Equifax 1 ใน 3 บริษัทฐานข้อมูลด้านการเงินและสินเชื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ชี้แจงหลังบริษัทถูกแฮ็ค ส่งผลให้ข้อมูลส่วนบุคคลของชาวอเมริกันกว่า 143 ล้านคนหรือเกือบครึ่งสหรัฐฯ รั่วไหลสู่สาธารณะ

Equifax ออกมายอมรับว่าบริษัทถูกโจมตีระหว่างกลางเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้ข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ ชื่อผู้ใช้ หมายเลขบัตรประชาชน และวันเกิด ของชาวสหรัฐฯ รวมแล้วประมาณ 143 ล้านคน และข้อมูลหมายเลขใบขับขี่ รวมไปถึงหมายเลขบัตรเครดิตของอีกประมาณ 209,000 คนรั่วไหลสู่สาธารณะ นอกจากนี้ Equifax ยังระบุอีกว่า มีข้อมูลส่วนบุคคลของชาวแคนาดาและสหราชอาณาจักรที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ หลุดออกไปอีกด้วย
Equifax พบว่าระบบถูกเจาะและข้อมูลถูกขโมยออกไปเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่ทราบเหตุผลแน่ชัดที่ Equifax เพิ่งออกมาแจ้งเตือนลูกค้าหลังทราบเหตุการณ์นานถึง 6 สัปดาห์
นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวอีกว่า John Gamble (CFO), Joseph Loughran และ Rodolfo Ploder 3 ผู้บริหารระดับสูงของ Equifax ได้ดำเนินการขายหุ้นมูลค่าเกือบ $2,000,000 (ประมาณ 66,200,000 บาท) 1 วันหลังจากที่บริษัททราบว่าฐานข้อมูลลูกค้าถูกแฮ็ค
ขณะนี้ Equifax กำลังดำเนินการสืบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว และแนะนำให้ลูกค้าของ Equifax ทุกคนตรวจสอบว่าข้อมูลของตนถูกขโมยออกไปหรือไม่ได้ที่ http://www.equifaxsecurity2017.com/
ที่มา: http://thehackernews.com/2017/09/equifax-credit-report-hack.html
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






