สรุปงาน Datadog Live Bangkok จัดเต็มด้านนวัตกรรม Observability และ Security เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งาน รองรับเทคโนโลยีปัจจุบันและอนาคตเพื่อลูกค้า

ธุรกิจมักคาดหวังถึงบริการที่รวดเร็ว ไม่มีสะดุด พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา มอบประสบการณ์ที่พิเศษสุดแก่ผู้ใช้งาน แต่เป้าหมายเหล่านั้นกลับนำมาซึ่งความท้าทายจากเทคโนโลยีใหม่ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น คลาวด์, Container หรือแนวทางการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ Cloud native นำไปสู่ความซับซ้อนใหม่ที่องค์กรต้องเผชิญ จะเห็นได้ว่าองค์กรต้องใช้เครื่องมือมากมาย สำหรับการติดตามระบบต่างๆที่ไม่สามารถบูรณาการภาพทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียวกันได้ สิ้นเปลืองทั้งกำลังในการแก้ปัญหาและต้นทุนที่ต้องจ่าย

Datadog ผู้นำในโซลูชันด้าน Observability จึงได้จัดงาน ‘Datadog Live Bangkok’ ขึ้นเพื่อแนะนำโซลูชัน Observability ที่จะช่วยรวมศูนย์การมองเห็นระบบต่างๆขององค์กรได้แบบครบวงจร รวมไปถึงกรณีศึกษาจากภาคธุรกิจไทยที่ได้นำ Datadog เข้าไปใช้ในองค์กรในมุมมองต่างๆ ทีมงาน TechTalkThai ขอรวบรวมประเด็นสำคัญมาให้ทุกท่านได้ติดตาม ผ่านบทความนี้ครับ

ทุกวันนี้องค์กรต้องเผชิญความซับซ้อน จากเครื่องมือติดตามระบบมากมายใช้งานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเราพบว่าแต่ละองค์กรอาจมีเครื่องมือเหล่านี้ระหว่าง 10-30 ตัวเลยทีเดียว ในด้านการใช้งานก็ไม่สะดวกนัก เพราะผู้ใช้ต้องคอยสลับเครื่องมือไปมาเพื่อรวบรวมข้อมูล ซึ่ง Datadog เราได้นำเสนอแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ที่จะช่วยให้องค์กรได้มองเห็นระบบแบบรอบด้านไม่ว่าท่านจะใช้งานแบบ On-premise, Hybrid และ Multi-cloud” — คุณ Audra Chaiyakul, Strategic Account Executive, Datadog กล่าวต้อนรับทุกท่าน

Observability เป็นก้าวถัดไปที่องค์กรควรมองหาเพื่อต่อกรกับความซับซ้อน จากประสบการณ์ของแอปพลิเคชันที่เปลี่ยนไป ทั้งจากฝั่งของผู้ใช้ที่อาจมาจากหลายอุปกรณ์ โครงสร้างพื้นฐานที่หลากหลายไม่ได้จำกัดเพียง On-premise อีกต่อไป เส้นทางของเครือข่ายมีหลายเส้นทาง ตลอดจนกระบวนการพัฒนาแอปพลิเคชัน ซึ่งความสามารถวิเคราะห์การทำงานแบบรอบด้านจึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ เพื่อช่วยในการแก้ปัญหา หรือ พัฒนาคุณภาพบริการให้ดียิ่งขึ้น

อัตราการเติบโตของ Datadog อย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย ยังได้ตอกย้ำภาพความเป็นผู้นำในโซลูชัน Observability อย่างชัดเจน โดยปัจจุบัน Datadog ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจในประเทศไทยมากกว่า 200 ราย ด้วยการเติบโตถึง 48% ต่อปี และลูกค้าเก่ายังมีอัตราการเปิดการใช้งานเพิ่มขึ้นถึงปีละ 38%” — คุณ Audra กล่าวทิ้งท้าย เพื่อตอกย้ำการเติบโตที่น่าประทับใจในตลาดประเทศไทย

แนวโน้มการเติบโตขึ้นของข้อมูลได้สร้างความท้าทายให้แก่องค์กรไม่น้อย แต่การจัดเก็บข้อมูลเพียงอย่างเดียวจะไม่เกิดประโยชน์ หากองค์กรไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆเข้าด้วยกันได้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการคาดการณ์โอกาสเกิดปัญหาล่วงหน้า นั่นคือประเด็นสำคัญที่ คุณ Yadi Narayana, Field CTO จาก Datadog ได้ชี้ให้ผู้ฟังได้เห็น

