มีความสามารถสูงสุดของ Google มีราคาเริ่มต้นที่ 2 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเค็นอินพุต และ 18 ดอลลาร์ต่อหนึ่งล้านโทเค็นเอาต์พุต ซึ่งอัตราเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นอย่างมากสำหรับภาระงานที่ซับซ้อน ในขณะที่ Gemini 3.1 Flash-Lite มีราคาเพียง 0.25 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเค็นอินพุต และมีค่าใช้จ่ายในการสร้างโทเค็นเอาต์พุต อยู่ที่ 1.50 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเค็น

Google ระบุว่าอัลกอริทึมนี้ยังมีความเร็วที่เหนือกว่าโมเดล Gemini อื่น ๆ โดยในการทดสอบภายใน บริษัทได้เปรียบเทียบกับ Gemini 2.5 Flash ซึ่งเป็น AI รุ่นก่อนหน้าที่มีการปรับแต่งเพื่อความคุ้มค่าเช่นเดียวกัน ผลปรากฏว่า Gemini 3.1 Flash-Lite มีความเร็วในการสร้างคำตอบโดยรวมสูงกว่าถึง 45% ในขณะที่ระยะเวลาที่ผู้ใช้ต้องรอจนกว่าโทเค็นแรกจะปรากฏนั้นสั้นลงถึง 2.5 เท่า

โมเดลนี้สามารถประมวลผลพรอมต์แบบมัลติโหมดที่มีข้อมูลสูงสุดถึง 1 ล้านโทเค็นและสร้างคำตอบที่เป็นข้อความได้สูงสุด 64,000 โทเค็น ซึ่งข้อความดังกล่าวสามารถรวมถึงโค้ดซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ Gemini 3.1 Flash-Lite สร้างสินทรัพย์ในลักษณะภาพ เช่น แดชบอร์ดสำหรับระบบธุรกิจอัจฉริยะ จากโค้ดได้

Google ได้ทำการทดสอบเบนช์มาร์กจำนวน 11 รายการเพื่อประเมินคุณภาพของผลลัพธ์โดย Gemini 3.1 Flash-Lite สามารถทำคะแนนสูงสุดได้ใน 6 การทดสอบ เอาชนะ GPT-5 mini และ Claude 4.5 Haiku ของ Anthropic หนึ่งในเบนช์มาร์กที่โมเดลนี้ทำคะแนนได้แม่นยำกว่าคือ GPAQ Diamond ซึ่งประกอบด้วยคำถามทางวิทยาศาสตร์ระดับปริญญาเอกเกือบ 200 ข้อ

โมเดลนี้ทำคะแนนได้ 16% ใน HLA ซึ่งเป็นหนึ่งในเบนช์มาร์กของ AI ที่ยากที่สุดในโลก ส่วน Gemini 3.1 Pro ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุดของ Google ทำคะแนนได้ 44.4%

บริษัทมองเห็นว่าเหล่านักพัฒนาจะใช้ Gemini 3.1 Flash-Lite สำหรับงานที่มีปริมาณมากและไม่ต้องการความสามารถในการใช้เหตุผลที่ซับซ้อนมากนัก ยกตัวอย่างเช่น ผู้ให้บริการตลาดอีคอมเมิร์ซสามารถใช้โมเดลนี้เพื่อแปลรายการสินค้าจากบุคคลที่สาม และบล็อกรายการสินค้าที่ละเมิดข้อกำหนดการให้บริการ นอกจากนี้โมเดลยังเหมาะกับงานเฉพาะทางอื่น ๆ โดยวิดีโอสาธิตที่ Google โพสต์แสดงให้เห็นถึงนักพัฒนาที่ใช้ Gemini 3.1 Flash-Lite เพื่อสร้างแดชบอร์ดติดตามสภาพอากาศด้วยพรอมต์ภาษาธรรมชาติ และในการสาธิตอีกชุด โมเดลได้เพิ่มรายการสินค้าจำลองหลายร้อยรายการลงในต้นแบบเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

โมเดลใหม่นี้มีพื้นฐานมาจาก Gemini 3 Pro ซึ่งเคยเป็นโมเดลหลักด้านการใช้เหตุผลของ Google จนถึงเมื่อไม่นานมานี้ โดยอัลกอริทึมหลังนี้ใช้สถาปัตยกรรมแบบ mixture-of-experts ซึ่งหมายความว่ามันจะเปิดใช้งานพารามิเตอร์เพียงบางส่วนเพื่อตอบคำถามเท่านั้น วิธีการนี้ช่วยลดต้นทุนของอินเฟอเรนซ์ลง

Gemini 3.1 Flash-Lite เปิดให้ใช้งานแล้วในเวอร์ชันพรีวิวผ่านชุดบริการ AI ที่ชื่อว่า Vertex AI บน Google Cloud นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงได้ผ่านเครื่องมือสร้างโค้ด Google AI Studio ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันแบบง่ายๆ ด้วยพรอมต์ภาษาธรรมชาติได้

ที่มา: https://siliconangle.com/2026/03/03/google-launches-speedy-gemini-3-1-flash-lite-model-preview/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