ฟอร์ติเน็ต ย้ำคำมั่น พัฒนาผลิตภัณฑ์ปลอดภัยทุกกระบวนการ พร้อมนโยบายเปิดเผยช่องโหว่อย่างรับผิดชอบ [PR]

จิม ริชเบิร์ก หัวหน้าฝ่าย Cyber Policy และ Global Field ฟอร์ติเน็ต เปิดเผยว่า “ฟอร์ติเน็ต มีพันธกิจที่ยาวนานในการเป็นแบบอย่างเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเปิดเผยช่องโหว่ด้านความปลอดภัยอย่างมีจรรยาบรรณและรับผิดชอบ และด้วยความมุ่งมั่นดังกล่าว ฟอร์ติเน็ตจึงได้วางแนวทางในเชิงรุกเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดทั้งในอุตสาหกรรมและในระดับสากล พร้อมยึดมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดครอบคลุมทุกแง่มุมธุรกิจ โดยเราชื่นชมในข้อเรียกร้องอย่างต่อเนื่องของ CISA เพื่อให้อุตสาหกรรมปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าว และชื่นชมความตั้งใจของ CISA ในการทำงานร่วมกับฟอร์ติเน็ตเพื่อพัฒนาเป้าหมายสำคัญเหล่านี้ อีกทั้งเรายังมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมผู้คนอื่นๆ ในชุมชนเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ ให้ร่วมกันสนับสนุนความพยายามในการรักษาความปลอดภัยให้กับองค์กรต่างๆ”

ฟอร์ติเน็ต ผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลกที่ขับเคลื่อนการผสานรวมของระบบเน็ตเวิร์กกิ้งและซีเคียวริตี้  ประกาศถึงการสานต่อพันธกิจอันยาวนาน เรื่องการรับผิดชอบต่อความโปร่งใสอย่างตรงไปตรงมา (Radical Transparency) ในฐานะของผู้เซ็นสัญญาข้อตกลง Secure by Design Pledge รายแรกๆ ซึ่งเป็นข้อตกลงที่พัฒนาขึ้นโดยสำนักความมั่นคงโครงสร้างพื้นฐานและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ Cybersecurity and Infrastructure Security Agency (CISA) คำมั่นสัญญาในระดับอุตสาหกรรมดังกล่าวพัฒนาและต่อยอดจากแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านความมั่นคงปลอดภัยของซอฟต์แวร์ของฟอร์ติเน็ต ซึ่งรวมถึงแนวทางที่พัฒนาโดย CISA สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ (NIST) หน่วยงานกลางของภาครัฐ ตลอดจนพันธมิตรในระดับสากลและอุตสาหกรรมต่างๆ โดยพันธสัญญาระบุถึงเป้าหมาย 7 ข้อ รวมถึงนโยบายการเปิดเผยข้อมูลช่องโหว่ซึ่งกลายเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ของฟอร์ติเน็ต

เดินหน้าพันธกิจของฟอร์ติเน็ต ตามหลักการการออกแบบระบบที่มั่นคงปลอดภัย (Secure by Design Principles) และกระบวนการเปิดเผยอย่างรับผิดชอบ (Responsible Disclosure Processes)

แนวคิดริเริ่มล่าสุดของ CISA สอดคล้องกับกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของฟอร์ติเน็ตที่มีอยู่แล้วอย่างลงตัว ที่ยึดตามหลักการ Secure-by-Design และ Secure-by-Default อยู่แล้ว โดยฟอร์ติเน็ตมุ่งมั่นในการยึดหลักการตรวจสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอนของวงจรการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกผลิตภัณฑ์มีการออกแบบเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่แรกเริ่มตลอดจนสิ้นสุดการใช้งาน ด้วยแนวทางดังต่อไปนี้

  • วงจรการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างปลอดภัย (SPDLC) ฟอร์ติเน็ตปรับกระบวนการขององค์กรให้สอดคล้องกับมาตรฐานชั้นนำ รวมถึง NIST 800-53 NIST 800-161 NIST 800-218 US EO 14028 และพระราชบัญญัติความปลอดภัยในโทรคมนาคมของสหราชอาณาจักร (UK Telecom Security Act)
  • การทดสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อย่างเข้มงวด ฟอร์ติเน็ตใช้เครื่องมือและเทคนิค เช่น การทดสอบความปลอดภัยของแอปพลิเคชันแบบสแตติก (SAST) และการวิเคราะห์องค์ประกอบซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นในกระบวนการสร้าง การทดสอบความปลอดภัยของแอปพลิเคชันแบบไดนามิก (DAST) การสแกนช่องโหว่ และการทดสอบเพื่อหาข้อผิดพลาด (Fuzzing) ก่อนเปิดให้ใช้งานในแต่ละครั้ง รวมถึงการทดสอบการแทรกแซง (Penetration Testing) และการตรวจสอบรหัสแบบ Manual
  • Trusted Supplier Program โปรแกรมช่วยสร้างความมั่นใจในคุณสมบัติและการคัดเลือกพันธมิตรผู้ผลิตรายหลักอย่างเข้มงวด ฟอร์ติเน็ตปฏิบัติตามมาตรฐาน NIST 800-161: แนวปฏิบัติการจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของซัพพลายเชนสำหรับระบบและองค์กร ซึ่งฟอร์ติเน็ตให้ความมุ่งมั่นเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล โดยสอดแทรกอยู่ทุกภาคส่วนของธุรกิจ และในทุกขั้นตอนของกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต และการส่งมอบ
  • โปรแกรมความปลอดภัยของข้อมูล โปรแกรมความปลอดภัยของข้อมูลของฟอร์ติเน็ต อยู่บนพื้นฐานที่สอดคล้องตามมาตรฐานและกรอบการป้องกันความปลอดภัยชั้นนำในอุตสาหกรรม รวมถึง ISO 27001/2 ISO 27017 และ 27018 และ NIST 800-53 รวมถึงข้อบังคับเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เช่น GDPR และ CCPA
  • การรับรองจากบุคคลที่สาม (Third-party) ผลิตภัณฑ์ของฟอร์ติเน็ตได้รับการรับรองตามมาตรฐานเป็นหลักและผ่านการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์จากหน่วยงานนอก ไม่ว่าจะเป็น NIST FIPS 140-2 และ NIAP Common Criteria NDcPP / EAL4+

นอกจากนี้ ทีมตอบสนองเหตุการณ์ความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ของฟอร์ติเน็ต (PSIRT – Fortinet Product Security Incident Response Team) จะเป็นผู้ดูแลในการรักษามาตรฐานความปลอดภัยสำหรับผลิตภัณฑ์ของฟอร์ติเน็ต และดำเนินการด้าน PSIRT ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรแกรมที่แข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรม รวมถึงการเปิดเผยช่องโหว่ด้านความปลอดภัยอย่างโปร่งใสในเชิงรุก โดยเกือบ 80% ของช่องโหว่ของฟอร์ติเน็ตที่ถูกพบในปี 2023 เป็นการระบุจากภายในองค์กรผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดของบริษัท  การดำเนินการเชิงรุกนี้ทำให้สามารถพัฒนาและแก้ไขปัญหาได้ก่อนที่จะเกิดการใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด  ทั้งนี้ฟอร์ติเน็ตมีการทำงานร่วมกับลูกค้า นักวิจัยด้านความปลอดภัยอิสระ ที่ปรึกษา องค์กรในอุตสาหกรรม และผู้ให้บริการรายอื่นๆ ในการปฏิบัติภารกิจ PSIRT ขององค์กรให้สำเร็จ

เพื่อผลักดันความทุ่มเทที่มีต่อวัฒนธรรมด้านความโปร่งใสที่ตรงไปตรงมาด้วยความรับผิดชอบ ฟอร์ติเน็ตมีพันธกิจที่ยาวนานในการสร้างพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนที่สอดคล้องกับพันธกิจของบริษัท ซึ่งรวมถึง

  • ในการเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของ Network Resilience Coalition ฟอร์ติเน็ตช่วยนำเสนอโซลูชันที่ให้ผลลัพธ์จริง ในการปกป้องเครือข่ายและข้อมูลที่ละเอียดอ่อน รวมถึงแก้ปัญหาเพื่อตอบโจทย์เรื่องการไม่อัปเดตและไม่มีการลงแพทช์ทั้งในส่วนของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์
  • จากการเป็นสมาชิกของ Joint Cyber Defense Collaborative (JCDC) ซึ่งก่อตั้งโดย CISA ในปี 2021 ฟอร์ติเน็ตทำงานร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในการรวบรวม วิเคราะห์ และแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการปกป้องและป้องกันภัยคุกคามในเชิงรุกมากขึ้น
  • ในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้ง Cyber Threat Alliance (CTA) ฟอร์ติเน็ตแบ่งปันข่าวกรองด้านภัยคุกคามอย่างทันท่วงทีกับผู้ปฏิบัติงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์รายอื่นๆ เพื่อให้สามารถปกป้องลูกค้าจากผู้คุกคามได้ดียิ่งขึ้น
  • จากการทำงานร่วมกับผู้นำระดับโลกในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้งของศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (C4C) ของ World Economic Forum ฟอร์ติเน็ตส่งเสริมการแบ่งปันข่าวกรองภายในอุตสาหกรรมเพื่อลดการโจมตีทางไซเบอร์ในระดับโลกและขัดขวางอาชญากรรมทางไซเบอร์