Datadog เป็นโซลูชันด้าน Observability ที่ช่วยให้องค์กรสามารถเข้าใจบริบทของข้อมูล นำไปสู่การตัดสินใจที่เหมาะสม โดยหลายปีที่ผ่านมา Datadog ได้มุ่งหน้าพัฒนาความสามารถรุดหน้าไปมาก โดยปัจจุบันได้มุ่งเน้นไปกับกระแสหลักของโลกอย่าง AI และล่าสุดก็ได้นำเสนอนวัตกรรม AI ผ่านโซลูชันที่ชื่อว่า ‘Bits AI’ ประกอบด้วย

credit : Datadog
  • Bits AI Dev – AI Agent ที่ช่วยเฝ้าสังเกตข้อมูลในด้านการพัฒนาโค้ด เช่น การรับรู้ถึงความจุดที่ผิดพลาด การช่วยแก้ไขปัญหา แม้กระทั่งมุมด้านความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด
credit : Datadog
  • Bits AI SRE – AI ที่ช่วยสืบค้นการแจ้งเตือนที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด (incident) และคอยเรียนรู้การตอบสนองต่างๆที่เกิดขึ้น
credit : Datadog
  • Bits AI Security Analyst – ช่วยยกระดับการทำงานที่องค์กรท่วมท้นไปด้วยการแจ้งเตือน โดย AI จะเชื่อมต่อกับ Datadog Cloud SIEM และองค์ความรู้จากทีมงานด้านความมั่นคงปลอดภัยของ Datadog และ MITRE ATT&CK เข้ามาวิเคราะห์เหตุการณ์ถึงระดับความเป็นภัย โดยให้เหตุผลประกอบได้ในแต่ขั้นตอนการวิเคราะห์

นอกจากนี้ Datadog ยังเน้นในเรื่องของการตอบสนองได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งจะเห็นได้จากความสามารถในการเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องมืออื่นๆ ได้ถึง 900 รูปแบบ ทั้งนี้ Datadog ได้นำเสนอความสามารถออกเป็นแง่มุมต่างๆ เช่น การวิเคราะห์และลำดับความสำคัญของเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัย การวิเคราะห์ประสิทธิภาพของการให้บริการ รวมไปถึงมุมมองที่เสริมประสิทธิภาพในกระบวนการพัฒนาโค้ด โดยใจความสำคัญก็คือ Datadog เป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเฝ้าสังเกตในมุมมองได้ด้วยแพลตฟอร์มเดียว ทำให้ทุกทีมมองเห็นภาพการทำงานได้ในมุมมองเดียวกัน

Datadog ให้ความสำคัญกับการเติบโตในตลาดประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งภายในงานครั้งนี้ทีมงานยังได้เชิญ 4 องค์กรธุรกิจสำคัญในประเทศไทย ที่เลือกใช้ Datadog เป็นเครื่องมือสำคัญในแง่มุมต่าง ดังนี้

