SUSE by Ingram

เตือนมัลแวร์ Cryptocurrency Mining แพร่ระบาด PC กว่า 526,000 เครื่อง สร้างรายได้ไปแล้วกว่า 72 ล้านบาท

Proofpoint ผู้ให้บริการด้าน Next-generation Cybersecurity ชื่อดัง ออกมาแจ้งเตือนถึง Botnet แคมเปญใหญ่ชื่อว่า “Smominru” หรือรู้จักกันในนาม “Ismo” ซึ่งแพร่ระบาด PC ไปแล้วกว่า 526,000 เครื่อง โดยอาศัยช่องโหว่เครื่องมือแฮ็กของ NSA เพื่อฝังมัลแวร์สำหรับขุดเหรียญ Monero ได้เงินไปแล้วกว่า 72 ล้านบาท

Credit: TheDigitalArtist

Smominru เริ่มแพร่ระบาดเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม 2017 ที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้พบว่ามีคอมพิวเตอร์ที่รันระบบปฏิบัติการ Windows ตกเป็นเหยื่อแล้วมากกว่า 526,000 เครื่อง จากการตรวจสอบพบว่าแฮ็กเกอร์น่าจะใช้คอมพิวเตอร์ไม่ต่ำกว่า 25 เครื่องในการสแกนอินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาคอมพิวเตอร์เป้าหมายที่มีช่องโหว่ EthernalBlue (CVE-2017-0144) และ ExteemAudit (CVE-2017-0176) ซึ่งทั้งสองต่างเป็นช่องโหว่ที่ใช้เครื่องมือแฮ็กของ NSA ที่รั่วไหลออกมาโจมตีได้ โดยประเทศที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุด คือ รัสเซีย อินเดีย และไต้หวัน

หลังจากที่แพร่กระจายตัวเข้าคอมพิวเตอร์เป้าหมายได้แล้ว Smominru จะทำการติดตั้งโปรแกรมสำหรับขุดเหมืองเงิน Monero ซึ่งจนถึงตอนนี้พบว่าสามารถทำรายได้ให้แก่แฮ็กเกอร์ไปแล้วกว่า 8,900 Monero หรือตีเป็นเงินสดมูลค่าสูงถึง 72 ล้านบาท

นอกจากนี้ Proofpoint ยังพบอีกว่า C&C Server ของ Smominru ถูกติดตั้งอยู่ภายใต้บริการ DDoS Protection ของ SharkTech ซึ่งทางบริษัทดังกล่าวได้รับแจ้งเตือนถึงเรื่องที่ถูกใช้เป็นเครื่องข่ายของแฮ็กเกอร์ แต่ปรากฏว่าทางบริษัทกลับนิ่งเฉย

จนถึงตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังมัลแวร์ Smominru คือใคร บางฝ่ายเชื่อว่ามาจากประเทศจีน ในขณะที่บางฝ่ายพบว่า IP ต้นทางที่ใช้สแกนหาคอมพิวเตอร์ที่มีช่องโหว่มาจากสหรัฐอเมริกา

ที่มา: https://thehackernews.com/2018/01/cryptocurrency-mining-malware.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Citrix เข้าซื้อกิจการ Wrike ระบบ Work Management สำหรับองค์กรมูลค่า 67,500 ล้านบาท

Citrix ได้ออกมายืนยันถึงการเข้าซื้อ Wrike ธุรกิจ Startup ที่เติบโตมาเป็นระบบ Work Management Platform สำหรับธุรกิจองค์กรที่มูลค่า 2,250 ล้านเหรียญหรือราวๆ 67,500 ล้านบาท

รู้จักกับแนวทาง Unified Fast File and Object (UFFO) สำหรับจัดเก็บข้อมูลสมัยใหม่เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์ประมวลผลได้อย่างง่ายดาย

ท่ามกลางยุคสมัยที่ข้อมูลใหม่ๆ ถูกสร้างขึ้นอยู่ตลอดเวลา และความต้องการในการนำข้อมูลไปใช้ต่อยอดสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจนั้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวทางการในการจัดเก็บข้อมูลเพื่อให้พร้อมต่อการนำไปใช้อยู่เสมอนั้นจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญโจทย์หนึ่งขององค์กร