“เราได้เรียนรู้จากหลายภาคส่วนหลายต่อหลายครั้งด้วยกันว่า ความโปร่งใสให้ผลลัพธ์ที่ดีทั้งกับสังคมและผู้บริโภค ซึ่งไม่ต่างอะไรกับภาคอุตสาหกรรมด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ที่ความโปร่งใส หมายรวมถึงเรื่องการค้นหา บรรเทา และเปิดเผยช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในวงกว้างอย่างรับผิดชอบ ฟอร์ติเน็ตได้ตอบรับความโปร่งใสด้วยความรับผิดชอบ โดยสร้างหลักการที่ชัดเจนในการจัดการเรื่องการสื่อสารและการวิเคราะห์ช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ความเป็นผู้นำของบริษัทในเรื่องดังกล่าว นับเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ควรสื่อสารอย่างไรกับลูกค้าและสาธารณชนในวงกว้าง” ไมเคิล แดเนียลส์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Cyber Threat Alliance (CTA) กล่าว

“การทุ่มเทกับแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบ Secure-by-Design คือรากฐานสำคัญของความมั่นคงปลอดภัยที่แข็งแกร่ง เราเห็นผู้ประกอบการรายใหญ่อย่างฟอร์ติเน็ตนำร่องด้วยการดำเนินการตามและประยุกต์ใช้หลักการเหล่านี้ในทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีการนำหลักการเหล่านี้ไปใช้เป็นแนวทางในกรอบการทำงาน Essential Eight ของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการเดินหน้ายกระดับความมั่นคงปลอดภัยร่วมกัน” ปีเตอร์ เจนนิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ของออสเตรเลีย และสมาชิกของคณะที่ปรึกษากลยุทธ์ของฟอร์ติเน็ต กล่าว

“การระบุและประเมินความเสี่ยง คือสององค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการบริหารจัดการความเสี่ยง ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสนามรบหรือกำลังปกป้องสภาพแวดล้อมด้านไอทีก็ตาม แนวทางที่โปร่งใสของฟอร์ติเน็ตในการเปิดเผยช่องโหว่ รวมถึงการแบ่งปันข่าวกรองด้านภัยคุกคาม คือสิ่งที่อุตสาหกรรมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ควรนำมาเป็นแบบอย่างในวงกว้าง” นาวาอากาศเอก ริชาร์ด เชอรีฟฟ์ นายทหารเกษียณของนาโต้ กล่าว

“ในสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน การเพิ่มความโปร่งใสคือสิ่งสำคัญยิ่งในการช่วยให้ทุกองค์กรมีความปลอดภัยมากขึ้น นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้เห็นฟอร์ติเน็ตยืนหยัดอยู่แถวหน้าในการตอบรับเรื่องความโปร่งใสอย่างตรงไปตรงมา ในการเดินหน้าแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับช่องโหว่ความปลอดภัยและข้อมูลภัยคุกคาม” ซูซานน์ สพอลดิง, อดีตรองอธิบดี กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ กล่าว

“การร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนคือสิ่งสำคัญและจะยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีแต้มต่อนำหน้าภัยคุกคามทางไซเบอร์ ในฐานะสมาชิกคณะกรรมการบริษัทของฟอร์ติเน็ต ผมเห็นด้วยและชื่นชมวิธีการที่ผู้นำด้านไซเบอร์ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการแบ่งปันข่าวกรองด้านภัยคุกคามอย่างโปร่งใส อีกทั้งสนับสนุนความมุ่งมั่นในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของชาติ” พลเรือเอกเจมส์ สตาวริดิส อดีตนายพลนาวิกโยธิน 4 ดาว และผู้บัญชาการทหารสูงสุดของนาโต้ กล่าว

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

About chanphen

Check Also

Microsoft Defender for Endpoint เปิด Public Preview รองรับ Linux Desktop ใช้ Agent เดียวกับ Linux Server

Microsoft เปิด Public Preview ให้ Microsoft Defender for Endpoint ปกป้อง Linux workstation ได้แล้ว ครอบคลุมทั้ง EDR, …

Bank of America ทุ่มงบหลักร้อยล้านเหรียญ จ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอก 1,000 ราย อุดช่องโหว่ซอฟต์แวร์หลัง Mythos เผยจุดเสี่ยง

Bank of America ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอกมากถึง 1,000 ราย เพื่อเข้ามาช่วยทีมงานภายในเร่งอุดช่องโหว่ของระบบ หลังจากโมเดล AI อย่าง Mythos จาก Anthropic เผยให้เห็นจุดเสี่ยงที่อาจถูกโจมตีได้ โดย …