พบปัญหา Search ใน Windows 10 ใช้ไม่ได้ชั่วคราว

มีรายงานพบปัญหาฟังก์ชัน Search ใน Windows 10 ทั้งใน Start menu และ File Explorer ใช้การไม่ได้ชั่วคราว

credit : Bleepingcomputer

ปัญหาที่ฟังก์ชัน Search ใน Windows 10 ทั้งใน Start menu และ File Explorer ใช้การไม่ได้ชั่วคราว ซึ่งจะไม่ปรากฏผลลัพธ์อะไรขึ้นมาตามภาพด้านบน คาดว่าปัญหานั้นเกิดจากการรวม Bing Search เข้ามาใน Windows อย่างไรก็ตามปัจจุบัน Microsoft รับทราบและแก้ไขแล้ว ดังนั้นผู้ใช้งานไม่น่าจะมีปัญหา เป็นการแจ้งเตือนในกรณีหากมีคนพบปัญหาครับ

วิธีการแก้ไขใน Registry ทำได้ดังนี้

  • กดปุ่ม Windows + R เพื่อใช้ Run ใช้ Regidit (Registry)
  • เข้าไปที่ HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Search
  • คลิกขวาที่ Search เลือก New-> DWORD(32-bit) Value (ตามรูป) 
  • ตั้งชื่อเป็น ‘BingSearchEnabled’ และค่า Vaule = 0 
  • หาไฟล์ใน Search ที่ชื่อ CortanaConsent และตั้ง value = 0
  • Restart Windows Explorer
credit : Bleepingcomputer

หากต้องการเปิด integrate Bing กับ Search เพียงแค่เปลี่ยนค่าไฟล์ทั้งคู่เป็น 1

ที่มา :  https://www.bleepingcomputer.com/news/microsoft/windows-10-search-is-broken-and-shows-blank-results-how-to-fix/



About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

รู้จัก Zero-Touch และ One-Touch Provisioning สองสิ่งที่ทำให้ Aruba SD-Branch ติดตั้งใช้งานได้ง่าย

จุดเด่นหนึ่งของโซลูชัน SD-WAN ที่เป็นสากลนั้นก็คือความง่ายดายในการติดตั้งใช้งาน เพื่อให้การขึ้นระบบ SD-WAN ที่มักกระจายอยู่หลายสาขาในพื้นที่ที่ห่างไกลกันและกันนั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และไม่ต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้เชิงเทคนิคในการติดตั้งอุปกรณ์ที่แต่ละสาขา ซึ่ง Aruba SD-Branch ที่ครอบคลุมความสามารถ SD-WAN เองก็สามารถตอบโจทย์เรื่องความง่ายดายนี้ได้ด้วยสองเทคนิคที่มีชื่อว่า Zero-Touch Provisioning (ZTP) และ One-Touch Provisioning (OTP) นั่นเอง

Facebook เผยเริ่มใช้ QUIC และ HTTP/3 กับผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 75% แล้ว

Facebook ได้ออกมาเขียน Technical Blog ถึงการเปลี่ยนการเชื่อมต่อจากผู้ใช้งาน Facebook ให้กลายเป็น QUIC และ HTTP/3 สำเร็จไปแล้วกว่า 75% ของทราฟฟิกที่เชื่อมต่อเข้ามายัง Facebook ทั้งหมดในเวลานี้ และพบว่า QUIC สามารถช่วยให้ประสบการณ์ของผู้ใช้งานดีขึ้นได้เป็นอย่างมาก