  • PTTEP (ปตท.สผ.) – แผนการสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อผสานทุกส่วนงานในองค์กรเข้าด้วยกัน เป็นเรื่องท้าทายอย่างมากสำหรับทีม ปตท.สพ. จากข้อมูลที่กระจายตัวกัน เครื่องมือที่หลายหลาย และประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัย นั่นทำให้การแก้ปัญหานั้นเป็นไปได้ล่าช้า โดย Datadog ได้ถูกใช้ในการช่วยค้นหาช่องโหว่ของ Workload ก่อนที่จะส่งผลเป็นปัญหาหลัก อีกทั้งยังทำให้ทีมงานสามารถเข้าใจพฤติกรรมและแนวโน้มการใช้งาน นำไปสู่การออกกลยุทธ์ทางธุรกิจได้
  • AIS – ผู้ให้บริการธุรกิจดิจิทัลที่ต้องรับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ต้องมองหาเครื่องมือที่ทำให้ทุกทีมงานที่รับผิดชอบมีมุมมองเดียวกัน ซึ่ง Datadog มีช่วงเวลาอิมพลีเมนต์ที่รวดเร็ว ง่าย ทำให้ทีมงาน AIS สามารถเข้าใจระบบและแก้ไขปัญหาการให้บริการลูกค้าจำนวนมากได้ วางแผนการใช้ทรัพยากรได้ทันทีไม่ต้องสรุปยอดสิ้นเดือน
  • Skillane – ผู้นำเสนอคอร์สออนไลน์สำหรับพัฒนาทักษะดิจิทัลชื่อดัง ได้ทำการสำรวจตลาดเรื่อยมาเพื่อหาเครื่องมือ Observability ที่ตอบโจทย์พวกเขาได้ ซึ่งด้วยความง่าย เร็ว และครบเครื่องของ Datadog ได้เอาชนะใจของพวกเขาได้เต็มๆ ที่สามารถตอบคำถามถึงประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้งานได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม Skillane ก็แนะนำให้ผู้ฟังเตรียมความพร้อมถึงคุณภาพ Log เสียก่อน เพื่อให้โซลูชัน Observability ทำงานได้ด้วยศักยภาพสูงสุด
  • Jitta – ระบบให้คำปรึกษาด้านการลงทุนอย่างมืออาชีพ มีแพลตฟอร์มที่ให้บริการนักลงทุนจำนวนมาก โดยพวกเขายกย่องในความง่ายต่อการใช้งานของ Datadog ที่สำคัญคือสามารถเชื่อมต่อกับระบบของ 3rd Party ได้อย่างครบวงจร รวมไปถึงความช่วยเหลือที่น่าประทับใจ เมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายในเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่ง Observability คือวัฒนธรรมในการสร้างความประทับใจให้ลูกค้า และองค์กรควรลงมือทำทันที เพื่อให้ทราบได้ว่าต้องลงทุนด้านใดเพิ่มเติม

ภายในงานครั้งนี้ทีมงาน Datadog ได้หยิบยกไฮไลต์ส่วนหนึ่งของการประกาศอัปเดตกว่า 80 รายการที่เกิดขึ้นในงานใหญ่ที่เรียกว่า ‘Datadog Dash’ ที่จัดขึ้นไม่นานมานี้ มาอัปเดตให้ทุกท่านได้รับรู้ทั่วกัน โดยไฮไลต์สำคัญที่ถูกกล่าวถึงคือ

1.) LLM Observability

credit : Datadog

เป็นที่ทราบดีว่าโมเดล LLM ยังให้ผลลัพธ์ที่ไม่เสถียร แม้ว่าจะได้รับ input เดียวกันก็ตาม ซึ่งนั่นอาจส่งผลต่อระบบ Agents ด้วยเหตุนี้เอง Data LLM Observability จึงเกิดขึ้นเพื่อแสดงขั้นตอนการประมวลผลและเส้นทางการตัดสินใจของ AI Agent ว่าปฏิสัมพันธ์ต่อกันอย่างไร ใช้เครื่องมืออะไร โดยรองรับเครื่องมือสร้าง Agent จากค่ายดังต่างๆ เช่น OpenAI, LangGraph, CrewAI และ Bedrock ซึ่งในประกาศเกี่ยวกับ LLM ยังครอบคลุมไปถึงเรื่องการทดสอบด้วย (LLM Experiment) โดยคอยติดตามกระบวนการสร้าง LLM เพื่อศึกษาพฤติกรรม เช่น เมื่อเปลี่ยน Prompt โมเดล หรือประสิทธิภาพของสถาปัตยกรรมที่ใช้ เพื่อเรียนรู้ถึงเวอร์ชันที่เหมาะที่สุด

2.) ติดตามกิจกรรมของ AI Agent

ไม่ว่าองค์กรของคุณจะใช้ Agent ใด เช่น OpenAI Operator, Cursor, Github Copilot, Agentforce หรือสร้างขึ้นมาเอง ภายในหน้า AI Agent Console จาก Datadog ก็สามารถติดตามประสิทธิภาพการทำงาน ความมั่นคงปลอดภัย และความคุ้มค่าของการลงทุนได้

3.) เปิดตัว ‘Toto’ Foundation Model

Datadog มีการเปิดตัว Foundation Model แบบ Time-series ซึ่งให้ผลการทดสอบทำนายผลในระดับสูงเมื่อเทียบกับโมเดลมาตรฐาน โดยทีมงานได้ทดสอบกับชุดข้อมูล Time-series ขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจริง

credit : Datadog

4.) เปิดตัว Datadog MCP Server

Datadog MCP Server ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่าง AI Agent ที่รองรับมาตรฐาน MCP เช่น Codex ของ OpenAI, Claude ของ Anthropic และ Cursor เข้ากับแพลตฟอร์มของ Datadog

โดยเซิร์ฟเวอร์นี้จะช่วยแปลงคำสั่งที่เป็นภาษาธรรมชาติจาก AI Agent ให้เป็นการสืบค้นข้อมูลต่างๆ ใน Datadog พร้อมจัดการกระบวนการที่ซับซ้อนเบื้องหลัง เช่น การยืนยันตัวตนและการเรียกใช้ API ที่ถูกต้องให้โดยอัตโนมัติ

ความสามารถนี้ทำให้นักพัฒนาสามารถใช้ AI Agent ในการดึงข้อมูลสำคัญได้อย่างสะดวกเพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น การดึงข้อมูล Logs, Traces, Metrics, และรายละเอียดของ Incident

ตัวอย่างเช่น วิศวกรสามารถสั่งให้ AI Agent ตรวจสอบข้อผิดพลาดของ Redis และ MCP Server ก็จะช่วยดึงข้อมูล Log และ Incident ที่เกี่ยวข้องจาก Datadog มาให้เพื่อการวิเคราะห์ต่อไป

5.) ก้าวสู่ Autonomous Agents

credit : Datadog

Bits AI SRE, Bits AI Dev Agent และ Bits AI Security Analyst คือการเปิดประตูสู่ผู้ช่วยอย่างอัตโนมัติอย่างแท้จริง โดยมีความสามารถในการตรวจสอบและจัดการปัญหาได้แบบอัตโนมัติในโดเมนความเชี่ยวชาญที่ต่างกัน เสมือนมีเพื่อนร่วมทีมที่คอยทำงานเบื้องหลังให้ตลอดเวลา นอกจากนี้การตอบสนองภาวะฉุกเฉินที่ต้องรวดเร็วที่สุด Datadog ยังได้พัฒนา AI Voice Agent เพื่อตอบสนองได้โดยตรงผ่านโทรศัพท์ พร้อมความสามารถกำหนดลำดับการส่งต่อผู้รับผิดชอบปัญหาได้

ความซับซ้อนของข้อมูลและระบบดิจิทัลทำให้องค์กรต้องมองหาวิธีการติดตามปัญหาที่ครอบคลุมอย่างรอบด้าน ซึ่งในงาน Datadog live Bangkok เป็นช่วงเวลาที่ผู้เข้าร่วมทุกท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบ Observability และฟีเจอร์ใหม่ๆของ Datadog รวมถึงกรณีศึกษาจากผู้ใช้งานตัวจริงอีกด้วย แน่นอนว่าแนวโน้มของความซับซ้อนของระบบจะมีแต่ยิ่งมากขึ้นในอนาคต ซึ่งนอกจากความเข้าใจในบริบทและความเคลื่อนไหวของระบบแล้ว เทคโนโลยี AI ยังเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ด้วยเช่นกัน และ Datadog ได้นำเสนอโซลูชันที่จะช่วยให้องค์กรอยู่เหนือความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นพร้อมรับมือกับอนาคต ดังธีมของงานที่ว่า ‘The Future of Observability’ 

ท่านใดสนใจเครื่องมือของ Datadog สามารถรับสิทธิ์ทดลองใช้งานเป็นเวลา 14 วัน เพียงลงทะเบียนได้ที่ https://www.datadoghq.com/ หรือ ติดต่อทีมงาน Datadog Thailand เพื่อขอคำปรึกษาได้ที่นี่

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Omnissa เปิดตัว Workspace ONE UEM 2604 บริหารจัดการ Windows Server ได้แล้ว เพิ่มความสามารถใหม่ๆ มากมาย

Omnissa ได้ออกมาเปิดตัว Release ใหม่ล่าสุด 2604 โดยถือเป็นหนึ่งในการอัปเดตครั้งใหญ่ที่สุด ด้วยความสามารถใหม่ๆ มากมาย ดังนี้